kathiez's profile·:*¨¨*:·.~♡~.·:*¨¨*:·.La...PhotosBlogListsMore Tools Help
Photo 1 of 56
February 05

ที่ว่างของใจ....

       นานๆจะมาเขียนSpace แชร์ความรู้สึกรอบๆตัวกับเพื่อนๆเสียที เรค่อนข้างแน่ใจว่าบทความที่เรเขียนอาจเป็น"Key"ที่ทำให้ใครหลายๆคนคิดได้ และปลงกับสิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัวได้ และเรก็ดีใจมากค่ะที่เป็นอย่างนั้น และสำหรับเพื่อนๆที่Add MSN หรืออะไรก็ตามมาคุยกัน ก็ขอให้บอกได้เลยนะค่ะ ว่าAdd มาจากไหนไม่งั้นบางทีเรคงจะBlockเพราะมันเคยมีกรณีค่ะ  เพราะเรเองก็ไม่อยากรับรู้เรื่องในอดีตแล้วจึงไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องฟังคำพูดของคนแปลกหน้า ....
 
       เพื่อนๆเคยมั้ยค่ะ เคยฝันถึงคนบางคน ซ้ำแล้วซ้ำเล่าในเหตุการณ์ที่ต่างๆกัน จนในบางครั้งเราเบื่อที่นอน เราเครียดกับการนอน มีใครบางคนบอกเรว่า บางทีเราอาจจะติดค้างอะไรกับคนๆนั้นอยู่ และมันก็อาจจะจริง แต่เรคิดว่ามันไม่ยุติธรรมเช่นกันกับสิ่งที่เค้าเองก็ติดค้างชั้นกัน การรอคอยถึง 6 ปี? เวลาของผู้หญิงไม่เท่าผู้ชาย ระยะเวลาของดอกไม้ที่ผลิบานมันต่างกัน สิ่งที่สูญเสียไปเรก็ไม่เคยเรียกร้องอะไรคืนมา แล้วคุณจะมาเรียกร้องอะไรจากชั้นหรอ สิ่งที่ทำให้ตลอดเวลาที่ผ่านมา ความซื่อสัตย์ ความจงรักภักดี แต่สิ่งที่ตอบแทนกลับมาคือ "เลิกกัน" คุณยังคิดว่าชั้นยังติดค้างอะไรกับคุณอีก
 
      ชั้นเข้าใจว่ามนุษย์ทุกคนมักจะมองความจริงในมุมของตัวเองด้านเดียวซึ่ง นั้นอาจเป็นความจริงหรือไม่จริงก็ได้ แต่การทำตัวให้เป็น 360 องศานั้นช่างยากเย็น เพราะบางทีสิ่งที่รายล้อมรอบตัวเรามีทั้ง จริง และ ไม่จริง แต่สิ่งที่แน่นอนที่สุดคือ ใจตัวเอง ที่จำเป็นต้องอยู่ตรงความพอดี ไม่ให้รู้สึก ดีใจมาก หรือ เสียใจมาก ไม่ว่าอะไรมากระทบใจ ...  พูดง่ายแต่ทำยาก แต่หากทำได้แล้วสิ่งที่เข้ามาในชีวิต มันก็เบาไม่หนัก เรเองก็ยังคงพยายามทำให้ได้ เช่นกัน
 
 
  การให้อภัย เป็นการให้ที่ว่างกับใจตนเอง
เพื่อไม่ต้องแบกความรู้สึกไม่ดีไว้กับตนเอง
เหนื่อยไหมกับการต้องแบกอะไรไว้ในใจมากมาย
คนที่เคยทำให้คุณเจ็บช้ำ คนที่เคยทำผิดต่อคุณ

ถึงแม้ว่าเวลาอาจรักษาแผลใจได้
แต่ไม่อาจทำให้ความผิดของคนๆนั้นหายไปจากใจคุณได้

แต่การให้อภัยจะเป็นการลบความผิดนั้นออกจากใจ
ไม่ต้องให้คุณสร้างแผลใจให้กับตัวเอง
เพราะคนที่ทำผิดกับคุณ เขาอาจไม่รู้ร้อนรู้หนาวกับคุณหรอก....

...........................................

ให้อภัยเป็นการให้ที่วิเศษ เพราะเป็นการให้สองทาง
นอกจากจะเป็นการปลดปล่อยความผิดของใครบางคน
ก็ยังเป็นการให้ที่ว่างกับใจตนเอง
เพื่อไม่ต้องแบกความรู้สึกไม่ดีไว้กับตัวเอง

การให้อภัย ไม่ใช่การยอมรับความผิดของใครบางคน
แต่เป็นการให้อิสระแก่ใจตัวเอง...
เพื่อหลุดพ้นจากความพยาบาท

................................................

คนอื่นทำอะไรผิดๆ กับคุณมากมาย
ถ้าคุณให้อภัยเขาเหล่านั้นได้

บางทีคุณควรจะนึกย้อนถึงตัวคุณเองบ้าง
ยังมีสิ่งใดที่ยังค้างคาอยู่ในใจคุณบ้าง
สิ่งที่คุณรู้สึกผิด หรือคุณอาจจะแก้ไขไม่ได้

หลายๆครั้งที่ความผิดของเราเอง
เป็นตัวกีดกั้นเราจากความกล้าที่จะเดินไปข้างหน้า
สิบเท้ายังรู้พลาด...
เราเองก็คนธรรมดาคนหนึ่ง
อาจถึงเวลาที่คุณจะให้อภัยตัวเองได้แล้ว

"การให้อภัยตัวเอง
อาจเป็นการให้อภัยที่ยากที่สุด"
July 31

ช่องว่างในหัวใจ...Space in my heart

วันนี้หลับในห้องทำงานตัวเอง และรู้แหละว่ามีคนเห็นว่าเราหลับ แต่จะให้ทำไงก็มันเหนื่อย มันเหนื่อยจริงๆ คิดถึงพ่อ คิดถึงแม่ คิดถึงน้อง คิดถึงวิคกี้ ไม่อยากอ่อนแอ ไม่อยากร้องไห้ อยากลุกขึ้นสู้ได้อย่างที่
เคยเป็นมา ชั้นเคยเข้มแข็งไม่เคยยอมแพ้อะไรง่ายๆแต่วันนี้รู้แล้ว ว่าเวลาที่ใจที่เป็นนายมันเหนื่อยมันอยากหยุดเต้นเอาดื้อๆ และกายที่เป็นบ่าวมันก็หลับไปเลยจริงๆเพราะใจล้าไปแล้วไง ชั้นตื่นขึ้นมาพร้อมกับ
คำถามที่ถามตัวเองว่า เราเหนื่อยขนาดนี้แล้วนะ จะสู้ต่อหรือหยุดพักดีล่ะ? คำถามแบบนี้มีมาเป็นร้อยครั้งและทุกครั้งคำตอบมันคือ อดทนนะสู้ต่อ แต่วันนี้เรี่ยวแรงมันหายไป
คุณเคยมั้ย อยู่ๆก็หลับไปทั้งๆที่คุณไม่ง่วง แต่ที่หลับไปเพราะเหนื่อยสุดขีด??? และไอ้ที่เหนื่อยมันไม่ใช่ร่างกายนะ มันคือ "หัวใจ" จนตื่นขึ้นมาเห็นMSNเพื่อนๆ กระพริบๆเต็มเลยแต่มึนที่จะตอบ นั่งดูงานบนโต๊ะ
แต่หัวสมองกลับว่างเปล่า เพลงที่เล่นวนซ้ำไปซ้ำมายังเป็นเพลงเกาหลีเพลงเดิม แล้วชั้นก็มองออกไปนอกหน้าต่างพี่นุชคงเป็นห่วงและพาชั้นออกไปกินMC ชั้นเดินไปเหมือนศพเลยแหละและร้องไห้จนพี่นุชบอกว่า
อยู่นี่นะเดี๋ยวพี่ไปซื้อมาให้ และถามชั้นว่าชั้นร้องไห้เรื่องอะไร คำตอบ?? ชั้นเหนื่อยไง น้ำตาที่ไหลออกมามันเป็นเหงื่อของหัวใจนะ มันไม่ใช่น้ำตาธรรมดา
ชั้นคงต้องการเวลาซักพักคิดทบทวนว่า ชั้นกำลังเหนื่อยกับอะไร  ...
 
อย่าลืมเว้นช่องว่างในหัวใจ..ไว้เติมความสุข
มันจะเป็นที่พักชั้นดีเวลาที่เหน็ดเหนื่อย

ความทุกข์ที่เกิดจากใจ ก็ต้องใช้หัวใจแก้...แค่เธอรู้…ความสุขของเธออยู่ที่ไหน..ก็เอาหัวใจไปไว้ที่นั่นสักครู่

เคลียร์หัวใจให้มีที่ว่าง..มันจะทำให้ความทุกข์ในใจเราเบาบาง
และมีแรงคิดมีแรงดินต่อไป

เวลามีปัญหาในชีวิต
ความรู้สึกติดลบแบบกู่ไม่กลับ
กำลังใจจากใครก็ช่วยไม่ได้

หรือแม้กระทั่งคนที่รักเรา หวังดีกับเรา
ก็ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหา

เหมือนที่ฉันเคยได้ยินมา มีคนเคยฟูมฟายกับฉันว่า
ความทุกข์ของเขาเกิดที่หัวใจของเขาเอง
ไม่ว่าพ่อ แม่ ลูก
หรือความรักทั้งปวงในโลกที่มอบให้เขา
ก็ไม่สามารถทำให้เขาคลายทุกข์ได้
เพราะความทุกข์มันเกิดจากใจ ไม่ใช่สิ่งแวดล้อม

ฉั น ว่ า ต ร ง นี้ ต้ อ ง แ ก้ ที่ ใ จ
เราต้องหาตัวเองให้พบก่อนว่า
ค ว า ม สุ ข ท า ง ใ จ เ ร า อยู่ตรงไหน
แล้วเอาหัวใจไปไว้ตรงนั้นสักครู่
เอาความสุขตรงนั้นเข้ามา เ ติ ม เ ต็ ม

แล้วเบียดบังความทุกข์ออกไป
หรือให้มันน้อยลง
เหลือ ช่ อ ง ว่ า ง ใ น หั ว ใ จ มากขึ้น

เวลาที่หัวใจเป็นทุกข์ รู้สึกอ่อนแอ และติดลบมาก ๆ
ฉันจะอ่านหนังสือแบบไม่หลับไม่นอน
เพราะมันทำให้สมองไม่ว่าง

เบี่ยงเบนความคิด ไปคิดเกี่ยวกับเรื่องที่อ่านแทน
พอไม่ว่างก็ไม่คิดถึงเรื่องอื่น…
หนัก ๆ เข้า ก็จะรู้ว่าอารมณ์ไหนต้องอ่านหนังสืออะไร

เวลาที่หัวใจติดลบสุด ๆ ฉันมักจะอ่านนวนิยาย
คนรอบ ๆ ตัวก็จะงงว่า เอ…ฉันอ่านนิยายด้วยเหรอ
ปกติไม่อ่านนี่ เอ๊ะ! ยังไง
ก็แปลว่าตอนนี้ไม่ปกติไงเลยอ่าน

…สำหรับฉัน…
การอ่านนิยาย มันคือการปลีกตัวเอง
จากโลกแห่งความจริง จากทุก ๆ ความรู้สึก
เหมือนไปอยู่อีกโลกหนึ่งที่ไม่มีใครเลย
ไปเป็นใครสักคนในโลกใหม่
จะไม่มีเวลาคิดถึงเรื่องที่ทุกข์

ผิดกับเพื่อนอีกคน
เวลาที่อารมณ์ดี ๆ เขาจะนอนอ่านนิยาย
แล้วยิ้มน้อยยิ้มใหญ่
แต่ถ้ากลุ้มใจอะไรขึ้นมา
เขาจะอ่านบู๊ลิ้มแบบเอาเป็นเอาตาย

ในขณะที่เพื่อนฉันอีกคน
ไม่ว่าจะกลุ้มใจอะไร เขาจะนอนดูการ์ตูนข้ามวันข้ามคืน
แล้วหัวเราะเอิ๊กอ๊าก! อยู่คนเดียว ไม่สนใจใครทั้งสิ้น

มีบางคนข้าง ๆ ฉันเล่นเกมแบบเด็ก ๆ
เล่นอย่างเอาเป็นเอาตายทุกวัน
เล่นเป็นอาชีพ
เพราะนั่นคือความสุข คือหัวใจของเขา
ที่มีช่องว่างไว้หลบหนีความทุกข์อยู่เสมอ
อย่างน้อย แต่ละวันเขาก็ไม่มีเวลามานั่งทุกข์
หรือฟุ้งซ่านให้เสียสุขภาพจิต

เธออาจจะคิดว่า
พฤติกรรมเหล่านั้น มันเป็นการหนีปัญหาเฉย ๆ
จะช่วยอะไรๆ ได้สักเท่าไหร่
ตามเหตุผลน่ะใช่ แต่ตามอารมณ์น่ะไม่ใช่

ถ้าเราอ่อนแอ ความทุกข์ในใจจะมีอิทธิพลเหนือกว่า
ต่อให้สู้ยังไงก็แพ้ การเคลียร์พื้นที่ในหัวใจให้มีช่องว่าง
บางสิ่งบางอย่างก็ไม่ต้องใช้เหตุผลรองรับเสมอไป
ที่ว่างแห่งความสุขของคนเราแตกต่างกัน
เพียงแต่ต้องหามันให้เจอ

คนหลายคนพอเกิดความทุกข์ในใจ กลับมองข้ามตัวเอง
ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าที่ไหนคือ ค ว า ม สุ ข ที่ไหนคือ ค ว า ม ทุ ก ข์
อะไรต้องแก้ไข อะไรมีทางออก อะไรต้องทำใจยอมรับ
หรือสิ่งไหนที่อยู่เหนือการควบคุมของเรา

ความอดทนของคนมีขีดจำกัด
ถ้าหมกมุ่นอยู่กับความทุกข์นั้น
มันก็ ร้ อ น ร น ท ร ม า น
ไม่มีทางสงบพอที่จะค่อย ๆ คิด ค่อยๆ ทำ

ฉันกำลังจะบอกเธอว่า…
นี่เป็นการบริหารและจัดการภาวะทางใจ
ให้มันมีช่องว่างอยู่เสมอ

หัวใจคนเรามีพื้นที่เล็กนิดเดียวเอง
ถ้าเธอเล่นเอาอะไร ๆ ไปยัด ๆ ไว้มันก็เต็ม ก็แน่น

เราต้องรู้จักบริหาร
บางอารมณ์ บางความรู้สึก ให้เป็นสัดส่วน
หัวใจจะได้ทนทาน

"อย่าลืมว่าชีวิตของเธอยังอีกยาวไกล
เธอต้องใช้หัวใจอีกยาวนาน"
June 27

What I am doing here?

วันนี้ตั้งชื่อ แปลกๆไม่รู้จะแปลมันว่าไงดี เพระคนเขียนก็ยังไม่รู้เหมือนกันว่าจะเอายังไง เคยตั้งคำถามในหัวตัวเองมาตั้งนานว่า "ฉันกำลังทำอะไร ?" "ฉันต้องทำและต้องอดทนอีกนานมั้ย?" เรเอาคำถาม
อันนี้ไปถามคุณแม่ ผู้หญิงคนเดียวที่มีประสบการณ์ในเรื่องของความรักดีๆ  คุณแม่รักพ่อของฉันจนวันสุดท้ายของพ่อ และตอนนี้ความรักที่ทั้งสองมีต่อกันยังเบ่งบานในหัวใจแม่  แม่เป็นคนมองโลกในแง่ดี
แม้ว่าจะมีความรักพัดผ่านเข้ามา  และก็ผ่านไปมันไม่ทำให้ความรักที่ดีๆของแม่บุบสลายไปได้เลย  แม่ยังยืนยันว่า ชั่วชีวิตนี้แม่รักพ่อของฉันเพียงคนเดียว
 
นิสัยนี้กระมังที่ทำให้ฉันกลายเป็นคนยึดติดความรัก  แต่ทุกครั้งความรักก็ทำร้ายฉัน และทุกครั้งอีกเหมือนกันที่ความรักก็สอนฉัน ว่าอย่าทำแบบนั้นอีก ฉันจึงเปลี่ยนไปๆ เรื่อยๆ จนคิดว่าเราเปลี่ยนแต่เค้าไม่เปลี่ยน!!
 
เคยมีคนบอกเราว่า
 
"คนเรารักหรือไม่รักนั้น ขึ้นอยุ่กับว่าทนข้อเสียของคนที่เรารักได้จริงหรือไม่เท่านั้นเอง

ทุกๆคู่รัก ต่างต้องรักษาสมดุลย์ของแต่ละฝ่ายตรงนี้ไว้ให้ดี เพราะถ้าไม่รู้จักเสียสละเลยก็จะกลายเป็นการเห็นแ่ก่ตัวไปในทันที แต่ถ้ายอมเปลี่ยนตัวเองซะจนเสียจุดยืนของตัวเองไป
สุดท้ายก็จะกลายเป็นแค่ระเบิดเวลาที่ใช้อุณหภูมิของความอดทนเป็น.....ตัวจุดชนวน

คุณรู้ไหม..
ไม่ว่าความรักจะดูสวยงาม และรสชาติหอมหวานเพียงไรในตอนที่เริ่มต้น

แต่สุดท้าย.

ความรัก ก็คือ การทนอยู่กับข้อเสียของคนที่เรารักให้ได้ เท่านั้นเอง"
 
จริงซินะ ชั้นเองก็ทนนะ แต่สิ่งนึงที่เริ่มรู้สึกว่าใจเรามันค่อยๆเสียไปทีล่ะเล็กล่ะน้อย สิ่งที่อยากให้เปลี่ยน มันเสียหายมากหรอ
1.อย่าทำร้ายตัวเอง -- เพราะเราเป็นห่วงว่าวันนึงคุณจะทำมากกว่าเตะต่อยกำแพง เราไม่อยากเห็นคุณเจ็บ คิดว่าเราไม่เจ็บหรอ
2.เวลาทะเลาะ ก็รับโทรศัพท์บ้างและบอกว่ายังไม่อยากคุยตอนนี้ -- ระหว่างที่ทะเลาะกัน เพระคุณชอบทำร้ายตัวเอง เราเลยเป็นห่วงกลัวว่าคุณจะคิดอะไรไม่ดีขึ้นมา มันไม่คุ้มกับชีวิตของคุณ
ที่จะมาเสียไปเพราะคนๆนึง
3.บางสิ่งบางอย่างความต้องการมันไม่เท่ากัน เคยคุยกันแล้วว่าคุณจะปรับลงมา และเราจะปรับขึ้นไปให้อยู่ตรงกลาง -- เราทำแล้วนะ เราปรับแล้ว และดูเหมือนแรกๆคุณจะปรับแต่เปล่าเลยนะ คุณปรับได้แค่
ไม่กี่สัปดาห์ มันกลับมาอีกแล้ว เราไม่อยากให้ต้องทะเลาะเรื่องเดิมๆซ้ำๆๆซากๆๆ โอเค!ทนได้เราก็ทน และมันถึงวันหนึ่งความอดทนของเรา มันกลายเป็นทำให้เราเบื่อ  พอเราเบื่อมันไม่อารมณ์ทำอะไร
ไม่มีอารมณ์ยิ้ม เล่นเหมือนเคย เราก็เฉยๆ แต่พอคุณคาดคั้น  เอาล่ะ !! พูดก็พูด และพอพูดแล้วแทนที่จะเข้าใจแต่เปล่าเลยกลายเป็น เราผิด ที่เอาเรื่องเล็กน้อยมาทำเป็นเรื่องใหญ่
 
เรื่องเล็กน้อยบางเรื่องของบางคน แต่กลับยิ่งใหญ่ในสายตาของอีกคน มันสามารถทำให้อีกฝ่ายท้อแท้และหมดกำลังใจ หลายอย่างที่ผ่านมามันกระทบใจ แต่เราก้ยังยืนอยู่เคียงค้างเธอ ทั้งๆที่ขาเราก็ยืนแทบไม่ไหว
เพราะความรัก  แต่ความรักไม่ช่วยให้ขาเราแข็งแรงขึ้นเลย เพราะขาเราต้องรับน้ำหนักของทุกสิ่งทุกอย่าง ต้องอดทน วันนี้ขาอ่อนล้า อยากนั่งลง นั่งลงตรงที่ใจของตัวเอง
 
สิ่งที่เราต้องการคือ ดูแลถนอมน้ำใจกันบ้าง  สิ่งที่อยากให้เปลี่ยนมันไม่ใช่เรื่องไม่ดีสำหรับตัวคุณเลย  สิ่งที่คุณอยากให้เราเปลี่ยนเราก็ทำ ทำแล้วทำอยู่ อดทนๆกับการเปลี่ยนพฤติกรรมเปลี่ยนความคิดตัวเอง
ยังต้องให้เรามาอดทนกับคุณอีกหรอ ???
 
อย่าคิดว่าการที่คุณเป็นผู้ชายที่มีแฟนแล้วและทำเรื่องอะไรที่เกี่ยวแล้วให้คุณไม่เสียหาย ไม่สึกหรอสิครับ
เพราะในแง่ของความรัก ถ้าคุณตัดเรืองเพศชายเพศหญิงออกไป จะเกิดความเสียหายทั้งนั้นครับ ถ้าใครก็ตามเริ่มหย่อนยานจากความรับผิดชอบ จากคนที่เขาเรียกว่า.. คนรัก

 

เป็นอันว่า คงจบล่ะนะ ถึงไม่ Happy ก็ตาม Ending ดีกว่า


 
 

April 11

ความรักที่ปราศจากเงื่อนไข ~ R.I.P my lovely VICKY.

VICKY VICKY2
 
เธอเป็นความรักที่มีตัวตน
เป็นใครสักคนที่เดินเคียงข้างกันไป
และเธอคนนี้มีรักแท้ในใจ
ไม่มีใครที่จะดีเหมือนเธอ

อาจเป็นความฝันหรือโชคชะตา
บางสิ่งที่พาและทำให้ฉันมีเธอ
ไม่ว่าสิ่งไหนทำให้เรามาเจอ
ที่ฉันรู้ เธอคือลมหายใจ

เธอเป็นเหมือนส่วนหนึ่งของฉัน
เป็นความฝันส่วนหนึ่งของฉัน
มีกันและกันไม่ว่าจะนานเท่าไร
เป็นชีวิตส่วนหนึ่งของฉัน
ไม่มีวัน(ทาง)ที่ฉันทอดทิ้งเธอไป
ไม่มีวันไหนจะ(ที่)พรากจากกัน

ไม่ว่าพรุ่งนี้ต้องเจออะไร
จะดีหรือร้ายฉันนั้นก้อคงไม่หวั่น
ก้อเมื่อเรานั้นเป็นของกันและกัน
ต่อให้ฉันจะหมดลมหายใจ

เธอเป็นเหมือนส่วนหนึ่งของฉัน
เป็นความฝันส่วนหนึ่งของฉัน
มีกันและกันไม่ว่าจะนานเท่าไร
เป็นชีวิตส่วนหนึ่งของฉัน
ไม่มีวัน(ทาง)ที่ฉันทอดทิ้งเธอไป
ไม่มีวันไหนจะ(ที่)พรากจากกัน

เธอเป็นเหมือนส่วนหนึ่งของฉัน
เป็นความฝันส่วนหนึ่งของฉัน
มีกันและกันไม่ว่าจะนานเท่าไร
เป็นชีวิตส่วนหนึ่งของฉัน
ไม่มีวัน(ทาง)ที่ฉันทอดทิ้งเธอไป
ไม่มีวันไหนจะ(ที่)พรากจากกัน
January 09

สู้มั้ย ..... ความอ่อนแอในใจ ~

เป็นอีกวันที่ทำงานไปได้เรื่อยๆเหมือนเดิม และก็เปิดเมลอ่านบ้าง ดูกระทู้บ้าง อ่านข่าวบ้าง เรพยายามให้ชีวิตมันดีขึ้นกว่าทุกวัน แต่มันเหมือนจะจมลงๆ ไม่รู้เป็นอะไรนะยังหาคำตอบไม่ได้ว่า ความเครียดที่เพิ่มขึ้นมา มาจากทางไหนบ้าง เลยนั่งพิจารณาความคิดตัวเองและพยายาม"ปล่อยวาง" ซึ่งทำยากนะยากจริงๆ เรอยากรู้ว่าหลังจากทำได้แล้วมันจะเบามันจะสบายกว่านี้มั้ย อยากสัมผัสความรู้สึกนั้น 
เรหมือนคนที่พยายามทำอะไรให้คนรอบข้างมีความสุข แต่ความรู้สึกตัวเองมักถูกมองข้ามเสมอเพราะตัวเรนี่เองแหละที่มองข้ามความรู้สึกตัวเองและชอบบอกว่า "ไม่เป็นไร ชั้นไหว" แต่จริงๆชั้นไม่ไหว มันเลยทำให้ความเข้มแรงที่มีอยู่น้อยลงไปๆ จนจวนจะหมดแรง และเพียรถามหากำลังใจ ..... อยู่ไหนหนอ...?
 
เรเองก็รู้ว่านิสัยดั้งเดิมของเรคือ การไว้ใจคนยาก และคิดเยอะมาก เรพยายามจะแก้ไขมัน ค้นหาสารพัดวิธีที่มันจะเป็นไปได้ และสำฤทธิ์ผลกับคนอื่นนะ แต่กับตัวเองยังคงทำไม่ได้ต่อไป เพราะเราเป็นคนคิด เราเลยรู้เงื่อนไขการทำงานของวิธีนั้นๆ ......  เราคงเปลี่ยนแปลงมันไม่ได้ ก็คงได้แต่ยอมรับมันและเรียนรู้ที่จะอยู่กับมัน .... ว่าแต่ทำยังไง ????
 
บนเส้นทางชีวิต....
มีถนนนับร้อยพันให้เราเลือกเดินทาง
แต่ถนนสายเดียวที่จะพาเราไปถึงเป้าหมายได้
คือถนนที่ชื่อว่า “ กำลังใจ ”

มีบ้างมั้ย...ที่คุณเคยรู้สึกว่า ชีวิตมันไม่ค่อยแฟร์เท่าไหร่

บางคนอาจเคยรู้สึกเบื่อหน่าย หรือไม่เข้าใจ...
นึกสงสัยว่าทำไมชีวิตเรา ถึงได้มีปัญหามากมายนักให้ตามแก้
มาก...เสียจนบางครั้งก็เอาไม่อยู่เหมือนกัน...

บางช่วงในชีวิต...ก็เคยมีบ้างกับภาวะแบบนี้
เลยเข้าใจได้ดีเลยว่า ในเวลาแบบนั้น
ไม่มีอะไรที่จะสำคัญมากไปกว่าการหันมาเติมกำลังใจให้ตัวเอง
แต่เราจะทำมันได้ดีได้อย่างไร ถ้าเรายังมองตัวเองไม่ทะลุ
และมีความเข้าใจบางอย่างไม่ลึกซึ้งเพียงพอ ...?

โดยปกติแล้ว...ฉันจะเป็นคนที่ไม่ชอบเล่าหรือระบาย
เรื่องราวส่วนตัวกับใครในยามที่ชีวิตมีปัญหา...
แต่ก็เป็นเรื่องแปลกเหมือนกัน ที่ ณ เวลาดังกล่าว
ฉันมักจะได้รับแง่คิดดีๆ เกี่ยวกับเรื่องนั้นๆ
จากการสนทนาพูดคุยอย่างไม่ตั้งใจอยู่เสมอ
และคำพูดที่ดีที่สุดอันหนึ่งที่ฉันจำได้ดีจากเพื่อนรุ่นพี่คนหนึ่งก็คือ
เรื่องเกี่ยวกับปัญหาต่างๆในชีวิต เขาพูดในทำนองว่า
...ชีวิตคนเรานั้นมีปัญหากันทุกคน...
แต่คำว่าปัญหานั้น ถ้าแยกแยะมันจริงๆ จะมีอยู่ 2 อย่าง
คือ ปัญหา ที่ใช้ในภาษาอังกฤษว่า ‘problem’ ...
กับอีกคำหนึ่ง....ที่ใช้คำว่า ‘conflict’ ...

สำหรับปัญหาที่เป็น ‘problem’ นั้นหมายถึง ปัญหาภายนอก
ซึ่งมีมากมาย และเกิดขึ้นอยู่เสมอในชีวิตประจำวัน
ปัญหาชนิดนี้...ถ้าเราได้เผชิญหน้ากับมันมากเท่าไหร่
ก็ยิ่งจะทำให้เราฉลาดขึ้น เพราะมันช่วยให้เกิดการเรียนรู้ ...
เหมือนกับกบที่มาเหลาสติปัญญาของเรา ให้แหลมคมขึ้นเรื่อยๆ

แต่ปัญหา อีกคำหนึ่ง ที่หมายถึง ‘conflict’ นั้น คือปัญหาภายใน
ซึ่งหมายถึงความขัดแย้งในจิตใจ ปัญหาตัวนี้...นี่เอง
ที่เหมือนเศษผงที่ติดอยู่ในตาของเรา และถ้าเราเขี่ยมันออกไปได้เมื่อไหร่
เราจะเลิกกลัวกับปัญหาภายนอกได้ทันที...

ในทางกลับกัน- -ถ้า ‘conflict’ นี้ยังติดค้างอยู่ในใจไปเรื่อยๆ
สิ่งต่างๆ ก็จะยุ่งยากลำบากขึ้น ใจจะอ่อนแอระส่ำระสาย..
ความสุขหายไป พร้อมๆ กับกำลังใจของเราก็พลอยค่อยๆ หายไปด้วยเช่นกัน...
แต่มันไม่ได้ลงท้ายแค่นี้เท่านั้น- -เพราะยังมีปัญหาใหญ่
อีกอันหนึ่งซ้อนขึ้นมาอีก ซึ่งก็คือ เราดันแยกแยะไม่ออก...
ไม่รู้ว่าอะไรคือปัญหาแท้จริง ที่กำลังเกิดขึ้นกับเรากันแน่

...เมื่อได้ฟังมาถึงตรงนี้- -รู้สึกตัวเองเหมือนมีใครมาเคาะหัวเบาๆ เลยล่ะ
เพราะมันทำให้ฉันได้รับคำเฉลยที่สงสัยมานานแล้วว่า มิน่าล่ะ
บางปัญหาที่เคยเกิดขึ้นกับตัวเอง “ เวลาถึงช่วยอะไรไม่ได้ซักที ”
เพราะที่แท้...มันคือปัญหาข้างใน และเราก็ค้นหามันไม่พบ
ไม่ได้แก้ปมข้างในให้จบเสียก่อน...มันก็เลยยืดเยื้อ
เป็นที่มาของความรู้สึกท้อแท้ กำลังใจถดถอย ติดอยู่ในใจเรื่อยมา

...อาจมีคุณบางคนที่กำลังพบกับภาวะแบบนี้เหมือนกัน..
แต่ฉันอยากจะบอกกับคุณด้วยการ อ้างอิงประสบการณ์ตรงของตัวเองว่า
ถ้าคุณเข้าใจทุกสิ่งทุกอย่างมากขึ้น รู้ชัดแน่แล้วว่าปัญหาของคุณคืออะไร
จากนั้น...ก็แก้ไขเฉพาะในส่วนที่แก้ได้...
( ซึ่งส่วนใหญ่มักเป็นความขัดแย้งที่เกิดขึ้นภายในใจเราเอง )
แล้วปล่อยวางหรือยอมรับในส่วนที่นอกเหนือกำลังความสามารถของเรา

วันนี้...แม้จะเป็นเรื่องเดิมๆ ปัญหาเดิมๆ ...
แต่ถ้ามันเกิดขึ้นในช่วงที่จิตใจของคุณได้เปลี่ยนแปลงพัฒนาไปแล้วล่ะก็
คุณจะมองสิ่งนั้นในมุมที่แตกต่างออกไปทันที ....
และนี่แหละ...ที่ถือเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของการใช้ชีวิต
ซึ่งคุณจะได้พบกับมันโดยไม่รู้ตัว....

ทุกอย่างในโลกนี้มี 2 ด้านเสมอ ...
ท่ามกลางเหตุการณ์ร้ายๆที่เกิดขึ้นกับชีวิต
มันมักจะแฝงมากับโอกาสที่บังคับให้เราได้รู้จักใช้สติปัญญาตัวเอง
เพื่อเอาชนะอุปสรรคหรือผ่านปัญหาตรงนั้นไปให้ได้
สิ่งที่น่ากลัวที่สุดจะเกิดขึ้น...ก็ต่อเมื่อคุณละเลยที่จะใช้โอกาสนั้น
และปล่อยให้ความอ่อนแอในใจเติบโตขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงจุดอันตราย
ที่มันอาจบงการ หรือชี้นำคุณให้ทำในสิ่งที่นึกไม่ถึง
และอาจเตลิดไปไกลเกินกว่าจะควบคุมได้อีกต่อไป


ขึ้นชื่อว่า “ชีวิต” ...
ไม่มีใครหรอกที่จะสามารถเตรียมตัวล่วงหน้าไว้รับมือกับมันได้ทุกเรื่อง
เมื่อเราไม่อาจรู้ว่าพรุ่งนี้จะเป็นอย่างไร จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง
การมีชีวิตอยู่...จึงต้องอาศัยความกล้า...
ที่จะออกไปเผชิญหน้า กับทุกสิ่งทุกอย่างเหล่านั้น...

กล่าวคือ คุณต้องกล้า...ที่จะเผชิญหน้ากับความไม่แน่นอน
กล้า...ที่จะต้องทำบางสิ่งทั้งๆที่มีความกลัว
กล้า...ที่จะไปในที่ๆไม่เคยรู้จัก
กล้า...ที่จะต้องสูญเสีย กล้า...ที่จะเริ่มต้นใหม่ ฯลฯ
ซึ่งทั้งหมดนี้ จะมีความเป็นไปได้แค่ไหน ?...
อยู่ที่ใจของคุณเท่านั้นล่ะ..ที่เข้มแข็งพอรึเปล่า .....

"บนเรือนร่างของทุกคน ต่างก็มีเชือกเส้นที่มองไม่เห็นอยู่เส้นหนึ่ง

ในชั่วชีวิตส่วนใหญ่ของผู้คนต้องถูกพันธนาการด้วยเชือกที่มองไม่เห็นเส้นนี้ ..."

โกวเล้ง

 
 

kathiez Freda

Occupation
Interests
Bonjour .... เรเน่ค่ะ ความเป็นตัวของตัวเรก็คือความเรียบง่ายไม่หรูหรา(บางครั้งเท่านั้นนะ) แต่ด้วยที่ชีวิตวัยเด็กของเรอยู่ที่เมืองนอกบ้างเมืองไทบ บ้างเลยทำให้หลายๆคนเนี๊ยมองว่า เรแปลกๆใช่ม้า....นั้นล่ะคือสิ่งที่คุณต้องค้นหาเอาเองแล้วล่ะ.....^^