kathiez's profile·:*¨¨*:·.~♡~.·:*¨¨*:·.La...PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    February 05

    ที่ว่างของใจ....

           นานๆจะมาเขียนSpace แชร์ความรู้สึกรอบๆตัวกับเพื่อนๆเสียที เรค่อนข้างแน่ใจว่าบทความที่เรเขียนอาจเป็น"Key"ที่ทำให้ใครหลายๆคนคิดได้ และปลงกับสิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัวได้ และเรก็ดีใจมากค่ะที่เป็นอย่างนั้น และสำหรับเพื่อนๆที่Add MSN หรืออะไรก็ตามมาคุยกัน ก็ขอให้บอกได้เลยนะค่ะ ว่าAdd มาจากไหนไม่งั้นบางทีเรคงจะBlockเพราะมันเคยมีกรณีค่ะ  เพราะเรเองก็ไม่อยากรับรู้เรื่องในอดีตแล้วจึงไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องฟังคำพูดของคนแปลกหน้า ....
     
           เพื่อนๆเคยมั้ยค่ะ เคยฝันถึงคนบางคน ซ้ำแล้วซ้ำเล่าในเหตุการณ์ที่ต่างๆกัน จนในบางครั้งเราเบื่อที่นอน เราเครียดกับการนอน มีใครบางคนบอกเรว่า บางทีเราอาจจะติดค้างอะไรกับคนๆนั้นอยู่ และมันก็อาจจะจริง แต่เรคิดว่ามันไม่ยุติธรรมเช่นกันกับสิ่งที่เค้าเองก็ติดค้างชั้นกัน การรอคอยถึง 6 ปี? เวลาของผู้หญิงไม่เท่าผู้ชาย ระยะเวลาของดอกไม้ที่ผลิบานมันต่างกัน สิ่งที่สูญเสียไปเรก็ไม่เคยเรียกร้องอะไรคืนมา แล้วคุณจะมาเรียกร้องอะไรจากชั้นหรอ สิ่งที่ทำให้ตลอดเวลาที่ผ่านมา ความซื่อสัตย์ ความจงรักภักดี แต่สิ่งที่ตอบแทนกลับมาคือ "เลิกกัน" คุณยังคิดว่าชั้นยังติดค้างอะไรกับคุณอีก
     
          ชั้นเข้าใจว่ามนุษย์ทุกคนมักจะมองความจริงในมุมของตัวเองด้านเดียวซึ่ง นั้นอาจเป็นความจริงหรือไม่จริงก็ได้ แต่การทำตัวให้เป็น 360 องศานั้นช่างยากเย็น เพราะบางทีสิ่งที่รายล้อมรอบตัวเรามีทั้ง จริง และ ไม่จริง แต่สิ่งที่แน่นอนที่สุดคือ ใจตัวเอง ที่จำเป็นต้องอยู่ตรงความพอดี ไม่ให้รู้สึก ดีใจมาก หรือ เสียใจมาก ไม่ว่าอะไรมากระทบใจ ...  พูดง่ายแต่ทำยาก แต่หากทำได้แล้วสิ่งที่เข้ามาในชีวิต มันก็เบาไม่หนัก เรเองก็ยังคงพยายามทำให้ได้ เช่นกัน
     
     
      การให้อภัย เป็นการให้ที่ว่างกับใจตนเอง
    เพื่อไม่ต้องแบกความรู้สึกไม่ดีไว้กับตนเอง
    เหนื่อยไหมกับการต้องแบกอะไรไว้ในใจมากมาย
    คนที่เคยทำให้คุณเจ็บช้ำ คนที่เคยทำผิดต่อคุณ

    ถึงแม้ว่าเวลาอาจรักษาแผลใจได้
    แต่ไม่อาจทำให้ความผิดของคนๆนั้นหายไปจากใจคุณได้

    แต่การให้อภัยจะเป็นการลบความผิดนั้นออกจากใจ
    ไม่ต้องให้คุณสร้างแผลใจให้กับตัวเอง
    เพราะคนที่ทำผิดกับคุณ เขาอาจไม่รู้ร้อนรู้หนาวกับคุณหรอก....

    ...........................................

    ให้อภัยเป็นการให้ที่วิเศษ เพราะเป็นการให้สองทาง
    นอกจากจะเป็นการปลดปล่อยความผิดของใครบางคน
    ก็ยังเป็นการให้ที่ว่างกับใจตนเอง
    เพื่อไม่ต้องแบกความรู้สึกไม่ดีไว้กับตัวเอง

    การให้อภัย ไม่ใช่การยอมรับความผิดของใครบางคน
    แต่เป็นการให้อิสระแก่ใจตัวเอง...
    เพื่อหลุดพ้นจากความพยาบาท

    ................................................

    คนอื่นทำอะไรผิดๆ กับคุณมากมาย
    ถ้าคุณให้อภัยเขาเหล่านั้นได้

    บางทีคุณควรจะนึกย้อนถึงตัวคุณเองบ้าง
    ยังมีสิ่งใดที่ยังค้างคาอยู่ในใจคุณบ้าง
    สิ่งที่คุณรู้สึกผิด หรือคุณอาจจะแก้ไขไม่ได้

    หลายๆครั้งที่ความผิดของเราเอง
    เป็นตัวกีดกั้นเราจากความกล้าที่จะเดินไปข้างหน้า
    สิบเท้ายังรู้พลาด...
    เราเองก็คนธรรมดาคนหนึ่ง
    อาจถึงเวลาที่คุณจะให้อภัยตัวเองได้แล้ว

    "การให้อภัยตัวเอง
    อาจเป็นการให้อภัยที่ยากที่สุด"
    July 31

    ช่องว่างในหัวใจ...Space in my heart

    วันนี้หลับในห้องทำงานตัวเอง และรู้แหละว่ามีคนเห็นว่าเราหลับ แต่จะให้ทำไงก็มันเหนื่อย มันเหนื่อยจริงๆ คิดถึงพ่อ คิดถึงแม่ คิดถึงน้อง คิดถึงวิคกี้ ไม่อยากอ่อนแอ ไม่อยากร้องไห้ อยากลุกขึ้นสู้ได้อย่างที่
    เคยเป็นมา ชั้นเคยเข้มแข็งไม่เคยยอมแพ้อะไรง่ายๆแต่วันนี้รู้แล้ว ว่าเวลาที่ใจที่เป็นนายมันเหนื่อยมันอยากหยุดเต้นเอาดื้อๆ และกายที่เป็นบ่าวมันก็หลับไปเลยจริงๆเพราะใจล้าไปแล้วไง ชั้นตื่นขึ้นมาพร้อมกับ
    คำถามที่ถามตัวเองว่า เราเหนื่อยขนาดนี้แล้วนะ จะสู้ต่อหรือหยุดพักดีล่ะ? คำถามแบบนี้มีมาเป็นร้อยครั้งและทุกครั้งคำตอบมันคือ อดทนนะสู้ต่อ แต่วันนี้เรี่ยวแรงมันหายไป
    คุณเคยมั้ย อยู่ๆก็หลับไปทั้งๆที่คุณไม่ง่วง แต่ที่หลับไปเพราะเหนื่อยสุดขีด??? และไอ้ที่เหนื่อยมันไม่ใช่ร่างกายนะ มันคือ "หัวใจ" จนตื่นขึ้นมาเห็นMSNเพื่อนๆ กระพริบๆเต็มเลยแต่มึนที่จะตอบ นั่งดูงานบนโต๊ะ
    แต่หัวสมองกลับว่างเปล่า เพลงที่เล่นวนซ้ำไปซ้ำมายังเป็นเพลงเกาหลีเพลงเดิม แล้วชั้นก็มองออกไปนอกหน้าต่างพี่นุชคงเป็นห่วงและพาชั้นออกไปกินMC ชั้นเดินไปเหมือนศพเลยแหละและร้องไห้จนพี่นุชบอกว่า
    อยู่นี่นะเดี๋ยวพี่ไปซื้อมาให้ และถามชั้นว่าชั้นร้องไห้เรื่องอะไร คำตอบ?? ชั้นเหนื่อยไง น้ำตาที่ไหลออกมามันเป็นเหงื่อของหัวใจนะ มันไม่ใช่น้ำตาธรรมดา
    ชั้นคงต้องการเวลาซักพักคิดทบทวนว่า ชั้นกำลังเหนื่อยกับอะไร  ...
     
    อย่าลืมเว้นช่องว่างในหัวใจ..ไว้เติมความสุข
    มันจะเป็นที่พักชั้นดีเวลาที่เหน็ดเหนื่อย

    ความทุกข์ที่เกิดจากใจ ก็ต้องใช้หัวใจแก้...แค่เธอรู้…ความสุขของเธออยู่ที่ไหน..ก็เอาหัวใจไปไว้ที่นั่นสักครู่

    เคลียร์หัวใจให้มีที่ว่าง..มันจะทำให้ความทุกข์ในใจเราเบาบาง
    และมีแรงคิดมีแรงดินต่อไป

    เวลามีปัญหาในชีวิต
    ความรู้สึกติดลบแบบกู่ไม่กลับ
    กำลังใจจากใครก็ช่วยไม่ได้

    หรือแม้กระทั่งคนที่รักเรา หวังดีกับเรา
    ก็ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหา

    เหมือนที่ฉันเคยได้ยินมา มีคนเคยฟูมฟายกับฉันว่า
    ความทุกข์ของเขาเกิดที่หัวใจของเขาเอง
    ไม่ว่าพ่อ แม่ ลูก
    หรือความรักทั้งปวงในโลกที่มอบให้เขา
    ก็ไม่สามารถทำให้เขาคลายทุกข์ได้
    เพราะความทุกข์มันเกิดจากใจ ไม่ใช่สิ่งแวดล้อม

    ฉั น ว่ า ต ร ง นี้ ต้ อ ง แ ก้ ที่ ใ จ
    เราต้องหาตัวเองให้พบก่อนว่า
    ค ว า ม สุ ข ท า ง ใ จ เ ร า อยู่ตรงไหน
    แล้วเอาหัวใจไปไว้ตรงนั้นสักครู่
    เอาความสุขตรงนั้นเข้ามา เ ติ ม เ ต็ ม

    แล้วเบียดบังความทุกข์ออกไป
    หรือให้มันน้อยลง
    เหลือ ช่ อ ง ว่ า ง ใ น หั ว ใ จ มากขึ้น

    เวลาที่หัวใจเป็นทุกข์ รู้สึกอ่อนแอ และติดลบมาก ๆ
    ฉันจะอ่านหนังสือแบบไม่หลับไม่นอน
    เพราะมันทำให้สมองไม่ว่าง

    เบี่ยงเบนความคิด ไปคิดเกี่ยวกับเรื่องที่อ่านแทน
    พอไม่ว่างก็ไม่คิดถึงเรื่องอื่น…
    หนัก ๆ เข้า ก็จะรู้ว่าอารมณ์ไหนต้องอ่านหนังสืออะไร

    เวลาที่หัวใจติดลบสุด ๆ ฉันมักจะอ่านนวนิยาย
    คนรอบ ๆ ตัวก็จะงงว่า เอ…ฉันอ่านนิยายด้วยเหรอ
    ปกติไม่อ่านนี่ เอ๊ะ! ยังไง
    ก็แปลว่าตอนนี้ไม่ปกติไงเลยอ่าน

    …สำหรับฉัน…
    การอ่านนิยาย มันคือการปลีกตัวเอง
    จากโลกแห่งความจริง จากทุก ๆ ความรู้สึก
    เหมือนไปอยู่อีกโลกหนึ่งที่ไม่มีใครเลย
    ไปเป็นใครสักคนในโลกใหม่
    จะไม่มีเวลาคิดถึงเรื่องที่ทุกข์

    ผิดกับเพื่อนอีกคน
    เวลาที่อารมณ์ดี ๆ เขาจะนอนอ่านนิยาย
    แล้วยิ้มน้อยยิ้มใหญ่
    แต่ถ้ากลุ้มใจอะไรขึ้นมา
    เขาจะอ่านบู๊ลิ้มแบบเอาเป็นเอาตาย

    ในขณะที่เพื่อนฉันอีกคน
    ไม่ว่าจะกลุ้มใจอะไร เขาจะนอนดูการ์ตูนข้ามวันข้ามคืน
    แล้วหัวเราะเอิ๊กอ๊าก! อยู่คนเดียว ไม่สนใจใครทั้งสิ้น

    มีบางคนข้าง ๆ ฉันเล่นเกมแบบเด็ก ๆ
    เล่นอย่างเอาเป็นเอาตายทุกวัน
    เล่นเป็นอาชีพ
    เพราะนั่นคือความสุข คือหัวใจของเขา
    ที่มีช่องว่างไว้หลบหนีความทุกข์อยู่เสมอ
    อย่างน้อย แต่ละวันเขาก็ไม่มีเวลามานั่งทุกข์
    หรือฟุ้งซ่านให้เสียสุขภาพจิต

    เธออาจจะคิดว่า
    พฤติกรรมเหล่านั้น มันเป็นการหนีปัญหาเฉย ๆ
    จะช่วยอะไรๆ ได้สักเท่าไหร่
    ตามเหตุผลน่ะใช่ แต่ตามอารมณ์น่ะไม่ใช่

    ถ้าเราอ่อนแอ ความทุกข์ในใจจะมีอิทธิพลเหนือกว่า
    ต่อให้สู้ยังไงก็แพ้ การเคลียร์พื้นที่ในหัวใจให้มีช่องว่าง
    บางสิ่งบางอย่างก็ไม่ต้องใช้เหตุผลรองรับเสมอไป
    ที่ว่างแห่งความสุขของคนเราแตกต่างกัน
    เพียงแต่ต้องหามันให้เจอ

    คนหลายคนพอเกิดความทุกข์ในใจ กลับมองข้ามตัวเอง
    ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าที่ไหนคือ ค ว า ม สุ ข ที่ไหนคือ ค ว า ม ทุ ก ข์
    อะไรต้องแก้ไข อะไรมีทางออก อะไรต้องทำใจยอมรับ
    หรือสิ่งไหนที่อยู่เหนือการควบคุมของเรา

    ความอดทนของคนมีขีดจำกัด
    ถ้าหมกมุ่นอยู่กับความทุกข์นั้น
    มันก็ ร้ อ น ร น ท ร ม า น
    ไม่มีทางสงบพอที่จะค่อย ๆ คิด ค่อยๆ ทำ

    ฉันกำลังจะบอกเธอว่า…
    นี่เป็นการบริหารและจัดการภาวะทางใจ
    ให้มันมีช่องว่างอยู่เสมอ

    หัวใจคนเรามีพื้นที่เล็กนิดเดียวเอง
    ถ้าเธอเล่นเอาอะไร ๆ ไปยัด ๆ ไว้มันก็เต็ม ก็แน่น

    เราต้องรู้จักบริหาร
    บางอารมณ์ บางความรู้สึก ให้เป็นสัดส่วน
    หัวใจจะได้ทนทาน

    "อย่าลืมว่าชีวิตของเธอยังอีกยาวไกล
    เธอต้องใช้หัวใจอีกยาวนาน"
    June 27

    What I am doing here?

    วันนี้ตั้งชื่อ แปลกๆไม่รู้จะแปลมันว่าไงดี เพระคนเขียนก็ยังไม่รู้เหมือนกันว่าจะเอายังไง เคยตั้งคำถามในหัวตัวเองมาตั้งนานว่า "ฉันกำลังทำอะไร ?" "ฉันต้องทำและต้องอดทนอีกนานมั้ย?" เรเอาคำถาม
    อันนี้ไปถามคุณแม่ ผู้หญิงคนเดียวที่มีประสบการณ์ในเรื่องของความรักดีๆ  คุณแม่รักพ่อของฉันจนวันสุดท้ายของพ่อ และตอนนี้ความรักที่ทั้งสองมีต่อกันยังเบ่งบานในหัวใจแม่  แม่เป็นคนมองโลกในแง่ดี
    แม้ว่าจะมีความรักพัดผ่านเข้ามา  และก็ผ่านไปมันไม่ทำให้ความรักที่ดีๆของแม่บุบสลายไปได้เลย  แม่ยังยืนยันว่า ชั่วชีวิตนี้แม่รักพ่อของฉันเพียงคนเดียว
     
    นิสัยนี้กระมังที่ทำให้ฉันกลายเป็นคนยึดติดความรัก  แต่ทุกครั้งความรักก็ทำร้ายฉัน และทุกครั้งอีกเหมือนกันที่ความรักก็สอนฉัน ว่าอย่าทำแบบนั้นอีก ฉันจึงเปลี่ยนไปๆ เรื่อยๆ จนคิดว่าเราเปลี่ยนแต่เค้าไม่เปลี่ยน!!
     
    เคยมีคนบอกเราว่า
     
    "คนเรารักหรือไม่รักนั้น ขึ้นอยุ่กับว่าทนข้อเสียของคนที่เรารักได้จริงหรือไม่เท่านั้นเอง

    ทุกๆคู่รัก ต่างต้องรักษาสมดุลย์ของแต่ละฝ่ายตรงนี้ไว้ให้ดี เพราะถ้าไม่รู้จักเสียสละเลยก็จะกลายเป็นการเห็นแ่ก่ตัวไปในทันที แต่ถ้ายอมเปลี่ยนตัวเองซะจนเสียจุดยืนของตัวเองไป
    สุดท้ายก็จะกลายเป็นแค่ระเบิดเวลาที่ใช้อุณหภูมิของความอดทนเป็น.....ตัวจุดชนวน

    คุณรู้ไหม..
    ไม่ว่าความรักจะดูสวยงาม และรสชาติหอมหวานเพียงไรในตอนที่เริ่มต้น

    แต่สุดท้าย.

    ความรัก ก็คือ การทนอยู่กับข้อเสียของคนที่เรารักให้ได้ เท่านั้นเอง"
     
    จริงซินะ ชั้นเองก็ทนนะ แต่สิ่งนึงที่เริ่มรู้สึกว่าใจเรามันค่อยๆเสียไปทีล่ะเล็กล่ะน้อย สิ่งที่อยากให้เปลี่ยน มันเสียหายมากหรอ
    1.อย่าทำร้ายตัวเอง -- เพราะเราเป็นห่วงว่าวันนึงคุณจะทำมากกว่าเตะต่อยกำแพง เราไม่อยากเห็นคุณเจ็บ คิดว่าเราไม่เจ็บหรอ
    2.เวลาทะเลาะ ก็รับโทรศัพท์บ้างและบอกว่ายังไม่อยากคุยตอนนี้ -- ระหว่างที่ทะเลาะกัน เพระคุณชอบทำร้ายตัวเอง เราเลยเป็นห่วงกลัวว่าคุณจะคิดอะไรไม่ดีขึ้นมา มันไม่คุ้มกับชีวิตของคุณ
    ที่จะมาเสียไปเพราะคนๆนึง
    3.บางสิ่งบางอย่างความต้องการมันไม่เท่ากัน เคยคุยกันแล้วว่าคุณจะปรับลงมา และเราจะปรับขึ้นไปให้อยู่ตรงกลาง -- เราทำแล้วนะ เราปรับแล้ว และดูเหมือนแรกๆคุณจะปรับแต่เปล่าเลยนะ คุณปรับได้แค่
    ไม่กี่สัปดาห์ มันกลับมาอีกแล้ว เราไม่อยากให้ต้องทะเลาะเรื่องเดิมๆซ้ำๆๆซากๆๆ โอเค!ทนได้เราก็ทน และมันถึงวันหนึ่งความอดทนของเรา มันกลายเป็นทำให้เราเบื่อ  พอเราเบื่อมันไม่อารมณ์ทำอะไร
    ไม่มีอารมณ์ยิ้ม เล่นเหมือนเคย เราก็เฉยๆ แต่พอคุณคาดคั้น  เอาล่ะ !! พูดก็พูด และพอพูดแล้วแทนที่จะเข้าใจแต่เปล่าเลยกลายเป็น เราผิด ที่เอาเรื่องเล็กน้อยมาทำเป็นเรื่องใหญ่
     
    เรื่องเล็กน้อยบางเรื่องของบางคน แต่กลับยิ่งใหญ่ในสายตาของอีกคน มันสามารถทำให้อีกฝ่ายท้อแท้และหมดกำลังใจ หลายอย่างที่ผ่านมามันกระทบใจ แต่เราก้ยังยืนอยู่เคียงค้างเธอ ทั้งๆที่ขาเราก็ยืนแทบไม่ไหว
    เพราะความรัก  แต่ความรักไม่ช่วยให้ขาเราแข็งแรงขึ้นเลย เพราะขาเราต้องรับน้ำหนักของทุกสิ่งทุกอย่าง ต้องอดทน วันนี้ขาอ่อนล้า อยากนั่งลง นั่งลงตรงที่ใจของตัวเอง
     
    สิ่งที่เราต้องการคือ ดูแลถนอมน้ำใจกันบ้าง  สิ่งที่อยากให้เปลี่ยนมันไม่ใช่เรื่องไม่ดีสำหรับตัวคุณเลย  สิ่งที่คุณอยากให้เราเปลี่ยนเราก็ทำ ทำแล้วทำอยู่ อดทนๆกับการเปลี่ยนพฤติกรรมเปลี่ยนความคิดตัวเอง
    ยังต้องให้เรามาอดทนกับคุณอีกหรอ ???
     
    อย่าคิดว่าการที่คุณเป็นผู้ชายที่มีแฟนแล้วและทำเรื่องอะไรที่เกี่ยวแล้วให้คุณไม่เสียหาย ไม่สึกหรอสิครับ
    เพราะในแง่ของความรัก ถ้าคุณตัดเรืองเพศชายเพศหญิงออกไป จะเกิดความเสียหายทั้งนั้นครับ ถ้าใครก็ตามเริ่มหย่อนยานจากความรับผิดชอบ จากคนที่เขาเรียกว่า.. คนรัก

     

    เป็นอันว่า คงจบล่ะนะ ถึงไม่ Happy ก็ตาม Ending ดีกว่า


     
     

    April 11

    ความรักที่ปราศจากเงื่อนไข ~ R.I.P my lovely VICKY.

    VICKY VICKY2
     
    เธอเป็นความรักที่มีตัวตน
    เป็นใครสักคนที่เดินเคียงข้างกันไป
    และเธอคนนี้มีรักแท้ในใจ
    ไม่มีใครที่จะดีเหมือนเธอ

    อาจเป็นความฝันหรือโชคชะตา
    บางสิ่งที่พาและทำให้ฉันมีเธอ
    ไม่ว่าสิ่งไหนทำให้เรามาเจอ
    ที่ฉันรู้ เธอคือลมหายใจ

    เธอเป็นเหมือนส่วนหนึ่งของฉัน
    เป็นความฝันส่วนหนึ่งของฉัน
    มีกันและกันไม่ว่าจะนานเท่าไร
    เป็นชีวิตส่วนหนึ่งของฉัน
    ไม่มีวัน(ทาง)ที่ฉันทอดทิ้งเธอไป
    ไม่มีวันไหนจะ(ที่)พรากจากกัน

    ไม่ว่าพรุ่งนี้ต้องเจออะไร
    จะดีหรือร้ายฉันนั้นก้อคงไม่หวั่น
    ก้อเมื่อเรานั้นเป็นของกันและกัน
    ต่อให้ฉันจะหมดลมหายใจ

    เธอเป็นเหมือนส่วนหนึ่งของฉัน
    เป็นความฝันส่วนหนึ่งของฉัน
    มีกันและกันไม่ว่าจะนานเท่าไร
    เป็นชีวิตส่วนหนึ่งของฉัน
    ไม่มีวัน(ทาง)ที่ฉันทอดทิ้งเธอไป
    ไม่มีวันไหนจะ(ที่)พรากจากกัน

    เธอเป็นเหมือนส่วนหนึ่งของฉัน
    เป็นความฝันส่วนหนึ่งของฉัน
    มีกันและกันไม่ว่าจะนานเท่าไร
    เป็นชีวิตส่วนหนึ่งของฉัน
    ไม่มีวัน(ทาง)ที่ฉันทอดทิ้งเธอไป
    ไม่มีวันไหนจะ(ที่)พรากจากกัน
    January 09

    สู้มั้ย ..... ความอ่อนแอในใจ ~

    เป็นอีกวันที่ทำงานไปได้เรื่อยๆเหมือนเดิม และก็เปิดเมลอ่านบ้าง ดูกระทู้บ้าง อ่านข่าวบ้าง เรพยายามให้ชีวิตมันดีขึ้นกว่าทุกวัน แต่มันเหมือนจะจมลงๆ ไม่รู้เป็นอะไรนะยังหาคำตอบไม่ได้ว่า ความเครียดที่เพิ่มขึ้นมา มาจากทางไหนบ้าง เลยนั่งพิจารณาความคิดตัวเองและพยายาม"ปล่อยวาง" ซึ่งทำยากนะยากจริงๆ เรอยากรู้ว่าหลังจากทำได้แล้วมันจะเบามันจะสบายกว่านี้มั้ย อยากสัมผัสความรู้สึกนั้น 
    เรหมือนคนที่พยายามทำอะไรให้คนรอบข้างมีความสุข แต่ความรู้สึกตัวเองมักถูกมองข้ามเสมอเพราะตัวเรนี่เองแหละที่มองข้ามความรู้สึกตัวเองและชอบบอกว่า "ไม่เป็นไร ชั้นไหว" แต่จริงๆชั้นไม่ไหว มันเลยทำให้ความเข้มแรงที่มีอยู่น้อยลงไปๆ จนจวนจะหมดแรง และเพียรถามหากำลังใจ ..... อยู่ไหนหนอ...?
     
    เรเองก็รู้ว่านิสัยดั้งเดิมของเรคือ การไว้ใจคนยาก และคิดเยอะมาก เรพยายามจะแก้ไขมัน ค้นหาสารพัดวิธีที่มันจะเป็นไปได้ และสำฤทธิ์ผลกับคนอื่นนะ แต่กับตัวเองยังคงทำไม่ได้ต่อไป เพราะเราเป็นคนคิด เราเลยรู้เงื่อนไขการทำงานของวิธีนั้นๆ ......  เราคงเปลี่ยนแปลงมันไม่ได้ ก็คงได้แต่ยอมรับมันและเรียนรู้ที่จะอยู่กับมัน .... ว่าแต่ทำยังไง ????
     
    บนเส้นทางชีวิต....
    มีถนนนับร้อยพันให้เราเลือกเดินทาง
    แต่ถนนสายเดียวที่จะพาเราไปถึงเป้าหมายได้
    คือถนนที่ชื่อว่า “ กำลังใจ ”

    มีบ้างมั้ย...ที่คุณเคยรู้สึกว่า ชีวิตมันไม่ค่อยแฟร์เท่าไหร่

    บางคนอาจเคยรู้สึกเบื่อหน่าย หรือไม่เข้าใจ...
    นึกสงสัยว่าทำไมชีวิตเรา ถึงได้มีปัญหามากมายนักให้ตามแก้
    มาก...เสียจนบางครั้งก็เอาไม่อยู่เหมือนกัน...

    บางช่วงในชีวิต...ก็เคยมีบ้างกับภาวะแบบนี้
    เลยเข้าใจได้ดีเลยว่า ในเวลาแบบนั้น
    ไม่มีอะไรที่จะสำคัญมากไปกว่าการหันมาเติมกำลังใจให้ตัวเอง
    แต่เราจะทำมันได้ดีได้อย่างไร ถ้าเรายังมองตัวเองไม่ทะลุ
    และมีความเข้าใจบางอย่างไม่ลึกซึ้งเพียงพอ ...?

    โดยปกติแล้ว...ฉันจะเป็นคนที่ไม่ชอบเล่าหรือระบาย
    เรื่องราวส่วนตัวกับใครในยามที่ชีวิตมีปัญหา...
    แต่ก็เป็นเรื่องแปลกเหมือนกัน ที่ ณ เวลาดังกล่าว
    ฉันมักจะได้รับแง่คิดดีๆ เกี่ยวกับเรื่องนั้นๆ
    จากการสนทนาพูดคุยอย่างไม่ตั้งใจอยู่เสมอ
    และคำพูดที่ดีที่สุดอันหนึ่งที่ฉันจำได้ดีจากเพื่อนรุ่นพี่คนหนึ่งก็คือ
    เรื่องเกี่ยวกับปัญหาต่างๆในชีวิต เขาพูดในทำนองว่า
    ...ชีวิตคนเรานั้นมีปัญหากันทุกคน...
    แต่คำว่าปัญหานั้น ถ้าแยกแยะมันจริงๆ จะมีอยู่ 2 อย่าง
    คือ ปัญหา ที่ใช้ในภาษาอังกฤษว่า ‘problem’ ...
    กับอีกคำหนึ่ง....ที่ใช้คำว่า ‘conflict’ ...

    สำหรับปัญหาที่เป็น ‘problem’ นั้นหมายถึง ปัญหาภายนอก
    ซึ่งมีมากมาย และเกิดขึ้นอยู่เสมอในชีวิตประจำวัน
    ปัญหาชนิดนี้...ถ้าเราได้เผชิญหน้ากับมันมากเท่าไหร่
    ก็ยิ่งจะทำให้เราฉลาดขึ้น เพราะมันช่วยให้เกิดการเรียนรู้ ...
    เหมือนกับกบที่มาเหลาสติปัญญาของเรา ให้แหลมคมขึ้นเรื่อยๆ

    แต่ปัญหา อีกคำหนึ่ง ที่หมายถึง ‘conflict’ นั้น คือปัญหาภายใน
    ซึ่งหมายถึงความขัดแย้งในจิตใจ ปัญหาตัวนี้...นี่เอง
    ที่เหมือนเศษผงที่ติดอยู่ในตาของเรา และถ้าเราเขี่ยมันออกไปได้เมื่อไหร่
    เราจะเลิกกลัวกับปัญหาภายนอกได้ทันที...

    ในทางกลับกัน- -ถ้า ‘conflict’ นี้ยังติดค้างอยู่ในใจไปเรื่อยๆ
    สิ่งต่างๆ ก็จะยุ่งยากลำบากขึ้น ใจจะอ่อนแอระส่ำระสาย..
    ความสุขหายไป พร้อมๆ กับกำลังใจของเราก็พลอยค่อยๆ หายไปด้วยเช่นกัน...
    แต่มันไม่ได้ลงท้ายแค่นี้เท่านั้น- -เพราะยังมีปัญหาใหญ่
    อีกอันหนึ่งซ้อนขึ้นมาอีก ซึ่งก็คือ เราดันแยกแยะไม่ออก...
    ไม่รู้ว่าอะไรคือปัญหาแท้จริง ที่กำลังเกิดขึ้นกับเรากันแน่

    ...เมื่อได้ฟังมาถึงตรงนี้- -รู้สึกตัวเองเหมือนมีใครมาเคาะหัวเบาๆ เลยล่ะ
    เพราะมันทำให้ฉันได้รับคำเฉลยที่สงสัยมานานแล้วว่า มิน่าล่ะ
    บางปัญหาที่เคยเกิดขึ้นกับตัวเอง “ เวลาถึงช่วยอะไรไม่ได้ซักที ”
    เพราะที่แท้...มันคือปัญหาข้างใน และเราก็ค้นหามันไม่พบ
    ไม่ได้แก้ปมข้างในให้จบเสียก่อน...มันก็เลยยืดเยื้อ
    เป็นที่มาของความรู้สึกท้อแท้ กำลังใจถดถอย ติดอยู่ในใจเรื่อยมา

    ...อาจมีคุณบางคนที่กำลังพบกับภาวะแบบนี้เหมือนกัน..
    แต่ฉันอยากจะบอกกับคุณด้วยการ อ้างอิงประสบการณ์ตรงของตัวเองว่า
    ถ้าคุณเข้าใจทุกสิ่งทุกอย่างมากขึ้น รู้ชัดแน่แล้วว่าปัญหาของคุณคืออะไร
    จากนั้น...ก็แก้ไขเฉพาะในส่วนที่แก้ได้...
    ( ซึ่งส่วนใหญ่มักเป็นความขัดแย้งที่เกิดขึ้นภายในใจเราเอง )
    แล้วปล่อยวางหรือยอมรับในส่วนที่นอกเหนือกำลังความสามารถของเรา

    วันนี้...แม้จะเป็นเรื่องเดิมๆ ปัญหาเดิมๆ ...
    แต่ถ้ามันเกิดขึ้นในช่วงที่จิตใจของคุณได้เปลี่ยนแปลงพัฒนาไปแล้วล่ะก็
    คุณจะมองสิ่งนั้นในมุมที่แตกต่างออกไปทันที ....
    และนี่แหละ...ที่ถือเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของการใช้ชีวิต
    ซึ่งคุณจะได้พบกับมันโดยไม่รู้ตัว....

    ทุกอย่างในโลกนี้มี 2 ด้านเสมอ ...
    ท่ามกลางเหตุการณ์ร้ายๆที่เกิดขึ้นกับชีวิต
    มันมักจะแฝงมากับโอกาสที่บังคับให้เราได้รู้จักใช้สติปัญญาตัวเอง
    เพื่อเอาชนะอุปสรรคหรือผ่านปัญหาตรงนั้นไปให้ได้
    สิ่งที่น่ากลัวที่สุดจะเกิดขึ้น...ก็ต่อเมื่อคุณละเลยที่จะใช้โอกาสนั้น
    และปล่อยให้ความอ่อนแอในใจเติบโตขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงจุดอันตราย
    ที่มันอาจบงการ หรือชี้นำคุณให้ทำในสิ่งที่นึกไม่ถึง
    และอาจเตลิดไปไกลเกินกว่าจะควบคุมได้อีกต่อไป


    ขึ้นชื่อว่า “ชีวิต” ...
    ไม่มีใครหรอกที่จะสามารถเตรียมตัวล่วงหน้าไว้รับมือกับมันได้ทุกเรื่อง
    เมื่อเราไม่อาจรู้ว่าพรุ่งนี้จะเป็นอย่างไร จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง
    การมีชีวิตอยู่...จึงต้องอาศัยความกล้า...
    ที่จะออกไปเผชิญหน้า กับทุกสิ่งทุกอย่างเหล่านั้น...

    กล่าวคือ คุณต้องกล้า...ที่จะเผชิญหน้ากับความไม่แน่นอน
    กล้า...ที่จะต้องทำบางสิ่งทั้งๆที่มีความกลัว
    กล้า...ที่จะไปในที่ๆไม่เคยรู้จัก
    กล้า...ที่จะต้องสูญเสีย กล้า...ที่จะเริ่มต้นใหม่ ฯลฯ
    ซึ่งทั้งหมดนี้ จะมีความเป็นไปได้แค่ไหน ?...
    อยู่ที่ใจของคุณเท่านั้นล่ะ..ที่เข้มแข็งพอรึเปล่า .....

    "บนเรือนร่างของทุกคน ต่างก็มีเชือกเส้นที่มองไม่เห็นอยู่เส้นหนึ่ง

    ในชั่วชีวิตส่วนใหญ่ของผู้คนต้องถูกพันธนาการด้วยเชือกที่มองไม่เห็นเส้นนี้ ..."

    โกวเล้ง

     
    January 08

    แด่ความรักครั้งแรก....กับผู้ชายที่ชั้นรักที่สุดในโลก

    วันนี้ก็เหมือนกับทุกๆปีที่ผ่านมา เกือบ 7 ปีแล้วที่คุณจากชั้นไป .. ทุกครั้งของวันนี้ชั้นพูดอะไรไม่ออกเลย ทุกความรู้สึกมันตื้นตันอยู่ในจิตใจ มันคือความโหยหา อาลัยรัก ความคิดถึงที่ถูกส่งไปในทุกๆคืนก่อนที่ชั้นจะเข้านอน คุณจะรู้มั้ย? ว่าผู้หญิงที่อยู่ตรงนี้ปราถนาจะพบคุณอีกครั้ง อยากจะบอกว่าชั้นรักคุณมากแค่ไหน สิ่งที่ชั้นไม่เคยพูดทั้งๆที่มีโอกาส แต่ชั้นมักจะคิดว่าคุณไม่คิดจากชั้นไปไหน คุณจะอยู่ข้างชั้นตลอดไป ความฝันสูงสุดของชั้นคือการได้พาคุณกับผู้หญิงที่คุณรักอีกคนนึงบินไปเยอรมันด้วยกัน ชั้นไม่เคยลืม ... คุณคือแรงบันดาลใจให้ชั้นรักในการเรียนภาษาศาสตร์ คุณมักจะโชวพาวให้เห็นเสมอว่าคุณพูดภาษาเยอรมัน ซึ่งต่างกับชั้นที่พูดภาษาฝรั่งเศสที่คุณพูดไม่ได้ ... 
     
    วันนี้มันก็เหมือน 6 ปีที่ผ่านมาที่ชั้นส่งเมลให้คุณ ทั้งๆที่คุณไม่เคยตอบกลับมาซักฉบับเดียว... ผู้หญิงอย่างชั้นก็ยังอยากเขียน เขียนถึงผู้ชายที่ชั้นรักที่สุดในโลก .... และถามคำถามเดิมๆ ว่าที่ๆคุณอยู่นั้นสบายดีมั้ย? คุณผอมลงมั้ย? ทานอะไรบ้างหรือเปล่า? และคุณคิดถึงพวกเรามั้ย?
    แม่เคยบอกว่าเวลา คิดถึงคุณ... ก็จะไปทำบุญ แต่ชั้นคิดว่าถ้าทำแบบนั้นชั้นคงจนตายแน่ๆ เพราะชั้นคิดถึงคุณตลอดเวลา ...
     
    ชั้นมีเรื่องราวหลายอย่างๆจะบอกคุณ ว่าปีนี้ทุกวันที่ผ่านมามันเหนื่อยเหมือนปกติ กำลังใจที่มีก็ได้มาจากคนรอบข้างและผู้หญิงของคุณ ชั้นรอเวลาๆที่จะได้เจอคุณ เมื่อก่อนชั้นกลัวการตาย มันอาจเป็นธรรมชาติของมนุษย์ที่จะกลัวการพรากจากสิ่งที่ตัวเองรัก  แต่คุณก็กลับสอนชั้นใหม่ว่าการตายไม่ได้น่ากลัว แต่มันอาจทำให้ชั้นใกล้ชิดคุณมากขึ้น ชั้นฝันถึงคุณน้อยมาก แต่ชั้นก็ยินดีที่จะฝันในทุกคืน ชั้นมีความสุขที่ได้คุยกับคุณแม้คุณจะไม่เคยพูดอะไรกับชั้นเลย  ชั้นดีใจที่ได้กอดคุณ ได้บอกคุณว่า "นู๋รักพ่อค่ะ คิดถึงเหลือเกิน"
     
    เวลาของเราน้อยจริงๆ ว่ามั้ยค่ะ? วันที่ชั้นดื้อกับคุณนั้นมีมาก แต่เวลาที่ชั้นคิดได้และอยากจะแก้ไขกลับช้าไปเสมอ ........ 
     
    December 26

    สวัสดีกันตอนปลายปีจริงๆ !!!!!

    สวัสดีค่ะ หลังจากหายไปนาน นานมั้ย นานโน๊ะ คิดว่านานอ่ะ เออ!นานก็นาน 555 ช่วงที่หายไปก็ทำงานๆไม่ได้เล่นเกมเลย ไม่ใช่ว่าเลิกเล่นนะ แต่ไม่มีเวลาเล่น เมลเพื่อนๆก็ตอบบ้าง....ไม่ได้ตอบบ้างก็ขออภัยนะค่ะ เรเคยนั่งคิดเล่นๆอยู่ครั้งนึงว่า ประสบการณ์สอนอะไรกับเราบ้าง นึกย้อนดีๆมันเหมือนธรรมชาติเล่นตลกกับเรานะ คือชอบส่งโจทย์เดิมๆ ยากแบบเดิมๆ กลับมาแต่ปรุงแต่งด้วยสถาณการณ์ที่ต่างกัน อย่างCaseของเรเลย นะว่าเมื่อก่อนที่ผ่านๆมาเนี๊ย จุดอ่อนจะ อยู่ตรง "เชื่อมั่นในSenseของตัวเอง และติดอยู่กับความไม่มั่นใจในตัวคนอื่น" มันก็เป็นจริงๆ เราเป็นอย่างนั้นจริงๆ
    เรว่านะมีผู้หญิงไม่น้อย ที่ออกอาการเดียวกับเรา ประมาณว่าเมื่อก่อนเคยเจออะไรมา และพอมาเจออีกสมองจะเริ่มสั่งการให้ปกป้องตัวเองจากความเจ็บปวด คือประมาณสถาณการณ์ให้มันเลวร้ายไว้ก่อน - - เหมือนคนมองโลกในแง่ร้ายว่ามั้ยค่ะ แต่เป็นเฉพาะเรื่องนะโดยเฉพาะความรัก  มันน่าแปลกนิดนึงตรงเวลาเราทำงานเราจะประเมิณสถาณการณ์ได้ค่อนข้างตรงนะ แต่กับความรักหรือคนรอบข้าง ไม่ค่อยจะตรง - - ตกลงว่านี่เรทำงานดีหรือแย่นะ????
     
    แต่สำหรับบางคน ทุกอย่างไม่ว่าจะดีหรือร้ายก็สามารถผ่านพ้นไปและไม่เก็บมาใส่ใจได้อีก และนี่ล่ะมั้งที่เรียกว่า "การให้อภัยตัวเอง" เรเขียนถูกแล้วนะค่ะว่ามันคือการให้อภัยตัวเอง เพราะเวลาที่เราเสียใจกับเรื่องอะไรก็แล้วแต่ไม่ใช่ว่ามันผิดพลาดจนเกิดนเยียวยา แต่เราที่เสียใจคือเราไม่น่าจะทำแบบนั้น เราไม่ควรจะคิดอย่างนั้น อย่างนี้ มันไม่น่าเกิดแบบนี้ขึ้นเลย เราเสียเวลา เสียน้ำตา เสียโอกาสของเรา นี่แหละคือสิ่งที่เราเสียใจจริงๆ และไม่ยอมให้ความผิดพลาดเหล่านี้ไหลผ่านจากใจเราไป โดยการให้อภัยตัวเอง และเตือนตัวเองอยู่เสมอว่า เราคงไม่โชคร้ายแบบเดิมหรือว่าหากประวัติศาตร์มันจะซ้ำรอยอีกก็จงเปิดโอกาสที่จะเรียนรู้ใหม่อีกครั้ง กับคนใหม่ๆ คนเราไม่มีใครเหมือนกันหรอกนะค่ะ  แต่ถ้าวันหนึ่งได้กลับไปเส้นทางเดิมๆ ก็ลองถามตัวเองดูว่ายอมรับกับสิ่งที่ผิดพลาดครั้งที่แล้วได้มากแค่ไหน ดูใจตัวเองนะค่ะ ไม่มีใครบอกได้ว่ามันจะเกิดขึ้นอีกหรือไม่ แต่สำหรับเร เส้นทางเก่าที่ผ่านมาเรก็ขอให้เป็นเพียงอดีตที่ดีงามและน่าจดจำสิ่งดีๆก็พอ 
     
    ไม่ใช่ว่าอายุมากขึ้นโอกาสจะน้อยลงตามนี่ค่ะ ความรักเกิดขึ้นได้กับทุกคนทุกช่วงเวลาของชีวิต ซึ่งความรักที่ดีต้องเกิดจาก 3 อย่างด้วยกันตามความคิดเรนะ
    1.ความเหมาะแก่เวลา - เวลาในที่นี้คือ เราจะต้องไม่ทำหน้าที่ซ้ำซ้อนกับใครอีกคน ไม่ใช่กิ๊กส์กัน หรือคู่ขา ธรรมชาติจะมอบให้เราอย่างลงตัวคื 1:1 ไม่ใช่ต้องไปช่วงชิง หรือแย่งของๆๆใครมา หรือแลกด้วยน้ำตาของคนอื่น จังหวะนี้เราอาจสังเกตุไม่ได้ถนัดนัก เพราะงั้นก็ต้องอาศัยระยะเวลาในช่วงคบหาดูใจ ว่าเราและเค้าพบกันในรูปแบบที่เหมาะสมแล้วซึ่งโอกาสหรือเปล่าน่ะค่ะ 
    แต่ถ้าจะบอกเรว่ารักไปแล้วและมารู้ว่าเค้ามีคู่แล้วทีหลัง ต้องทำยังไง?? ง่ายๆเลยค่ะ ตัดใจซะจะดีกว่า เพราะส่วนใหญ่มือที่3ที่ประสบความสำเร็จในชีวิตคู่นั้นมีไม่มากเลย และยิ่งไปกว่านั้นคุณจะมีความสุขหรือค่ะ ในเมื่อเค้าทำกับคนรักเก่าของเค้าแบบนั้นได้ วันนึงเค้าก็ทำกับคุณได้เหมือนกัน อันนี้ไม่เกี่ยวกับการมองโลกในแง่ร้ายนะค่ะ แต่มันเป็นเรื่องของ "กฎแห่งกรรม" อันนี้ไม่ใช่ยกตัวอย่างแต่เฉพาะหญิงนะค่ะ ฝ่ายชายเองก็เช่นกันวันนึงคุณเลิกกับแฟนเก่ามา ไม่คิดบ้างหรือค่ะว่า "กฎย้อนรอย" แฟนใหม่อาจทิ้งคุณไปมีคนใหม่ได้เหมือนกัน
    ความเหมาะสมแก่โอกาสนั้น เรเชื่อว่าคงสังเกตุไม่ยากนะค่ะ ^^
     
    2.ความเหมาะแก่สภาวะ - สภาวะหรือสภาพในที่นี้ เรหมายถึงหัวใจเราพร้อม และได้เรียนรู้ประสบการณ์หลายๆๆอย่างจนเต็มเปี่ยมและเพียงพอต่อการแก้ปัญหาที่จะขึ้นในชีวิตรักได้เป็นอย่างดี พูดได้ว่ามีสภาวะที่พร้อมที่จะรักอย่างเต็มที่ ไม่ใช่ว่าจิตใจอ่อนแอหรือบอบช้ำแล้วต้องการความรักครั้งใหม่มาเยียวยาเพื่อให้พ้นๆผ่านๆจากช่วงเวลาที่เลวร้ายนั้นไป เพราะหลังจากที่หัวใจฟื้นขึ้นมามันจะเหมือนคนเพิ่งรู้สึกตัว และตอนนั้นคุณจะรู้สึกว่าความรักที่เกิดขึ้นไม่ใช่จากหัวใจ แต่มันมาจากแผลของหัวใจ ซึ่งความรักแบบนี้มันทำให้แผลของคุณหาย แต่กลับกลายเป็นการเพิ่มบาดแผลให้คนอื่นแทน
    ช่วงเวลาที่พร้อมนั้นดูไม่ยากเลย แค่เริ่มจากรักตัวเองก่อนเป็นอันดับแรก และค่อยๆแผ่ขยายออกไปสู่คนรอบข้าง เวลาคนที่มีจิตใจดี อารมณ์ดี ใครๆก็อยากเข้าใกล้มันเหมือนเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของเรานะค่ะ^^ และความรักที่เกิดขึ้นในเวลาแบบนี้คือความรักที่เปี่ยมล้นออกมาจากหัวใจจริงๆ ถึงแม้ว่าในบางครั้งอาจไม่ประสบความสำเร็จแต่เชื่อเถอะว่า ความรักแบบนี้ไม่ทำให้เราเจ็บปวดเพราะหัวใจที่ได้เรียนรู้อย่างเต็มที่จะพร้อมเผชิญในสิ่งที่เกิดขึ้นในทุกรูปแบบ
     
    3.ความเหมาะแก่ใจ - พอพูดถึงตรงนี้ไม่ต้องไปอื่นไกล คือหัวใจเรารักกันหรือเปล่า?? เพียง 2 ใจคล้องกันตรงกัน ในเมื่อทั้ง 2 ข้อผ่านมาได้หมดนี่ก็คือข้อตัดสินในการมีความรักที่เหมาะสม ถ้าหากเรารักกันก็ระลึกไว้เพียง 2 คำสั้นๆ - "จงรัก" และ "ภักดี" (จำได้ว่าอ่านหนังสือของทมยันตรีแล้วชอบมาก 2 คำนี้มันรวมหมดทุกอย่าง)
    จงรัก - คือความรักที่ไม่ได้ถูกบังคับ แต่ใจจะสั่งเองไม่ว่าจะนานแค่ไหน รูปร่าง เนื้อหนัง จะเปลี่ยนไปแค่ไหนก็ไม่อาจที่เปลี่ยนใจของทั้ง 2 ดวงได้
    ภักดี - คนรักกันไม่ใช่จะยอมกัน แต่ความรู้สึกนั้นคือ ความซื่อสัตย์ ความมั่นคง ซึ่งกันและกัน ไม่มีวันที่จะทรยศ หักหลังแม้จะมีตัวแปรใดๆก็ตาม
    รวมๆแล้วก็คือ รักกันทั้ง 2 ฝ่ายนั้นเอง
     
    บางครั้งความรักไม่มีใครรู้ว่ารักนี้เหมาะสมแล้วนะ เข้าได้ทุกข้อแต่ทำไมยังเลิกกัน ^^ เพราะเวลาไงค่ะ เวลาเป็นสสารละลายใจได้ถ้าคนที่ยึดถือ 3 ข้อไม่เหนียวแน่นจริงๆ ที่เรพูดมาทั้งหมดเป็นแค่Guide Lineเท่านั้นเองว่าเมื่อคุณเริ่มต้นที่จะมีความรัก ลองมองดีๆว่าความรักของคุณตั้งอยู่บน ฐานทั้ง 3 ข้อนี้มั้ย ถ้าใช่ก็ใส่เกียร์เดินหน้าไปเลยค่ะ ประกอบกับจิตใจที่มั่นคงเรเชื่อว่า ไม่ว่าจะกาลเวลาหรือกฎแห่งความพลาดพรากของธรรมชาติ(เกิดขึ้น-ตั้งอยู่-ดับไป)ก็ทำอะไรคู่ของคุณไม่ได้หรอกค่ะ
     
     
    สุดท้ายนี้เรมีบทความที่Fwdมาจากเพื่อนๆให้ได้อ่านการนิดนึง ว่าถ้าหากแล้วความรักของคุณไม่สัมพันธ์กับจิตใจหรือเหตุผลบางอย่างแม้จะเหนี่ยวรั้งไป สุดท้ายก็ไม่เกิดประโยชน์ เรอยากให้กลับมารักตัวเราเองมากๆค่ะ และสำหรับคนที่เป็นมือที่ 3 หรืออะไรก็ตามแต่ ลองคิดซักนิดถึง ศีลธรรมของผู้หญิงหรือผู้ชายด้วยกัน มันถูกต้องแล้วหรือค่ะ กับการที่จะมีความสุขบนคราบน้ำตาของคนอื่น และถ้าคนต่อไปอาจเป็นคุณล่ะค่ะ คนรักกันจำเป็นมากค่ะที่ต้องมีศีลเสมอกัน เรขอแนะนำให้คู่รักทุกคู่มีศีลธรรมเพียง 5 ข้อในการประคองรักกัน เรเชื่อว่าได้ถือไม้เท้ายอดทอง-กระบองยอดเพชรแน่ค่ะ
     
    ขอให้ทุกคนโชคดี พบเจอแต่ความสุขที่พอดีๆ และทุกข์ขอให้น้อยลงพร้อมทั้งเข้มแข็งพอที่จะข้ามผ่านมันไป

    มันมีเหตุผลหลายอย่าง
    ที่เราจำเป็นต้องหักห้ามใจไม่ให้รักใครสักคน
    เหตุผลของคนเราย่อมไม่เหมือนกัน
    บางคนอาจต้องห้ามใจเพราะรู้ตัวว่ามันคงเป็นไปไม่ได้

    บางคนอาจต้องห้ามใจ
    เพราะกลัวใจตัวเองจะถลำลึกและเจ็บปวดมากไปกว่านี้
    บางคนอาจต้องห้ามใจเพราะมีคนที่รักคนที่เรารักมาก่อน
    และคนคนนั้นก็คือคนที่เรารู้จัก
    และเราก็ไม่อยากทำร้ายความรู้สึกของคนคนนั้น
    บางคนอาจต้องห้ามใจเพราะเขาอาจไม่ได้คิดและรู้สึกเหม ือนกับเรา

    ทุกข์ทรมานแค่ไหนที่เรารักเขา
    แต่ต้องพยายามฝืนใจถอยห่างออกมา
    เราต้องเงียบ ต้องเฉยชา ต้องเลี่ยง ต้องหลบหน้า
    ต้องทำหน้าตาบึ้งตึงใส่
    เพื่อจะย้ำเตือนให้ตัวเองไม่ต้องรู้สึกอะไรใดๆ กับเขา
    มันเจ็บแทบบ้าที่ต้องทำร้ายตัวเองด้วยวิธีการนี้
    แม้จะดูเป็นวิธีการโง่ๆ
    แต่หากจำเป็นต้องทำเพื่อปกป้องตัวเอง
    เพื่อไม่ให้ใจของตัวเองต้องบาดเจ็บ

    การถอยห่างจะช่วยสอนให้เราได้เรียนรู้ว่า
    ยิ่งเรายึดติด อยากได้ อยากครอบครอง
    ยิ่งทำให้เราอ่อนแอและแพ้ภัยตัวเอง
    หากไม่ได้เขามาเป็นคนรักของเรา
    ขอเพียงแค่เขาได้เข้าใจในเหตุผลข้อนี้
    อย่าได้เข้าใจว่าเราโกรธหรือเกลียดเขาถึงต้องแสดงท่า ทีเฉยชาใส่

    คนเจ็บปวดคนนี้ก็จะได้มีแรงพยุงตัวเองให้ลุกขึ้นมาเข ้มแข็งได้อีกครั้ง
    พร้อมที่จะใช้ชีวิตที่เดินบนทางที่เหมาะที่ควร
    แม้ว่าการเดินทางจะมีอุปสรรคมากบ้างน้อยบ้างก็ตามที

    หลังจากที่เราเข้มแข็งได้แล้ว
    ห้ามใจไม่ได้รักเขาได้แล้ว
    ทุกอย่างจะกลับมาเป็นเหมือนเดิม
    คิดและรู้สึกกับเขาได้อย่างคนธรรมดาสามัญที่รู้สึกดี ต่อกัน
    ไม่ต้องรู้สึกแบบพิเศษที่แอบแฝงด้วยความเจ็บปวดอยู่ต ลอดเวลา
    และสามารถอยู่บนโลกใบเดียวกับเขาได้อย่างจริงใจที่สุ ด
    เป็นธรรมชาติมากที่สุดโดยไม่ต้องกดดันอะไร

    หวังว่าเขาคงเข้าใจในเหตุผลที่เรากระทำลงไป
    เจ็บนะไม่ใช่ไม่เจ็บ
    แต่สักพักก็คงจะหายดี
    แล้วทุกอย่างจะกลับมาเป็นเหมือนเดิม

    June 21

    Look!!!..................Love is all around!

    สวัสดีค่ะ หายไปนานเลยสำหรับครั้งนี้ นับว่าก้ผ่านความยากลำบากมาแล้วอีกช่วงหนึ่งของชีวิตมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปหลายอย่าง เราทั้งตัวเรด้วย^^ หลายครั้งที่งานยุ่งจนไม่มีเวลาเป็นของตัวเอง หลายครั้งที่ดูเหมือนเหนื่อยแต่ก็ยังสู้ต่อ หลายครั้งที่ดูเหมือนนิ่งแต่ในใจกลับร้อนรนกระวนกระวาย  แปลกดีตัวเรา-.-""  ช่วงนี้มีคนเมลมาถึงว่านู๋เรเป็นอะไรสบายดีมั้ย ขอตอบตรงนี้เลยว่า สบายดีค่ะ ^^V ไม่ได้อกหัก รักคุดจุ๋ดจู๊ เหมือนที่เพื่อนๆเป็นห่วง ตอนนี้ดวงความรักกำลังเบิกบาน .... เพราะนู๋เรได้รับความรักจากคนรอบข้าง มากมาย ไม่ว่าจะเป็นเจ้านาย เพื่อน ลูกน้อง และครอบครัว ...ความรักที่แท้จริงมันอยู่รอบตัวเราเสมอนี่เอง  

    หากว่ากำลังตามหา...ความรัก...ก็ขอให้คุณหยุดเสียเวลา
    เพราะ...ความรัก...ยิ่งไล่ตาม ยิ่งค้นหา มันยิ่งห่างออกไป

    รอบตัวคุณไม่ได้ว่างเปล่าอย่างที่เข้าใจ โปรดมองอีกครั้งอย่างใส่ใจแล้วคุณจะได้พบ
    ..........สิ่งหนึ่งที่ถูกเรียกว่า...ความรัก...จะอยู่ทั่วไปในความว่างเปล่าเหล่านั้น...........


    ...ความรัก...ไม่จำเป็นต้องมีเพียงกับเราและเขา กับเธอและฉัน กับหญิงและชาย...ความรัก...อยู่ได้กับทุกสิ่ง
    ไม่มีข้อยกเว้น ไม่จำเพาะต้องเกิดกับคนและคน โปรดมองอีกครั้ง...ความรัก...อยู่รอบตัวเรา

    .....อยากจะบอกว่า กับ ช่วงชีวิตหนึ่ง คนเราพยายามไล่ตามหา...ความรัก...โดยไม่รู้ด้วยซ้ำว่า...ความรัก...คืออะไร เราก็เป็นคนหนึ่งคนนั้น.....
    เพ่งมองดูแต่ ผู้หญิงสักคน ผู้ชายสักคน ใครสักคนหนึ่ง ที่เป็นอย่างที่เราพอใจ เพื่อ......
    (........คบหา....ผูกพัน....ใกล้ชิด....ห่วงใย....เข้าใจ....และทำให้มันเป็น...ความรัก...ในแบบของเรา.........)
    .......อะไร

    โปรดฟังอีกครั้ง และอ่านซ้ำๆ อีกหลายๆ หน ว่า...ความรัก...อยู่รอบตัวเรา
    สิ่งที่เราตามหากันมาแสนนาน ตามกันทุกยุคทุกสมัย ไคว่คว้าเพื่อให้ได้มา พยายามทุกๆ อย่าง เสี่ยงเป็นเสี่ยงตาย เสี่ยงจะได้รับ เสี่ยงจะสูญเสีย มันกลับอยู่ในความว่างเปล่า รอบๆ ตัวเรา

    บางคนมองหาแทบชั่วชีวิต บางคนมองหาแค่ชั่วพริบตา
    บางคนไม่ต้องเสียอะไรให้ได้มา บางคนยอมแลกกับทุกสิ่งในชีวิตที่มี
    บางคนมีสุขหรรษาตลอดเวลา บางคนได้แต่นอนคว่ำหน้าน้ำตานอง

    ...ความรัก...เป็นสิ่งที่อาจดูเหมือนไม่เข้าใจได้สักวินาที แต่ก็กลับเข้าใจได้ทันทีที่...ได้เจอมัน...

    ...ความรัก...มักมากับ ความสุข มิตรภาพและความผูกพัน
    เพื่อน...พี่น้อง...พ่อแม่...พ่อลูก...แม่ลูก...ชายหนุ่มกับแฟนสาว...ชายหนุ่มกับหมา...หญิงสาวกับแมว...คุณยายกับหลานชาย...คุณปู่กับห้องห้องหนึ่ง...และอีกมากมาย...
    ทุกคนกับทุกสิ่ง
    ทุกที่และทุกทาง
    ....ไม่เว้นแม้กระทั่ง...มดกับนางพญา...หนอนกับใบไม้...หรือแมวกับหนู

    ...ความรัก...อยู่ทั้งในอดีตและในปัจจุบันแม้กระทั่ง อนาคต
    ...ความรัก...อยู่รอบตัวเราเสมอ เพียงแต่เรามีความสุข มีแง่บวกในชีวิตตลอดเวลา

    การมองโลกในเชิงบวก ไม่ได้หมายถึงจะให้หยุดอยู่กับที่ คิดว่าทุกสิ่งดีพอแล้ว
    แต่การมองโลกในเชิงบวก หมายถึง การมองโลกในเชิง...ความสุข...จากสิ่งที่เรามอง
    คนทะเลาะกันไม่ใช่มีปัญหา แต่เข้ากำลังเพิ่มพูนความผูกพัน
    นักการเมืองหักเงินรัฐเป็นรายได้ ไม่ได้โกงกิน...แต่เค้าไม่พอกิน เค้าต้องเลี้ยงคนมากมาย ทำบุญ หาเสียง แจกจ่าย...และเก็บไว้เพื่ออนาคตของครอบครัว
    มีขโมยเพื่อให้เรารู้ว่าคนดีเป็นอย่างไร
    มีคนทำผิดเพื่อให้เรารู้ว่าสิ่งที่ถูกเป็นเช่นไร
    แฟนมีกิ๊กเพื่อให้เรารู้ว่า เรายังขาดอะไรอีก
    มีขอทานเพื่อให้เรารู้ว่าความยากลำบากมันน่าเวทนาสงสาร
    มีขอทานปลอมๆเพื่อให้เรารู้ว่าความยากลำบากน่าเวทนาสงสารมันไม่จีรัง
    มีคนหนึ่งตายเพื่อให้อีกคนหนึ่งเกิด
    มีความเศร้าเสียใจเพื่อให้รู้ว่าความสุขเป็นเช่นไร

    มองไปรอบๆ ตัวสิ แม้กำลังอ่านอยู่ก็ลองดู
    .......ถ้าอยู่ที่บ้านคุณก็จะเห็นความรักมากมาย คงไม่ต้องสาธยายนะว่ามาจากไหนบ้าง
    .......ถ้าอยู่ร้านอินเตอร์เน็ต อาจเห็นหนุ่มสาว หรือแม้กระทั่งเด็กที่จดจ่อกับเกมส์ นั่นหล่ะ เค้าก็มี...ความรัก...กับการเล่นเกมส์ไง
    .......ถ้าอยู่มหาวิทยาลัย โรงเรียน...ความรัก...วัยรุ่นหนุ่มสาว ครูศิษย์ การเรียน การงาน เพื่อนฝูง
    .......ถ้าอยู่ร้านกาแฟ ก็มีได้แม้...ความรัก...ในรสกาแฟ
    .......ถ้าอยู่ใต้ต้นไม้ ก็รักได้แม้ธรรมชาติ

    อย่าดูถูก...ความรัก...ให้มากนัก อย่ากักขังมันไว้เฉยๆ อย่าให้มันว่างเปล่าเดียวดายอย่างที่เคย
    หยิบมันออกมา รับรู้มัน สัมผัสมัน ดูแลมัน ใช้งานมัน
    แม้ว่าคุณอกหัก...นั่นมันก็...ความรัก...ไม่ใช่เหรอ
    ไตร่ตรองกับความรู้สึกที่คุณมี ซื่อสัตย์กับความรู้สึกที่คุณได้รับ ออกจากความเศร้าที่คุณสร้างมันเอง รับรู้...ความรัก...จากสิ่งรอบตัวที่ส่งผ่านมาให้เรา

    โลกนี้มี...ความรัก...อยู่มากมาย ต่อให้คุณเอาไปเป็นของตัวเองเท่าไรก็ไม่มีหมด ต่อให้คุณใช้มันเท่าไรก็ไม่มีทางเหือดหาย ต่อให้แสงแดดแรงก็ไม่ระเหยไป เพราะว่า...ความรัก...เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา เกิดขึ้นได้จากทุกสิ่ง

    โปรดฟังอีกครั้ง โปรดมองรอบตัวอีกที โปรดใส่ใจกับสิ่งต่างๆ อีกสักหน
    ......................ความรัก...อยู่รอบตัวเรา...................

    May 29

    ลาก่อน... ลินเนจ2 ไทยที่รัก

    "งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกลา" ~~~คำพูดนี้ภาษิตจีนได้กล่าวไว้ มันก็ยังคงใช้ได้เสมอ
     
    สวัสดีค่ะ เพื่อนๆ นู๋เรเอง เห็นหัวข้อก็คงจะเดาถูกว่าเรจะพูดเรื่องอะไร ก่อนหน้านี้ซัก 3 ปีกว่าๆๆมั้งนะที่เล่นเกม MMORPG ที่สวยสมจริง สมใจของเร แว๊ป!!แรกที่เห็นเกมนี้ที่เซิฟเกาหลี มันน่าตื่นเต้นมากๆ จนเมลหาเพื่อน หลายคนกว่าจะได้ ID มาลงทุนเปลี่ยน การ์ดจอ และFormat windows ก็ยอมเพื่อเล่นเกมนี้ คิดดูว่าเครื่องPCไม่มีโปรแกรมอะไรเลย มีแต่ลินเนจเนื่องจาก ใส่ font เกาหลีลงไปแล้วกลับมามันจะทำให้เครื่องคอมเรามีอาการเบลอๆ ไม่รับรู้ นู๋เรเลยไปถอย NOtebook :P อีกตัวเพื่อมานั่งทำงาน อิอิ ลงทุนมหาศาลล้านเจ็ด
    จากนั้นก็ดูข่าวเกี่ยวกับเกมนี้ตลอดเนื่องจาก ทักษะอ่านภาษาฮันกุกอรึล อันน้อยนิด ^^" จนรู้ว่าจะมี Lineage2 NA โอ้!!!เหมือนสวรรค์โปรด นู๋เรก็ย้ายถิ่นฐานไป NA อีกครั้ง คราวนี้ก็ Format Windows ใหม่อีก เพราะFONT พังเสียแล้ว แฮ่ๆๆๆ เล่นได้ปีนิดๆๆๆ 
     
    Lineage2 ไทยก็เปิด จำวันแรกไม่ได้ล่ะ แต่จำวินาทีแรกเข้าไปได้ทุกสิ่งยังคงสวยเหมือนเดิมแต่เพื่อนๆคนไทยเพียบเลย เพราะคนไทยมีอัธยาสัยดีมากๆ สนุกมากๆ ปาร์ตี้กันครั้งแรกแต่คุยกันเหมือนรู้จักมานานนับ 20 ปี 5555 เจน, อาร์ม, พี่ป๊อก , จิ๊บ , พี่ถึก , เจ้กบ , พี่กอล์ฟ, พี่ต่อ , อ๋อง, พี่เอ , โป้งร้อยศพ และน้องจุ้ย ที่แสนน่ารัก แคลนหวานใจ เซิฟ 3 ทุกคนร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมา ยังจำวันที่หุบเขามังกรได้ ที่เจ้กบพาพวกเราไปลุย บอส แต่ตอนวิ่งเจ้ไม่ได้ดูเลย ... ว่าขบวนยังจัดทัพไม่เสร็จ เป็นอันว่าเจ้กบวันนั้น ก็แท้งบอสไปโดยปริยาย พวกเราวิ่งหน้าตั้งเกือบถึงโอเรน (แทนที่จะใช้ใบวาป)
    หลังจากนั้นไม่นานนู๋เรก็ได้เขียนหนังสือด้วยความสนับสนุนของพี่ EthanB แห่ง Future Gamer ก็ไม่ค่อยมาเล่นกับแคลนหวานใจของเรา  แต่แล้วก็สบโอกาสฤกษ์งานยามเหมาะ วันนั้นนู๋เรลองเล่น Bounty Hunter เป็นครั้งแรก แต่...ใครๆๆก็รู้ว่านู๋!!!!~ ทฤษฎีเต็มหัวเลย 5555+++ เราไปที่ทุ่งหญ้าร่มเงาฟ้ากันที่นั้น มีมอนสเตอร์ที่โจมตีก่อน เจ้กบนำทีม โดยขี่ปิโกปิโก้ ไปลากมอนสเตอร์มาให้นู๋สปอย ^^ การสปอยหมู่ก็เกิดขึ้น กดทีเดียว ปิ๋ง!!! ทุกตัว เป็นไงล้า .... หลังจากที่พวกเราฆ่ามอนสเตอร์ความหวังของการได้ของสปอย ก็ตกอยู่ที่นู๋ และแน่นอนมุนต้อง Perfect สวีปเปอร์แน่นอน.... แต่ค่ะแต่ คุณเร สปอยกิ่งไม้ได้แค่อันเดียว ด้วยเหตุผลที่ว่าไม่มี สกิล สวีปเปอร์แฟสติเวล = =" พระเจ้า....  อย่าไปบอกใครเชียวนะ รู้ถึงไหน อายถึงนั้น ^^
    เรื่องขำขันที่นู๋เร ได้จาก Lineage2 Thai มีมากมายเกินกว่าจะเล่าสาธยายได้หมด และมันคือความทรงจำที่ดีอันนึงที่ระลึกถึงเสมอ แล้วรอยยิ้มเสียงหัวเราะก็กลับมาอีกครั้ง แม้วันนี้จะไม่มีการนัดสมาชิกแคลนไปทานสุกี้  แต่ภาพที่เราเคยไปถ่ายที่สตูดิโอยังคงมีอยู่ที่ห้องนอนเรเสมอ  เกมนี้ให้ความทรงจำและสิ่งดีๆๆมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเพื่อน พี่ น้อง และแม้แต่คนที่เค้ายืนเคียงข้างเรเสมอมา
    เรยังคงดูความเปลี่ยนแปลง และความเป็นไปของเกม Lineage2  เสมอผ่านจากบอร์ดลินเนจ ถึงแม้ทุกวันนี้บอร์ดจะสวยขึ้น ทุกอย่างกลืนภาพเก่าที่ไปหมดสิ้น แต่สิ่งที่ไม่เคยลบเลือนคือเพื่อนๆ บนบอร์ด คุณMadee ลุงยู พี่เอก คุณจิ๊บ คุณโฮ้ง คุณปุ่น คุณโจ๊ก คุณอัลเบิร์ต คุณแฟนฉัน คุณForgetmenot คุณTangka น้องเฟริน คุณที่รัก191 พี่ฟร้อน คุณGodhand คุณAlexandrA และคุณชะนีชายแดน ยังมีเพื่อนอีกหลายคนที่เรนึก Avartar ออกแต่นึกชื่อไม่ออก หรือแม้แต่กระทั่ง MOD ทุกคนล้วนแต่ผ่านเรื่องดี และไม่ดีด้วยกันมาทั้งนั้น แต่สุดท้าย มิตรภาพดีๆๆ ก็ยังไม่เคยหายไป 
    สำหรับตอนนี้ นู๋เรคงต้องกล่าวคำว่า ลาก่อน คำนี้ไม่ใช่แค่การพักชั่วคราว  แต่เป็นการยุติการเล่นเกมลินเนจ2 อย่าถาวร เนื่องจากงานเลี้ยงจบลงแล้ว ไม่ใช่ว่าเลิกเขียนแล้วจะเลิกเล่นเกมนะค่ะ แต่นู๋เรเลิกเล่นเกมมาได้แล้วประมาณ 4-5 เดือน แต่ก็ยังรัก และคิดถึงเพื่อนๆในบอร์ดอยู่ แต่สำหรับครั้งนี้ คงต้องใช้สำนวนของคุณ วินเบนซิน ว่าขอแขวนเม้าส์ซะที ไม่ใช่ว่าเกมไม่สนุก เกมไม่ดี  ... เรพูดได้เต็มปากเลยว่า เกมลินเนจ2 คือสุดยอด MMORPG Online ในใจเรค่ะ แต่เรขอเลือกที่จะไปตอนนี้ก่อนที่ความทรงจำดีๆสำหรับเกมนี้จะไม่เหลือให้จดจำ
    ทีมนักแปลของพี่เร พี่ขอขอบคุณที่พวกเราช่วยกันทำงานสร้างสรรค์สิ่งดีๆให้เพื่อนของเรา ถ้าไม่มีพวกเราพี่คงไม่มีวันนี้ พี่มีความสุขมากๆๆเมื่อรู้ว่าลูกทีมของพี่ทั้งหมดมีงานทำเรียบร้อย ทุกคนกำลังสานความฝันของตัวเอง พี่ขอให้น้องๆทำมันให้ดีที่สุดค่ะ งานแปลเสน่ห์ของมันก็คือ เราสามารถที่จะถ่ายทอดความรู้จริงๆของเจ้าของสารออกมาให้คนอื่นได้รับรู้ถึงมันได้มากที่สุด ไม่ใช่การแปลทุกตัวอักษร  พี่จะอยู่ข้างๆน้อง MSN มาคุยกันได้ทุกเมื่อ แต่ห้ามคุยเรื่องเงิน ^^V
     
    สุดท้ายนี้ขอขอบคุณ คุณมานะ คุณEThanB คุณพี่บิว คุณพี่เอก คุณพี่บอย และทีมงานฟิวเจอร์เกมเมอร์ ที่เปิดโอกาสให้ทีมงานของเรได้แสดงผลงาน
    และขอขอบคุณคุณทวีชัย , พี่พัด คุณวูจูลี พี่แอน และเตย แห่งNC TRUE ที่เปิดโอกาสให้นู๋เรได้เสนอความคิดเห็นหลายอย่างไปสู่เกมที่นู๋รัก
    ขอบคุณพี่แหม่ม แห่ง ECO ที่ให้โอกาสรับงาน Freelance ของเกม ECO แก่ทีมเราด้วยค่ะ
     
    นู๋เรก็หวังว่า จะมีโอกาสได้เจอเพื่อนๆ อีกครั้ง แต่คงไม่ใช่เกมนี้ แล้วล่ะค่ะ โชคดีค่ะ เพื่อนๆ ^^" Au revoir mes amis!!!
     
    March 30

    เพราะไม่เข้าใจ....!?!?!?

    "ความรักที่ไม่มีการให้ที่สม่ำเสมอ สักวันมันย่อมโรยราลง หากมันไม่จีรังก้อไม่อยากให้ใครต้องไปนั่งคาดหวังและเสียเวลาด้วยนะ การเดินออกมาหาจุดเริ่มต้นใหม่ น่าจะเป็นสิ่งที่ดีสำหรับทั้งสองฝ่าย ให้ได้เรียนรู้กับการพบเจอสิ่งใหม่ ๆ ที่ดีกว่าเดิม ทรมานกันต่อไป รันแต่จะทำให้เจ็บช้ำกันมากกว่าเนอะ "
    By~เม็ดทราย
     
    "ยอมรับกับการตัดใจเสมอ
    หากรักที่มีให้ ไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้น
    เราก็เพียงยิ้มรับให้ได้กับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น
    มีหัวใจ มีความรู้สึก."
    By~Sweetmemory
     
    เพื่อนๆเคยนั่งอ่าน หนังสือสักเล่มมั้ยค่ะ แรกๆเหมือนเราจะเรื่องราวภายในหนังสือ แต่พออ่านไปเรื่อย ... เริ่มคิดตาม และรู้สึกไม่เข้าใจในเรื่องราวมากขึ้น มากขึ้น แต่ก็ยังพยายามอ่านต่อไปเพราะคิดว่ายังไงซะเราก็อ่านมาถึงกลางเรื่องแล้ว ตอนจบมันจะเป็นอย่างไรนะ อยากรู้ .... พอเริ่มไม่เข้าใจมากขึ้น...........มากขึ้น...ก็คงต้องวางหนังสือลงชั่วครู่ เพื่อปรับใจว่าตกลงเราสนใจหนังสือเล่มนี้จริงๆ หรือเปล่า? หรือให้สายตาได้พัก ให้สมองได้พัก แล้วค่อยกลับมาอ่านหนังสืออีกครั้ง บางครั้งความคิดของคนอาจไม่ค่อยเหมือนกัน แต่นู๋เรเชื่อว่าบางความคิดอาจเป็นจุดเล็กของการแก้ปมปัญหาใหญ่ๆได้
    ที่นู๋เรยกตัวอย่างวิธคิดแบบนี้มาเพื่อเปรียบเทียบการกระทำอะไรก็แล้วแต่ ที่เราทำแล้วรู้สึกเหนื่อยๆ ท้อๆ กับมัน วิธีที่ดีที่สุด คือการได้ผ่อนคลาย การได้พักกายและใจ โดยเฉพาะความรักที่มีความสัมพันธ์กันมานาน บางครั้งรักกันนาน ก็ทำให้ความหวานหายไป เพราะถูกเปลี่ยนเป็นความเคยชิน และหลังจากนี้ความรักสามารถกลายสภาพเป็นอะไรได้อีกเยอะแยะมากมาย แต่ท้ายสุดแล้ว ความรักก็ยังคือความรัก ของ "คนเพียงสองคนเท่านั้น"
    และตัวแปรความรักนั้นก็คือ <<<~~ความแตกต่างของ “คนสองคน”~~>>>

    แต่ละคนเติบโตมาจากที่แตกต่าง . . .
    ยิ่งมาอยู่ใกล้กันมาก . . .
    ก็ยิ่งทำให้เห็นความแตกต่างกัน ของ "คน" สอง "คน"

    อาจมีหลายครั้ง . . . ที่เรารู้สึกขัดใจ
    ที่อีกคน ทำอย่างนั้น . . . อย่างนี้
    หรือ พูดจาอะไร ที่เราไม่ค่อยพอใจ

    แต่ด้วยความรักที่มีอยู่ และหวาดกลัวว่า . . .
    หากพูด หรือ ทำอะไรออกไปแล้ว . . . จะเกิดการกระทบกระทั่ง
    หรือทำให้เสียความรู้สึกกันไปเปล่า ๆ
    จึงเก็บความอึดอัดใจ ไว้ ดีกว่า

    จนเผลอลืมไปว่า . . . ความรู้สึกที่ไม่ได้รับการผ่อนคลายนั้น
    จะถูกทับถม สะสมให้สูงขึ้น . . .
    เป็นความขุ่นเคือง ในอารมณ์ อยู่เสมอ
    และอาจถึงจุดที่ ไม่อาจทนได้ในสักวัน

    การคบหาใครสักคนอย่างจริงจังนั้น
    เราต้องไม่ลืมไปว่า . . .
    คนๆ นั้น คือคนที่เราต้องใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน . . . ตลอดไป

    อย่าให้ต้องมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง อดทน ขนาดนั้นเลย
    กล้าที่จะพูดในแง่ดี . . . แง่เสีย
    เพื่อที่อีกฝ่ายจะได้รับรู้ และปรับตัวเข้าหากัน
    เพื่อถนอมรักไว้ให้อยู่ด้วยกันนาน . . . นาน

    เพราะไม่มีประโยชน์อะไรเลย...
    หากจะเก็บความรู้สึก เพื่อที่จะรักกันให้มากๆ ในวันนี้
    แต่ไม่เคยยอมรับอะไรกันได้ และมีแต่ให้ความรักน้อยลงในวันต่อไป

    อย่า . . . ปล่อยให้ความขุ่นเคืองใจเล็กๆ กลายเป็นเรื่องใหญ่
    กับแค่คน สองคน ที่ไม่ได้คุยกัน
    กล้าที่จะพูดคุยกัน ให้เข้าใจ
    และให้ทุกความคลางแคลงใจ จบลง . . . ที่ตรงนั้นจะดีกว่า จริงไหม?
     
    ~~แต่บางครั้งการที่จะพูดคุยกัน และเอาตัวเองเป็นที่มั่น มันทำให้เราคุยกันไม่รู้เรื่อง สุดท้ายต่างฝ่าย ต่างก็เหนื่อย ที่เหนื่อยไม่ใช่พูดนะ แต่เหนื่อยใจเพราะทำไมฝ่ายตรงข้ามไม่เข้าใจซะที เรเคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ ... เรก็อดทนกับมัน จนสุดท้าย... ก็จบลงที่การจากลา
     
    ~~บางทีการเลิกกัน ไม่ใช่จุดจบของความรักหรอก มันเป็นบทเรียนของความรักในครั้งต่อไป ให้เราได้หลีกเลี่ยง แต่ก็เถอะบทเรียนมีมากมายเกินจะเรียนไหว เพราะใจอ่อนล้า~~
     
    ….....อย่าเงียบเหงาเศร้าสร้อยให้กับคนที่จากไปเลยนะ
    เพราะการมองเห็น...การได้รับรู้...ว่าคุณทุกข์มันทรมาณมากกว่า
    คนที่จากไปคงไม่มีสุขนักหากเขาได้รู้ว่าการจากไปของเขาทำ
    ให้เพื่อนที่ดีที่สุดทุกข์ขนาดนี้...และกับอีกหลายอย่างที่เข้ามาในชีวิต
    คนเรา.........ยังมีเพื่อนที่หวังดีกับคุณอีกหลายคนนักที่พร้อมจะ
    ยืนอยู่ข้างๆคอยให้กำลังใจ...และกับใครคนเดิมที่คุณเฝ้ารักเขา
    มานานแสนนานหากเขารู้คุณหมองหม่ขนาดนี้เขาคงเจ็บปวดเช่นกัน
    อยากเห็นคุณเข้มแข็งเหมือนที่เคยเหมือนต้นไม้ที่แม้จะต้องผลัดใบ
    แต่ลำต้นจะยังคงอยู่..คอยยิ้มรับแสงตะวัน...และคอยรับแสงดาว
    .......เข้มแข็งให้ได้นะ..ไม่ใช่อ่อนล้าไปทุกวัน
    เหนื่อยนักก็พักสักครู่เพราะชีวิตยังคงต้องดำเนินต่อไปคนที่จากไป
    เขาคงกำลังเฝ้ามองคุณอยู่....การตายจากกันอาจเป็นเรื่องทำร้าย
    ความรู้สึกเหลือเกิน...แต่คุณรู้มั๊ยการได้มองเห็นคุณมีลมหายใจ
    แบบไร้ความรู้สึกมันเจ็บปวดยิ่งกว่า...แม้ไม่อาจได้ความรักจากคุณ
    แต่ก็ยังอยากมองเห็นความสดใสในแววตาคู่เดิมที่เคยมี
    ........อีกหลายคนยังโชคดีนักที่คุณมีคนที่คุณรัก...สุดหัวใจ
    และถึงอย่างไรไกลกันแค่ไหน..ก็ยังมั่นใจว่าเขาก็รู้สึกดีๆ
    ต่อคุณเช่นกัน...ผิดกับคนคนนี้ที่ไม่ว่าเวลาจะผ่านแค่ไหน
    แต่ไม่เคยมีวันได้แม้แต่ใกล้ข้างในใจคุณ...อย่าเศร้า
    อย่าเป็นแบบนี้เลยนะ...เพราะคุณไม่ได้ทำร้ายแค่ตัวคุณเองแต่คุณทำร้าย
    ทุกคนที่รักและหวังดีต่อคุณ....
    สู้เถอะนะสู้ต่อไป...สู้จากกำลังใจของคนรอบๆตัว
    สายถนนของความเศร้า...คงไม่ทอดยาวจนเกินไป
    ค่ำคืนนี้จะไม่มีพระจันทร์ร้องไห้...มีแต่ดวงดาว
    พร่างพราวแวะมาให้กำลังใจให้คุณ.....
    By~ปลายฟ้า
    January 23

    C'est mon anniversaire !

    Aujourd'hui, c'est mon anniversaire! ...
    Je n'aime pas les chiffres pairs.
    Mon Amour m'a offert un superbe cadeau encore une fois.... 
    Bonne journée !!! ....de mes visiteurs et moi....
    สวัสดีค่ะ เพื่อนๆ นานแล้วที่นู๋เรไม่ได้ Up Space ตัวเองเนื่องจากมะมีเวลาว่างนั้น งานยุ่งเหลือเกินช่วงนี้ ไม่ว่าจะเป็นงานในทีม หรืองานตัวเอง  แต่ก็สนุกดีค่ะ ช่วงนี้ชีวิตกำลังอยู่ในช่วงพักผ่อน สำหรับวันนี้ที่เรได้มาอัพ Space เพราะว่า ..... วันนี้คือวันพิเศษ ที่คุณแม่ของนู๋ดีใจที่สุดนั้นเอง อยากจะบอกว่ารักแม่มากๆๆ เลยนะค่ะ ^^V

    พอดีเห็นว่า บทความนี้น่ารักดี
    อาจจะเหมาะกับคนที่กำลังจะสละโสด
    หรือที่ยังไม่มีวี่แววจะยอมเสียสละความเป็นอิสระในชีวิตของตัวเอง
    ===========================================
    บางครั้งมันก็ยาก... ที่จะตัดสินใจเลือกอะไร
    ...ในระหว่างการเดินทางของชีวิต
    ยิ่งยากกว่า ... ที่จะหยั่งรู้ว่า ...
    สิ่งที่เลือกนั้น... ผลจะเป็นอย่างไร
    ยากที่สุด ... ที่จะแก้ไขสิ่งเหล่านั้น
    ...และที่สุดของความยาก ... นั้นคือ
    การรักษาสิ่งดีดีไว้กับเราตลอดไป ...

    ฉันไม่มีเหตุผลมากนักในการตัดสินใจ คบหาใครสักคน
    เพียงแค่ คุยกัน ถูกใจ เข้าใจกัน นั่นก็เพียงพอแล้ว...
    แล้ววันหนึ่งก็เป็นฉันเองที่จะบอกคนเหล่านั้นว่า
    เราไปกันไม่ได้ วันแล้ว วันเล่า
    ที่ใครต่อใครผ่านเข้ามาแล้ว ฉันก็ปล่อยให้ผ่านไป
    ไม่มีเหตุผล อะไรมากกว่า คำว่า.... เบื่อ.... เหนื่อยหน่าย....
    ไม่มีใครสักคนที่จะได้อย่างใจเรา...

    ขอโทษเหลือเกิน สำหรับความจริงใจมากมายของหลายหลายคน
    สำหรับน้ำตาที่เสียเพื่อฉันคนนี้
    เพียงเพราะฉันคนนี้ไม่รู้จักตัวเองดีพอ
    ทุกครั้งที่ฉันบอกว่าคุณไม่ใช่ เราเป็นเพื่อนกันเถอะนะ
    ถ้อยคำเหล่านี้ทำให้ฉันเสียเพื่อนดีดีไปเสมอ
    ให้อภัยคนที่คุณว่าใจร้ายคนนี้เถอะนะ

    คุณไม่ใช่คนที่ฉันจะสามารถใช้เวลากับคุณได้ตลอดชีวิต
    เพื่อนๆ พากันบอกว่าฉันใช้แฟนเปลืองเหลือเกิน พยายามจะหา
    the best ไปถึงไหน ไม่ว่า อะไรที่ดี มันต้องมีดีกว่าเสมอ
    หรือเป็นเพราะฉันตั้งความหวังไว้สูงเกินไป
    ...อาจเป็นไปได้ อย่างที่เขาว่า
    ผู้ชาย/ผู้หญิง ดีๆ ตายไปหมดแล้ว....

    น่าขำนะ .... ฉันคนนี้ไม่ได้ต้องการคนดีดี
    แต่ต้องการเพียงคนสักคนที่จะอยู่ด้วยกันได้
    ใช้ชีวิตร่วมกันอย่างมีความสุขไปตลอด
    ในช่วงเวลาที่เหลือ.....เท่านั้นเอง.................

    วันนี้...คนๆหนึ่ง ที่ทำให้ฉันคนนี้ ร้องไห้ได้เสมอ
    ไม่ใช่เสียใจ .... แต่เป็นน้ำตาแห่งความดีใจ ....ปลื้มใจ .... มีความสุข
    เขาไม่ได้ทำอะไรแตกต่างไปจากคนอื่นมากมาย แค่คนธรรมดา
    ไม่ได้รูปหล่อ/สวย .... เหมือนบางคน ....
    ไม่ได้รวย... อย่างใครใครคาดหวัง.....
    แต่ ..... มีความรัก .....ให้ฉันคนนี้
    มากมายอย่างที่ไม่อาจจะคืนกลับไปได้หมด

    ฉันคนนี้ .... คนที่ไม่เคยเชื่อว่าความรักมีในโลก
    ไม่เคยเชื่อว่าจะรักใครได้มากกว่าตัวเอง
    ไม่เคยที่จะคิดถึงเรื่องของใครมากกว่าตัวเอง ....ความรัก
    ... เป็นเรื่องแปลกแปลก มหัศจรรย์ ลึกลับ
    ไม่มีที่มาที่ไป ไม่สามารถบรรยายเป็นตัวอักษรได้

    วันนี้.....ที่ฉันคิดถึง ใครสักคน จนร้องไห้ออกมา
    ยามที่เขาอยู่ไกล ......ฉันกำลังตกหลุมรัก

    วันนี้.....ที่ฉันร้องไห้ทุกครั้งเมื่อได้ยินคำบอก...รัก...รัก...รัก
    ....ฟังดูอบอุ่น อ่อนหวาน....แตกต่างกับคนอื่นนัก

    วันนี้.....ที่ฉันอยากได้ยินเสียง
    อยากอยู่ใกล้ใกล้คนคนนั้น ทุกๆ เวลา .....
    ฉันว่า ฉันคงตกหลุมรัก

    วันนี้.....ที่เพื่อนๆ ได้แต่บอกว่า
    ฉันจะหน้าบานไปถึงไหน เวลาพูดถึงคนของฉัน .... นั่นสิ

    วันนี้.....ที่มีความสุขทุกครั้ง
    เมื่อคิดถึงเรื่องของเรา คิดถึงรอยยิ้มของคนคนนั้น ^_^
    แปลกไหมล่ะ

    วันนี้.....ที่คนคนนั้น เอ่ยว่า ..... " แต่งงานกันไหม"
    .....ฉันคนนี้ ..... อดไม่ได้เลย ที่จะกลั้นน้ำตาเอาไว้

    หลายความรู้สึกที่ เกิดขึ้นพร้อมๆ กัน
    ในแค่เวลาไม่กี่วินาที ดีใจเหลือเกิน
    ไม่มีคำไหนจะจะอธิบายได้ว่าฉันรู้สึกเช่นไร
    จนนาทีนี้ที่เขียนถึงคนคนนั้น รอยยิ้มแห่งความ ยินดี
    มีความสุข ก็มิได้ลดน้อยลงสักเสี้ยวเดียว
    .......กลับมากขึ้นทุกๆ นาทีที่ผ่าน

    เรารักกันแบบที่คนภายนอกมองแล้วจะว่าแปลกที่สุดเราไม่ค่อยได้พูดกันมากนัก
    ทุกวันหยุดหรือวันว่าง เขาจะโทรมาถามว่า คุณว่างไหม
    ผมแวะไปหาได้ไหม เรามักใช้เวลาช่วยกันทำกับข้าว ทานอาหาร
    หรือ ดูวีดีโอกันเงียบๆ นานๆ
    ครั้งจะหันมายิ้มให้กันสักที
    น่าแปลกที่แต่ละรอยยิ้มของเรา
    เรารู้สึกได้ว่าเรารักกันมากขึ้นทุกนาที
    ขอบคุณสำหรับมื้อเย็น แล้วเขาก็กลับไป

    บางวันเขาโทรมาเพื่อถามว่า คุณร้อนไหม
    ที่บ้านผมมีไอศกรีมเย็นๆ ถ้าคุณอยากแวะมา
    ผมจะไปรับเหมือนเคย เราคงอยู่กันเงียบๆ ทานไอศกรีม
    ส่วนใหญ่ฉันทานอยู่คนเดียว
    เขาอยู่มุมนึงเงียบ ๆ กับคอมพิวเตอร์ของเขา
    ส่วนฉันก็อยู่มุมนึงอ่านหนังสือไปเงียบ ๆ เช่นกัน
    น่าแปลกที่เราต่างคนต่างพอใจ ที่จะมีอีกคนนึงอยู่ตรงนั้น
    แม้เราจะไม่ได้เอ่ยปากพูดอะไรกันก็ตาม
    For Mr. ......I wanna say I LOVE YOU

    ถ้าคุณรักใครสักคน
    คุณจะรู้สึกได้ในนาทีนั้นว่าคนคนนี้ที่คุณรอคอยมานาน
    ที่คุณจะสามารถใช้เวลาทั้งชีวิตอยู่เคียงคู่กับเขาได้
    ทุกๆ นาทีที่ผ่านไป มีความหมาย มีความสุข
    มีแต่ความทรงจำที่เรียกรอยยิ้มเสมอ

    ฉันคนนี้เป็นคนนึงที่ไม่เคยเชื่อในรักจนถึงวันนี้
    ....และหวังว่า .... คุณ ..คุณ..และคุณ ทุกคนจะเจอจะพบ
    ใครสักคนที่คุณจะรู้สึกได้ในนาทีนั้นว่า
    ....."คนนี้แหล่ะที่คุณจะใช้ชีวิตด้วยได้ ในเวลาที่เหลือ"

    December 15

    ความรัก ~ ความชอบ ~ ความหลง

    เช้านี้ตื่นขึ้นมา .. เหมือนเมื่อคืนเอาหัวไปฟาดกับอะไรมาเลย มึนๆงงๆ แต่พอลุกจากเตียงได้ สติก็ค่อยๆกลับมาช้าๆว่า "นี่วันศุกร์เอง" เท่านั้นล่ะนู๋เร พรวดพราดอาบน้ำแต่งตัวแทบไม่ทัน มาทำงานตามปกติ ถือว่าไม่สายค่ะ รอดตัวไป ^^"V ช่วงนี้เช้าๆอากาศเย็นๆจังเลยว่ามั้ยค่ะ ยิ่งแอร์ของตึกที่เรทำงานอยู่ด้วยแล้วล่ะ ทำให้นู๋เรคิดว่า เจ้าของตึกเค้าคงอยากจะเอาใจฝรั่งที่อยู่ในนี้โน๊ะ เปิดแอร์ให้อุณหภูมิเท่ากับสภาพอากาศยุโรปเลย ... แต่ขอบอกว่า เรน่ะถึงจะอยู่เมืองนอกมา แต่ก็ไม่ชอบอากาศเย็นเท่าไหร่นัก ... เวลามันเย็นมากๆรู้สึกโหวงๆ ในหัวใจยังไงไม่รู้ แต่พอเจออากาศร้อนก็รู้สึกหงุดหงิด อากาศแบบไหนจะอยู่ตรงกลางนะ ถ้าบอกว่าอากศชื้นๆ เป็นกลาง สำหรับเร ก็รู้สึกอีกนั้นล่ะว่า มันเปียก หนืดๆไม่สบายตัว ... เอาใจยากจัง คนเรา หรือจะเป็นเพราะนู๋เร เรื่องมากนะ ^^" 
    แล้วกับความรักล่ะ "รัก ชอบ และ หลง".. จัดเข้าข่ายว่าเป็นความรู้สึกเหมือนกันนะ แต่ทุกความรู้สึกย่อมมีความแตกต่าง.. ถามว่า..ใครที่จะรู้ถึงความแตกต่างนั้น..ถ้าไม่ใช่ -ใจของตัวเอง-

    บนโลกที่มีคนมากมายหลายพันล้าน.. อืม.. ใหญ่ไป..
    ในประเทศไทยที่มีคนหลายล้าน.. ก็กว้างนะ.
    แคบลงมาหน่อย..ในสังคมที่เราเจอะเจอทุกวันดีกว่า.. คนรอบข้าง..คนรอบตัว และ คนที่เรารู้จัก..

    ใครสักคนที่ผ่านเข้ามา.. แล้วทำให้ "ใจ" เราสะดุดได้..
    และใครคนนั้น..มีความเป็นไปได้สูงว่า.. เขาจะเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของความรู้สึกทั้งสามแบบ..

    ค ว า ม ห ล ง

    เมื่อคน ๆ นั้นมีอะไรพิเศษ และเป็นจุดสนใจ..
    ลักษณะภายนอกที่สะดุดตา.. ไม่ว่าคน ๆ นั้นจะทำอะไรก็ดูน่าสนใจไปหมด..
    เหมือนเรากรี๊ด คลั่งไคล้ดารานะคะ.. เรากรี๊ดที่ความหล่อ เท่ห์ ความสวย น่ารัก..
    ซึ่งวันหนึ่งเมื่อใครคนนั้น..ไม่หล่อ เท่ห์ สวย น่ารัก อีกต่อไป.. เขาก็หมดความสำคัญ..

    ไม่แปลกเลยค่ะ.. ใ ค ร ๆ ก็ เ ป็ น . .
    ไม่ได้เป็นสิ่งเลวร้ายนะคะ.. ความรู้สึกนี้..ฉันถือว่า..เป็นจุดเริ่มต้นของความรู้สึกเลยเชียวล่ะ..
    แต่ผลของความรู้สึกต่างหาก..ที่ทำให้เกิดพฤติกรรมต่าง ๆ ตามมา..

    +++

    คนนั้นใครเหรอ?
    - อ๋อ.. พี่ ส. สัตยา ไง.. ที่เค้าเขียนเรื่องสะมะแอไง..ที่ดัง ๆ

    เหรอ.. เท่ห์เนอะ.. สาว ๆ กรี๊ดตึมเลย..
    - งั้นสิ.. สาว ๆ เค้าคงชอบอะไรแปลก ๆ..(อุ๊บ!)

    - ง่ะ..เธอชอบเค้าเหรอ? (เป็นไปได้ไง)
    ชอบสิ เท่ห์ขนาดนี้

    หลังจากนั้นไม่นาน..สิ่งที่ทำให้ฉันตกตะลึงก็คือ..ข่าวที่ว่า..
    เธอคนนั้นได้เป็นแฟนของนักเขียนหนุ่มชื่อดังจริง ๆ
    เหตุการณ์ทุกอย่างทำท่าจะไปด้วยดี.. แต่แล้ว..ข่าวการเลิกราก็ตามมาจนได้..
    ในระยะเวลาเพียงไม่กี่เดือน..

    - ทำไมเธอถึงเลิกกับเขาล่ะ.. ไหนบอกว่าคนนี้ใช่เลย..
    อืม.. เราเข้ากันไม่ได้..

    - แหม๋.. เหตุผลทันสมัยจริงนะ โมเดิ๊ลมาก..ก..
    พี่เขาดีเกินไป..

    - นะ..อะไรนะอีกอย่าง.. อะไร อะไร.. (ฉันทำไม้ทำมือ.. นึกไม่ออก)
    'ฉันคิดกับเธอแค่เพื่อน'..

    - เอ้อ.. ใช่ ๆ .. ถะ ถะ ถูก ถูกต้อง!
    ยัยบ้า..
    - แฮ่..

    ตอนนั้น..ชั้นคงหลงเขานะ..ที่เห็นสาว ๆ มารุมชอบเยอะแยะ
    - แล้วพอได้เป็นแฟนจริง ๆ ก็ไม่ชอบแล้วเหรอ ?

    มั้ง.. ฉันมันเลวจริง ๆ ..อยากขอโทษเขานะ
    - อืม.. เห็นด้วย

    เฮ่ย.. เรื่องไหน??
    - ธ๊ออ... เรื่องขอโทษไง.. แฮ่ะ ๆ ๆ ^^'

    งั้นแล้วไป
    - ... (เฮ๊ออ)

    ++++

    ค ว า ม ช อ บ . . กั บ ค ว า ม รั ก . .

    สองความรู้สึกนี้ บางครั้งก็ทำให้แยกไม่ออกได้เหมือนกัน..
    เราอาจจะชอบใครมาก ๆ .. แต่จะใช่รักหรือเปล่าก็ตอบลำบาก..
    คนที่เคยมีความรักมาก่อน..อาจจะตอบได้มั้งคะ.. ว่าสิ่งที่ตัวเองกำลังรู้สึกกับใครคนหนึ่งคืออะไร..
    แต่มันก็ไม่ใช่กฎตายตัวแน่นอน..จริงไหมคะ..
    บางที.. เราอาจจะต้องสูญเสียสิ่งนั้นไปก่อน ถึงจะรู้ค่าและรู้ใจตัวเองจริง ๆ

    "ความรัก" เมื่อไม่ได้ครอบครอง.. ก็เป็นทุกข์.. อกหัก ร้องไห้..
    -ความรักแท้- ที่ใคร ๆ หลายคนกล่าวถึง..
    เห็นคนที่เรารักมีความสุข.. แม้ไม่ได้ครอบครองก็เป็นสุข..

    ฉันยิ้ม..กว่าใครคนนั้นจะรู้สึกได้อย่างนั้นจริง ๆ.. ไม่อยากคิดเลยว่า..
    จะต้องใช้ระยะเวลา กำลังใจและกำลังกายและพลังภายในมากแค่ไหน..ถึงจะทำได้..

    หนทางเดียวที่ฉันคิดออกคือ.. การหมดรัก หรือ มีรักใหม่ เท่านั้น..
    หลายคนเลือกอีกกรณีหนึ่งคือ.. เลือกที่จะไม่มีรัก..และไม่รักใครอีก..
    เพราะ "ผิดหวัง" จากความรักที่ตั้งเป้าหมายไว้แต่แรก.. มันไม่ได้เป็นอย่างที่คิด..
    เข็ด.. และไม่อยากเจอะเจออีกแล้ว

    ความชอบ..
    แม้ไม่ได้ครอบครอง ก็ไม่เศร้า.. ก็ยังชอบเรื่อยไป..
    เราอาจจะถูกใจใครมาก ชอบมาก.. แต่ก็ยังไม่ข้ามไปยังขอบเขตของความรัก..

    การที่เราชอบใครมาก..
    ก็เป็นขั้นหนึ่งของ "การอยากรู้จัก" อยากก้าวเข้าไปเรียนรู้..และอยากรู้จักตัวตนของเขา
    ถ้าใครคนนั้น "ไม่ใช่" ..ก็ไม่รู้สึกเศร้านัก..

    การที่เราคบใครสักคนหนึ่ง
    บางครั้งฉันก็คิดว่า แค่ "ชอบ" หรือ "ชอบมาก" อาจเพียงพอ..
    แต่รู้อะไรไหมคะ..สิ่งที่คิด..มันไม่ยุติธรรมกับอีกฝ่าย..
    ในขณะที่คนหนึ่ง "รักมาก".. กับอีกฝ่าย..เพียงแค่.. "ชอบมาก"

    ความรู้สึกไม่สมดุลย์.. และสุดท้ายก็เกิดปัญหาได้เช่นเดียวกัน
    นอกจากจะมีฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด.. ยินยอม..

    ทำให้ฉันนึกถึงเพลงนี้ค่ะ..เพลงที่เพื่อนๆ กำลังฟังอยู่นี่ไงค่ะ
    * ตั้งแต่ที่ฉันละเธอตกลงมาคบกัน
    แ ค่ ตั ว เ ธ อ เ ท่ า นั้ น เท่าที่ฉันครอบครองได้

    แต่สิ่งที่ฉันต้องการจากเธอคือหัวใจ
    แต่จะทำยังไง ใ ห้ เ ธ อ ลื ม เ ข า ค น นั้ น . .

    อยากเก็บเขาไว้คงไม่ฝืนหัวใจเธอ
    ไม่ต้องการอะไรจากเธอถ้าต้องฝืนใจให้กัน

    อยากเก็บเขาไว้ไม่เป็นไรไม่ว่ากัน
    จะรู้ไว้เท่านั้นว่า ฉั น เ ป็ น ตั ว จ ริ ง ข อ ง เ ธ อ *

    (ตัวจริงของเธอ- Double U)

    ทรมานสุด ๆ ไปเลย.. ว่าไหมคะ..

    อย่างที่ทุกคนรู้..
    คนที่เรารัก.. อาจเป็นใครสักคนที่ไม่ได้ดีเลิศไปกว่าใคร..
    แต่.. คน ๆ นั้นเป็นคนวิเศษที่สุด..ที่ทำให้เรารู้จัก "ความรัก"
    และความรู้สึกที่ไม่สามารถเกิดขึ้นได้กับคนอื่น..

    หลายคน..เล่นกับความรู้สึกคนอื่นที่เข้ามา..
    หลายคน.. ยังตอบใจตัวเองไม่ได้..
    หลายคน...ให้ความหวังคนอื่น..โดยไม่รู้สึกรู้สาอะไร..
    หลายคน..เอ่ยคำ "ขอโทษ" ร่ำไป ..เสียใจและร้องไห้..
    รู้สึกผิดที่ทำร้ายความรู้สึกคนอื่น...ขอโทษนะ..ที่ทำร้ายหัวใจ..
    เพราะสิ่งที่ทำไป.. คือความตั้งใจแต่ไม่เจตนา (จะรักจริง)

    เพียงแค่วันนี้.. คุณตอบตัวเองได้หรือเปล่าคะว่า..
    "ใครคนนั้น" หรือ "ใครอีกหลายคน" ที่เข้ามาในฐานะพิเศษ..
    ได้ความรู้สึกส่วนไหนของคุณไป..

    December 06

    เอยซิ..เอยซิเอยว่า "รัก" พูดไม่ยากซักหน่อย...

    สวัสดีค่ะ เช้านี้ก็เหมือนกับทุกๆวันที่ผ่านมา แต่วันนี้นู๋เร ได้ใส่บาตรด้วยนะ เพราะตื่นมาแต่เช้ามากๆ แล้วก็ค่อยไปทำงาน ช่วงนี้คงต้องเคลียร์งานทั้งหลาย ให้จบๆ สิ้นๆ ไปเสียที เพื่อเริ่มต้นปีใหม่ ก็คงได้แต่หวังว่า ปีหน้าคงจะเป็นปีที่มีแต่สิ่งใหม่ๆดีๆเข้ามานะค่ะ ไม่ใช่แค่เพียงนู๋เร แต่สำหรับเพื่อนๆ ด้วยนะค่ะ วันก่อนนู๋ปัตร น้องสาวตัวดีไปเขียนใน กระทู้เร เล่าถึงความทุกข์จากความรัก ... ว่าไปเจออะไรบางอย่างแล้วทำให้ตัวเองทุกข์ ไม่รู้จะทำอย่างไรกับความรักดี จริงๆประสบการณ์แบบนู๋ปัตร พี่เรก็เคยเจอมาบ้างนะ ก็เสียใจมากๆ แต่ไม่รุ้จะทำไง ก็เข้าใจว่าความรักน่ะ จะเลิกรักกันง่าย มันพูดได้แต่ทำยาก พี่นู๋เรอยากให้นู๋ปัตรและใครอีกหลายๆคน ลองคิดดีๆ ความรัก กับอารมณ์ เหมือนซ้ายและขวา ถ้าคิดจะรัก ต้องมีสติ คิดไตร่ตรองเพราะความรักมีสองฟาก ถ้ามีสิ่งดีๆ อีกฟากหนึ่งมักมีสิ่งร้ายๆ เสมอ อย่าเอาอารมณ์มาตัดสินความรัก เพราะความรักมักสวนทางกับอารมณ์ . . .
    สำหรับคนที่มีอารมณ์เหนือความรัก <อันนี้นู๋เรเคยเป็น>มักจะทำให้ “รัก” กลาย เป็นบ่อเกิด แห่งการร้างลา พอพายุผ่านไปแล้ว . . .
    ถึงจะรู้สึกว่าศูนย์เสียสิ่งที่มีค่าในชีวิตไป เพียงเพราะอารมณ์ชั่ววูบ ... อย่าปล่อยให้ อารมณ์ลิขิตความรัก ลองทบทวนสิ่งดีๆ ที่เคยทำร่วมกัน
    และถ้ายังรู้สึกดีๆ ที่จะรักอยู่ ก็จงอย่าริที่จะ"เลิกรัก"
    แต่สำหรับบางคน ... ลองตั้งคำถาม กับตัวเองมาหลายครั้ง ทบทวนเรื่องราวมาหลายครา ก็ยังหาความรู้ดีๆ ของคนรักไม่เจอ หากเป็นเช่นนี้ . . .
    ก็จง “เลิกรัก” เถิด  แต่ขอให้เลิกแบบ มีความรู้สึกดีๆ ให้กัน เผื่อสักวันจะกลับมา รักกันอีก . . .
    บางครั้งคนเราก็ต้องอาศัย เวลาในการปรับตัวเข้าหากัน อาจ เพียง 3 เดือน อย่างเร็วแต่บางคน เกือบ 10 ปี <ก็ยังกัดฟันทนอยู่กันมาได้โน๊ะ ความรักประหลาดแท้> เพราะยังรัก ความรักน่ะไม่ต้องการเหตุผล ว่าทำไม อะไร อย่างไร แต่เวลาที่อยากอยู่กับคนที่เรารักน่ะ เหตุผลมากมาย 108 บางคนอาจบอกว่าตอนอยู่คนเดียวเราเป็นแบบนี้ ไม่ได้นะ เปลี่ยนไม่ได้ .. งั้นก็อยู่ไปคนเดียวตลอดชีวิตแล้วกัน ไม่ต้องมีคนรัก ... นู๋เรลองมานั่งคิด คนเรานี่แปลกนะ กับเพื่อน หรือกับคนอื่นๆที่รายล้อมรอบตัวเรา เราสามารถเข้าสังคมกับพวกเค้าได้เป็นอย่างดี แต่ทำไม กับแฟนตัวเองแท้ๆ ... แค่คนเดียวเองนะ ยังทะเลาะกันเช้า เย็น เว้นหลังอาหาร อาจเพราะตั้งความหวังมากเกินไป ... นู๋เรก็แค่อยากจะขอให้ต่างฝ่ายต่างเข้าใจ ซึ่งความต้องการของกันและกัน เท่านั้นก็มากเพียงพอ แล้วจะทำได้หรือไม่ได้ก็อีกเรื่องนึง ก็ค่อยๆดูว่า ทำแล้วฉันจะเสียฟอร์มมากมั้ย อะไรเงี้ยนะ ไปคิดเอาเอง ฟอร์มกับแฟนก็เลือกเอาล่ะกัน ... วันนี้อยู่ด้วยกันทำเพื่อกันและกันบ้าง เพราะเมื่อไหร่ที่จากลากันไปไม่ว่าวิธีใดก็ตาม จะได้ไม่มีความว่า "เสียใจที่ไม่ได้ทำ" เพระนั้น มันหมายถึง ... IT'S TOO LATE. <ไม่ใช่ทุเรศนะจ๊ะ>
     
    "เขา" เป็นผู้ชายธรรมดาคนหนึ่ง
    ที่ยังคงวิ่งไล่ตามความฝัน....และยังคงค้นหาตัวเอง

    "เขา" เป็นเหมือนกับผู้ชายทั่ว ๆ ไป
    ไม่อ่อนหวานแต่อ่อนไหว...ไม่แข็งแรงแต่แข็งกระด้าง
    แสดงออกในสิ่งที่ตรงข้ามกับความต้องการของจิตใจ ไม่พูดคำว่ารัก
    ไม่เคยแสดงออกว่า "เขา" รัก "เธอ"

    สิ่งเดียวที่เขามีให้อย่างเสมอต้นเสมอปลายก็คือสายตา...และความจริงใจ

    "เขา" คิดว่ามันน่าจะเพียงพอแล้ว... และ "เธอ" ก็คงจะคิดเช่นเดียวกับ
    "เขา"

    ทุกครั้งที่ "เขา" คิดถึงก็มักจะพูดแต่เพียงว่า "ก็แค่อยากคุยด้วย"
    มันคงจะดีกว่านี้ถ้า "เขา" กล้าที่จะยอมรับกับความต้องการของหัวใจตนเอง

    "เธอ" เป็นผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่ง ที่ต้องการใครสักคน...คนที่ "เธอ" รัก
    และเป็นคนที่รัก "เธอ"

    "เธอ" ยังคงเชื่อมั่นและศรัทธาในความรัก
    และหวังว่าสักวันจะต้องเจอคนที่เกิดมาเพื่อกันและกัน

    "เธอ" มักจะวางตัวนิ่ง ๆ เฉย ๆ เมื่ออยู่กับ "เขา"
    ไม่เคยบอกว่ารู้สึกเช่นไร...

    สิ่งเดียวที่ "เธอ" ทำได้และทำเสมอมาคือการรอ รอให้ "เขา"
    เปิดโอกาสให้กับ "เธอ" และกับตัว "เขา" เอง รอสักวันที่ "คนทั้งคู่"
    เปิดหัวใจให้แก่กันและกัน

    "เธอ" หวังไว้เช่นนั้น.. หากแต่ "เธอ" เองก็ไม่เคยบอกเช่นกันว่าคิดถึง
    "เขา" มากมายเพียงไร

    สิ่งที่ "เธอ" มักจะย้ำตลอดเวลา "รักษาสุขภาพมาก ๆ " มันคงจะดีกว่านี้ถ้า
    "เธอ" จริงใจกับความรู้สึกของหัวใจเธอเอง

    เรื่องของคนทั้งคู่นี้...ไม่มีตอนจบ...เพราะไม่มีตอนเริ่มต้น..
    ทั้งคู่ยังคงดำเนินชีวิตต่อไปตามวิถีทางที่ควรจะเป็น
    พบเจอกันเพื่อความสุขใจ...และเก็บเกี่ยวความรู้สึกดี ๆ เอาไว้
    แต่ทั้งคู่ไม่สามารถจะรับรู้ถึงความรักที่ต่างคนมีให้กันได้
    เพราะต่างคนต่างแอบซ่อนความรู้สึกที่แท้จริงของตนเอง

    ได้โปรดรับรู้ไว้เถิดว่า มนุษย์...มีตาไว้ดู....มีหูไว้ฟัง
    มีหัวใจ.....เอาไว้รู้จักความรัก

    ความรักที่ไม่สามารถแสดงให้หัวใจอีกดวงได้รับรู้
    ก็เป็นแค่ความรู้สึกที่สูญเปล่า...เป็นความรักที่ไร้ค่า

    อย่าปล่อยให้เวลาล่วงเลยไป..จนไม่มีโอกาสที่จะแสดงความรัก
    เพราะท้ายที่สุดแล้ว ความรักคือชีวิต และชีวิตก็สถิตอยู่ในหัวใจ

    วันนี้คุณบอกรักใครรึยัง

    ขอให้ความรักที่อยู่ในก้นบึ้งของจิตใจคุณทุกคน จงเบ่งบานและงอกงาม
    November 24

    เวลา..ความทรงจำที่ย้อนกลับมา...!!

    Weekend มาถึงอีกแล้ว นู๋เรเพิ่งเคลียร์งานสัปดาห์ที่แล้วเพิ่งเสร็จ อาทิตย์น่าก็คงมาเคลียร์งานของ week นี้ ช่วงนี้อะไรค้างๆคามักกลับเข้ามาหาเราเรื่อยๆ .. ไม่ว่าจะงาน หรือนัดสำคัญๆที่เลื่อนไปๆ จนเพื่อนต้องมาหาถึงที่ ก็เลยเจอกัน ^^V และ..เมื่อความรักเก่ากลับมา มีคนเคยบอกว่า หากวันนึงหากเราได้กลับมาสู่เส้นทางเดิมๆ จงถามหัวใจว่ากว้างพอที่จะเสี่ยงกับมันมั้ย ? นู๋เรน่ะหรอ .. เสี่ยงหรอ? ทุกวันนี้ก็เสี่ยง.. ไม่มีสิ่งไหนได้มาโดยไม่สูญเสียอะไร แต่เราก็ต้องมาดูว่าสิ่งที่เสียไปกับที่ได้มานั้นมันคุ้มค่าแค่ไหน พอจะแลกเปลี่ยนกันมั้ย ... แต่ขอให้เลือกที่จะเสี่ยงให้น้อยที่สุด
    นู๋เร วันนี้แม้ภายนอกดูเหมือนเดิมดีทุกอย่าง  ต่างกับหัวใจที่ดูเข้มแข็งขึ้น อยากจะบอกว่า เส้นทางเดิมสำหรับเร มันไม่มีอีกแล้ว ... อย่าเสียเวลากับสิ่งที่ไม่มีอยู่จริง ... นู๋เรอยากจะฝากบอกถึงเพื่อนๆคู่รักทุกคู่ คำว่า "รัก" พูดได้ถ้าคุณรู้สึกแบบนั้น แต่ คำว่า "เลิก" ถ้าไม่มั่นใจ อย่าแม้แต่จะคิดเลย เพราะคำเหล่านี้หลุดออกไปแล้ว มันไม่มีอะไรกลับคืน นอกจาก ความเสียใจของคนที่ไม่พร้อมจะได้ยิน ...
    เวลาช่วยปลอบโยน ปลอบใจ... แต่ถ้าเมื่อไหร่ ความรักเดิมๆกลับมา จงอย่าถามหาหัวใจ ... เพราะมันได้สลายไปพร้อมกับกาลเวลา และที่เข้มแข็งขึ้นมานั้นคือ จิตใจที่ไร้หัวใจ ....
    เวลาเป็นอะไรที่ไม่มีใครบอกได้ว่า วันนี้ พรุ่งนี้จะยังมีสำหรับเรามั้ย .... คุณค่าของเวลานั้น จงรักษามันเอาไว้ทุกๆเสี้ยวของนาที ที่มีความสุข เพราะเมื่อไหร่ความทุกข์มาเยื่อน จงเอากำลังใจจากความสุขครั้งก่อนมาเยียวยา ....
     
    ......................................บทความของกาลเวลา ...........................................................
    คนเราอายุเฉลี่ย 60 ปี
    1 ปี เท่ากับ 365 วัน
    แสดงว่าแต่ละคนมีเวลาบนพื้นโลก 21,900 วัน
    คิดปลีกย่อยไปกว่านั้นก็ 525,600 นาที
    ลองนับเป็นสัปดาห์ อืม...ไม่เลว 3,120 สัปดาห์

    อุแม่เจ้า...แสดงว่า เรามีโอกาสเที่ยวในคืนวันเสาร์สามพันกว่าครั้งเท่านั้นเอง คิดแบบนี้แล้วไม่กล้าดูนาฬิกา แทบเบือนหน้าจากปฏิทิน เพราะมันไม่ต่างอะไรกับการนับแถวหลังเพื่อรอวันลาโลก

    เปล่าเลย ชั้นไม่ได้กลัวตาย ตรงกันข้าม ชั้นคิดว่าตลอดเวลาที่ใช้ชีวิตอยู่บนโลกนี้มันน้อยมากหากคำนวณในเชิงตัวเลข ยังมีหนังสืออีกหลายเล่มที่ยังไม่ได้อ่าน เพลงอีกหลายเพลงที่ยังไม่ได้ฟัง หนังอีกหลายเรื่องที่ยังไม่เคยดู ความรู้สึกในใจมากมายที่ยังไม่เคยบอก พื้นที่อีกหลายล้านตารางกิโลเมตรที่ยังไม่เคยไป
    โอ๊ย...กลุ้ม สองหมื่นกว่าวันที่เราได้รับมามันน้อยเกินไปจริงๆ และที่น่ากลุ้มไปกว่านั้น คือ
    ใช่ว่าทุกคนจะอยู่ถึง 60 ปี
    แน่นอน 1 ปี ยังเท่ากับ 365 วัน
    นั่นแสดงว่า บางคนไม่ได้มีเวลาอยู่บนพื้นโลกถึง 21,900 วันหรอกนะ
    อาจไม่ถึง 3,120 สัปดาห์ซะด้วยซ้ำ
    อุแม่เจ้า... 2 คืนวันเสาร์ที่จะได้ไปเที่ยวเหลือไม่ถึงสามพันแล้วเหรอเนี่ย

    คิดแบบนี้แล้วต้องรีบยกนาฬิกาขึ้นมาดู กางปฏิทินออกกว้างๆ
    เพราะนี่คือวันเสาร์ที่เราเหลือ...บนพื้นโลก
    นี่เรากำลังอ่านอะไรบ้าบอ อยู่เนี่ยคิดมากไร้สาระ ฟุ้งซ่าน(รู้นะว่าพวกเธอคิดอยู่) ....ไม่เลย นี่ไม่ใช่ปรัชญางี่เง่าอะไรทั้งนั้น หากเป็นความจริงที่เราไม่ค่อยได้มองมัน เอาล่ะ นี่คือ เรื่องจริงเรื่องหนึ่งที่คนส่วนใหญ่มองข้ามมันไป งั้นสมมติว่าทุกคนอายุ 18 ปี แปลว่าใช้ชีวิตมาแล้ว 6,235 วัน และผ่านคืนวันเสาร์มา ร้อยกว่าครั้ง ส่วนหน่วยนาทีนั้น...คำนวณเองบ้างซิว้อย!!!

    เอาเวลาที่ใช้ไปนั้น หักลบกับเวลาที่(คาดว่าน่าจะ)เหลืออยู่ผลลัพธ์ที่ได้ เราจะยังไงกับมันดี
    แต่น่าแปลก หลายคนยังยอมทำงานน่าเบื่อ นั่งเอาหัวตากแอร์ไปวันๆ ยอมให้คนที่ไม่ใช่พ่อใช่แม่จิกหัวใช้ เพื่ออะไรบางอย่างที่เราเรียกว่า เงินเดือน
    บางคนทนเรียนอะไรก็ไม่รู้อยู่ 4 ปี ทั้งๆ ที่ก็ไม่รู้ว่าชอบหรือเปล่า รู้แต่ว่าแม่ชอบ ไม่ก็เห็นเพียงว่าเพื่อนเรียน เพียงแค่ตอบตัวเองไม่ได้ว่ากูจะเป็นอะไรดี

    บางคนแอบรักเขา ซุ่มเลิฟอยู่อย่างนั้น ปล่อยให้ความรู้สึกที่ดีลอยไปหาคนอื่น แต่กลับปล่อยให้หัวใจตัวเองเหลือแต่ความรู้สึกต่ำต้อยได้ทุกวัน ทุกวัน ทุกวัน
    บางคนกินทิฐิเป็นอาหาร เก๊กใส่กันไปวันๆ ต่างฝ่ายต่างรอให้อีกฝ่ายง้อ มึงแน่ กูแน่ งอนการกุศล ประชดทำลายสถิติ เชิดหยิ่งชิงชนะเลิศ...ไอ้บ้า!!!
    และอีกหลายคนนิยมกิจกรรม 'ฆ่าเวลา' ... ชีวิตมันว่างจัด ขนาดต้องนั่งฆ่าเวลากันเลย บอกตรงๆ เห็นแล้วอยากตบกบาล เอ็งกำลังทำลายทรัพย์สินที่มีค่าที่สุดที่มนุษย์ทุกคนพึงจะมี

    อีกหน่อยเราก็ตายจากกัน...แล้วนะ
    ลองคิดแบบนี้บ้าง...ใช่แล้ว...เราจะเกิดความเสียดายเพราะเหลืออีกหมื่นแสนล้านอย่างที่เราไม่ได้ทำ
    ตายได้ยังไงหากฝันไม่สำเร็จ...ไม่ได้หมายความว่าเราจะไม่ยอมตาย
    แต่ให้รีบทำทุกอย่างก่อน ที่จะตาย...ซึ่งจะเป็นวันไหนก็ไม่รู้
    เคยสงสัยมั้ย... ทำไมเราถูกกำหนดไม่ให้รู้วันตายของตัวเองเพราะมันจะทำให้เราไม่แยแสทุกสิ่งทุกอย่าง และตอบสนองความต้องการของตัวเอง ทั้งในทางดีและทางชั่ว
    และในเมื่อเราไม่รู้ว่าเมื่อไหร่...มาเตรียมการรอรับวาระสุดท้ายของเราดีกว่า เอาแบบว่าถ้าตายวันพรุ่งนี้ก็จะได้นอนตาหลับ เกิดโชคดีไม่ตายขึ้นมาเราก็จะได้กำไรในการอยู่ต่อเพื่อทำสิ่งดีที่ยังค้างคา
    ใช้ชีวิตโดยคิดซะว่า...พรุ่งนี้ชั้นจะตายแล้ว
    ทำในสิ่งที่เรารัก เสมือนว่าเราจะไม่ได้ทำมันอีก
    ตามฝันของเราไปสุดโต่ง...ต้องรีบแล้ว...เดี๋ยวตายยนะ...เตือนแล้วไง

    รักให้หมดใจ บอกเขาไปทั้งหมดที่ความรู้สึกมี ส่วนจะรักหรือไม่รักกู ไม่สนว้อย...เพราะพรุ่งนี้ชั้น(อาจจะ)ตายแล้ว
    ใช้เวลา(ที่อาจจะ)สุดท้ายที่มีต่อกันไว้ กอดกันเหมือนว่านี่เป็นกอดสุดท้ายของเรา นุ่มนวลที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะอย่างน้อยๆ เราจะได้มีสีหน้าที่ยิ้มแย้มตอยให้สัมภาษณ์ยมบาล
    คนข้างบ้านเดินหน้าแป้นแล้นมาบอกกข่าวดี ลูกสาววัย 23 กำลังจะแต่งงาน ในมือมีซองสีชมพูพร้อมการ์ด ลูกสาวอยู่ต่างจังหวัดกับคู่หมั้น แม่เลยต้องมาแจกการ์ดเอง แต่เมื่อกี๊นี้ว่าที่เจ้าสาวเพิ่งโทร.มาปรึกษาแม่เรื่องชุดแต่งงาน หลังจากนั้น 3 ชั่วโมง เธอตาย... แต่กว่าที่คนเป็นแม่จะได้รู้ข่าวร้าย ก็ปาไป 5 วัน ซองในมือผมกลายเป็นเงินช่วยงานศพ ช่อดอกไม้กลายเป็นพวงหรีดและทั้งหมดกลายเป็นแรงบันดาลใจที่อยากจะบอกว่าอีกหน่อยเราก็ตายจากกัน...แล้วนะ

    อ้าว!!! รู้งี้ยังจะมาอ้อยสร้อยอะไรกันอีก รีบแยกย้ายไปใช้เวลาที่เราเหลืออยู่ทำทุกอย่างที่เรายังไม่ได้ทำ
    เดี๋ยวตายซะก่อน...เสียดายแย่!!!

    ขอบคุณสำหรับ บทความของกาลเวลา ที่พี่เอ็ดดี้ส่งมาให้นะค่ะ ขออนุญาติใส่ไว้ให้เพื่อนๆๆ อ่าน
    November 20

    แค่เข้าใจ?... หรือ เข้าถึงหัวใจ?

    กลับมานั่งตรงนี้อีกครั้ง ... งานก็เยอะแต่ใจล้า.. ก็ทำแบบไม่มีหัวใจไม่เอาดีกว่า delay อารมณ์ตัวเองซักพักนึงไปกับการอ่าน E-mail ที่เพื่อนๆส่งมา ส่วนใหญ่จะขอคำแนะนำเกี่ยวกับการสมัครเกมต่างประเทศ ต้องขอบอกก่อนเลยว่า ตอนนี้ไม่ว่าจะเกาหลีหรือญี่ปุ่น ก็เข้มงวดพอกัน เพราะงั้นเล่นเกมในบ้านเราเถอะค่ะ แม้ว่าหลายๆคนจะบ่นว่าสังคมในเกมไม่ดีแบบนั้น ไม่ดีแบบนี้ แต่เรอยากจะบอกว่า สังคมก็เกิดจากคนในสังคมนั้นล่ะที่มีบทบาทและทำให้สังคมเปลี่ยนไป เพราะฉนั้นลองเริ่มต้นที่ตัวเราเองดู นะค่ะ
    วันนี้ได้อ่าน e-mail ของน้องคนนึง อ่านไป ก็นั่งน้ำตาซึม  ที่น้องถามพี่เรว่า "เจ็บเหลือเกินพี่เร นู๋ต้องเจ็บปวดแบบนี้ไปนานแค่ไหน?" นานๆ พอๆกับที่นู๋อยากอยู่กับมันค่ะ ตอนนี้นู๋เจ็บ .. ไหนชี้ให้พี่เรดูหน่อยว่าเจ็บตรงไหน และต้องเจ็บจริงๆนะ เดี๋ยวพี่เรจะทายาให้ รับรองว่าหาย ... ไม่มีอะไรเจ็บปวดไปกว่า ใจของนู๋หรอกค่ะ สิ่งที่น้องเจ็บมันคือความคิด มันไม่มีตัวตน มันไม่จริง จำไว้นะค่ะ "ไม่มีอะไรทุกข์ที่สุด และสุขที่สุด" ปรับองศาใจให้อยู่ตรงกลาง ไม่ว่าวันนี้น้องจะเจออะไร มันจะเจอแบบพอดีๆ "ไม่มีที่สุด"
    ตอนนี้น้องกำลังได้รับ วัคซีนของหัวใจนะ และพอครั้งต่อๆ ถ้าเราเข้าใจความเจ็บปวด มันก็จะไม่รุนแรงเท่าครั้งนี้ วันนี้พี่เร จะขอพูดกันอีกทีกับเรื่องของความรัก ถึงแม้ว่า เร เองบ่อยครั้งที่เจอความเจ็บปวดอยู่บ้าง แต่นั้นก็ทำให้เรเรียนรู้ในอีกขั้นนึง
     
    เคยสงสัยมั้ยว่าคนเราจะสามารถรักกันไปอีกนานเท่าไหร่ ความรักของเรากับใครก็ตาม มันจะยืดไปอีกนานเท่าไหร่ เหมือนที่หนังเรื่อง The Mexican ได้ให้เราคิดว่า คนที่เรารักน่ะ เราอยู่กับเค้า ใช้ขีวิตกับเค้า แต่เราก็ทะเลาะกับเค้าอยู่ตลอดเวลา เราจะรู้ได้ยังไงว่าเมื่อไหร่คือ จุดสิ้นสุด หรือ enough is enough

    สำหรับเราเราชอบฉากนี้ในเรื่องมาก เพราะคำตอบมันตรงกับใจเรา ที่คิดอยู่ คำตอบก็คือ never หรือ ไม่มีคำว่าพอ หรือสิ้นสุดหรอก เพราะอะไรรู้มั้ย เราคิดว่า คนเราเมื่อรักใครแล้ว เค้าจะพยายามที่จะเรียนรู้ชีวิต ความคิด ความเป็นอยู่ของคนที่รักให้มากที่สุด มันไม่ใข่การก้าวก่ายหรือเป็นพฤติกรรมที่น่ารำคาญหรอก แต่เป็นการกระทำเพราะความรักต่างหาก เมื่อเรารักใครแล้ว เราอยากเรียนรู้เรื่องต่างๆ ของเค้า เพื่ออะไร เพื่อที่เราจะได้รับรู้ว่า อะไรที่จะทำให้เค้ามีความสุข เพราะความรักคือการทำให้คนที่เรารักมีความสุขไม่ใช่หรอ

    หลายๆ คนมักจะมีนิยามความรักที่แตกต่างกันออกไป ส่วนตัวเราเอง มันไม่ใช่นิยามหรอก แต่มันเป็นอะไรที่เราค้นพบเองต่างหาก เราได้ค้นพบว่า ความรักคือการเรียนรู้ คือการอดทนที่พยายามที่จะเรียนรู้ คือการไม่ก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของกันและกันจนมากเกินไป แต่ไม่ได้หมายความว่า การถามไถ่ว่า วันนี้เป็นไงบ้างคะ เป็นการละเมืดเรื่องส่วนตัวนะ แต่เรื่องนี้มันขึ้นอยู่กับคนด้วยล่ะ ก็อยากที่เราบอกน่ะแหล่ะ คนแต่ละคนมันไม่เหมือนกันหรอก

    ความรักคือการเสียสละ เสียสละได้แม้กระทั่งความสุขของตัวเอง แต่ถ้าคนฉลาดพอ ควรจะรู้ว่าอะไรที่มันพอดีกับตัวเอง อย่าทำร้ายตัวเอง เพื่อคนที่เรารัก เพราะอย่างงั้นเค้าจะเรียกว่า โง่ บ้า สิ่งสำคัญที่เราค้นพบ และทำให้เรายังรักคนคนนึงอยู่ถึงแม้ว่ามันจะผ่านมานานมากแล้ว ก็คือ การที่เรายอมรับตัวตนที่เค้าเป็น สิ่งนี้เป็นสิ่งที่สำคัญมาก คนเรามักจะมีสิ่งที่ดีและไม่ดีปนกันไปในชีวิต ความรักจะอยู่ตลอดกาลถ้าเรายอมรับตัวตนที่แท้จรืงของเค้าให้ได้ ในที่นี้ไม่ได้หมายความว่าเราควรจะหน้ามือตามัว เค้าเลวยังไงก็ต้องรับให้ได้ ไม่ใช่ สิ่งที่เราพยายามจะบอกก็คือ บางทีที่หลายคนมองว่าเค้าไม่ดี เค้าเลว สำหรับเรามันอาจจะเป็นข้อดีของเค้าก็ได้ คงไม่ต้องยกตัวอย่างหรอก ลองไปคิดกันเอาเองแล้วกันว่า ที่เราทะเลาะกับคนที่เรารักบ่อยๆ หรืองอนกันบ่อยๆ หรือมักจะพูดกันว่า เราคงเข้ากันไม่ได้หรอก เราต่างกันเกินไปน่ะ มันจริงหรือ หลายคู่มักจะมีการทะเลาะเบาะแว้งกันอยู่เป็นประจำ แล้วมักจะสรุปว่า เราสองคน ไม่สามารถเข้ากันได้..............ลองไปคิดดูดีๆ พยายามทบทวนสิ่งต่างๆ ที่เราได้ทำลงไป มันจริงหรอ มันทนไม่ได้ขนาดนั้นเลยหรอ มันแย่มากหรือ

    ทั้งหมดเราแค่คิดไปเองฝ่ายเดียว ทั้งหมดที่พูดมานี้ ใช้ได้กับความรักทุกแบบ ไม่จำเป็นจะต้องเป็นความรักแบบคู่รักเสมอไป กับเพื่อนก็เช่นกัน พยายามเรียนรู้ถึงตัวของเพื่อนเรา ต่างคนต่างเรียนรู้ซึ่งกันและกัน แล้วเราก็จะยอมรับกันในที่สุด เราว่าคนเรามันไม่ได้ต่างกันเท่าไหร่หรอก ถ้าคนเราพยายามเปิดใจให้กว้างมากขึ้น หัดยอมรับอะไรให้ง่ายขึ้นนะ สิ่งดีๆ มันก็จะเกิดขึ้นเองล่ะ ไม่ต้องไปพยายามหรอก หรือคุณว่าไง
    November 15

    อยากได้ยินว่า ... รักกัน

    สวัสดีค่ะ ช่วงนี้เริ่มเข้าสู้ฤดูหนาวเต็มๆแล้วใช่มั้ยเนี๊ย รู้มั้ย? ตอนนี้นู๋เรอยู่ที่ไหน ถ้าพูดแบบนี้ไม่ใช่เมืองไทยแน่^^ อิอิ ถูกต้อง ที่นี่อากาศเย๊นเจี๊ยบเพราะลมทะเลที่มีทุกวัน อากาศเหมือนฝนจะตกอยู่ตลอดเวลา เค้าว่ากันว่าอากาศแบบนี้ห้ามอยู่คนเดียวเดี๋ยวมันจะเหงา แต่ทำไงได้อิอิ คนไกลบ้านก็งี้ล่ะค่ะ คิดถึง แม่ น้อง และเพื่อนๆมากๆเลย ...  วันก่อนเจอคู่รักคู่หนึ่ง ฝ่ายหญิงมาคุยกับนู๋เร ว่าทำไมนะๆ แฟนของเค้าถึงไม่ยอมบอกรักเค้าซักที แต่เรื่องที่จะทำให้ทะเลาะกันอ่ะ พูดจังเลย - -" เฮ้อออ ... นู๋เร ก็เข้าใจนะสำหรับผู้หญิง ใครๆก็อยากได้ยินคำว่า รัก จากปากของคนที่รัก ทั้งนั้น ... แต่เคยมีคนบอกเร ว่า ถ้าพูดแล้ว การกระทำไม่ใช่เลยล่ะ จะรับได้รึเปล่า .. อันนี้ก็น่าคิด แต่อย่างน้อย เรอยากให้คนรักกันทุกคู่ ลองเอาใจเค้ามาใส่ใจเรา .. ในการใช้คำพูดของทุกฝ่าย

    ......คุณเคยใช้คำพูดที่พูดออกไปด้วยอารมณ์ ความคะนอง
    แต่แล้วคำพูดที่พูดออกไป ทำร้ายความรู้สึกดีๆของอีกฝ่าย
    ผู้ฟังฟังแล้วเสียความรู้สึกดีๆไป....

    .......จะเป็นด้วยความตั้งใจที่จะพูดออกไปหรือไม่ก็ตามแต่
    สุดท้ายคนที่รับฟังประโยคเหล่านั้นรู้สึกผิดหวังที่ได้ยินอย่างนั้น

    ........คุณอาจจะรู้สึกดีที่ได้พูดอย่างนั้นออกไป ได้ระบายความรู้สึก
    แต่ภายหลัง...คุณกลับมานั่งขบคิดในสิ่งที่คุณทำลงไป
    คุณกำลังทำลายความรู้สึกดีๆระหว่างกันลงไป
    คุณเริ่มรู้สึกเสียใจต่อสิ่งที่ทำลงไป

    ........คำพูดที่หลุดออกจากปากไปแล้ว
    มันคืออดีตที่แก้ไขอะไรไม่ได้เลย
    มีแต่สติเท่านั้นที่ควบคุมคำพูดที่จะออกจากปากไม่ให้พลั้งเผลอพูดในสิ่งไม่สมควร
    เพียงแต่เราขาดสติควบคุม
    คำพูดที่หลุดออกไปก็จะกลายเป็นสิ่งที่ทำร้ายความรู้สึกของอีกฝ่ายหนึ่งทันที

    ........บางครั้งคุณอยากจะเป็นฝ่ายกล่าวขอโทษในสิ่งที่คุณกล่าวซึ่งทำร้าย
    ความรู้สึก ดีๆของอีกฝ่าย
    เพียงแต่คุณไม่กล้า คุณมีทิฐิ
    คุณเป็นฝ่ายลังเลที่จะกล่าว อยากให้อีกฝ่ายยกโทษให้คุณ แต่ในใจคุณ
    ความมีทิฐิ กลัวเสียหน้า
    ข่มความกล้าที่จะทำให้คุณเป็นฝ่ายเริ่มต้นกล่าวก่อน
    คุณกลับรอเวลาให้ผ่านไปด้วยหวังว่าเวลาที่ผ่านไป...ทุกอย่างก็จะดีเอง

    .......คุณเคยคิดบ้างไหมว่า
    เวลาที่ผ่านไปยิ่งทำให้ทุกอย่างไม่ดีขึ้นเลย อีกฝ่ายที่รับฟังคำพูดของคุณ
    ถึงแม้ว่าคำพูดที่ผ่านไปมันกลายเป็นอดีต
    แต่ความรู้สึกมันยังคงค้างอยู่ในใจ

    .......ถ้าทิฐิมันทำลายความรู้สึกที่ดีระหว่างกัน
    มีประโยชน์อะไรที่คุณจะถือทิฐิเอาไว้กับตัว คุณควรจะปล่อยทิฐิตรงนั้นไป
    การกล่าวขอโทษ ดูเหมือนจะเป็นเรื่องยิ่งใหญ่และยาก
    ในยามที่ความรู้สึกดีๆระหว่างกันเกิดรอยร้าวขึ้น
    ความรู้สึกดีๆจะกลับมาก็เพียงแต่คุณกล้าที่จะเริ่มต้นกล่าวคำขอโทษออกไป

    .......ถามใจตัวคุณเองว่า
    คุณยังให้ความสำคัญกับคนๆนั้นอยู่ไหม
    ไม่ต้องกลัวเสียหน้าถ้าคุณจะเป็นฝ่ายเริ่มต้นกล่าวก่อน หลังจากกล่าวออกไป
    คุณจะรู้สึกว่าจิตใจคุณบางเบา
    อีกฝ่ายคงรู้สึกดีที่ได้ยินอย่างนั้นและยินดีจะให้อภัยคุณ

    ......เมื่อก่อนฉันเคยมีทิฐิและไม่ยอมที่จะลดละความมีทิฐิ
    สุดท้ายฉันพบว่ามันไม่มีประโยชน์อะไรจากการทำแบบนั้น
    แล้วกลับมานั่งเสียใจกับสิ่งที่ทำลงไปแทน

    ......ถ้าความรักหมายถึง การไม่โกรธ และให้อภัย
    คนที่คุณรักเขาคงยินดีและไม่โกรธเมื่อได้ยินคำขอโทษจากคุณ
    และเขาก็ยินดีที่จะให้อภัยคุณตราบเท่าที่เขายังรักคุณอยู่

     

    October 27

    บางอย่าง...มันทำให้เราเข้มแข็ง

    สวัสดีจ้า  ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณเพื่อนๆ ที่ทำให้ช่วงเวลาที่แสนลำบาก มันสั้นเร็วขนาดนี้ ตอนแรกก็คิดแล้วล่ะนะว่า จะผ่านไปยังไง โอ้ย!! มันยากมากๆ ไม่ไหวๆ แฮ๊กๆๆๆ
    เมื่อหลายอาทิตย์เป็นเช่นนั้น แต่วันนี้ไม่ใช่แล้ว ^^V พอมองดูตัวเองในวันนั้น ก็เกิดคำพูดที่ว่า "เออ! เรานี่ก็บ้าได้ขนาดนั้นเหมือนกันนะ กลายเป็นเรื่องขำ ซะงั้น"
    ตอนนี้ก็เลยกลับมาทำงาน ทำเกมที่ตัวเองรักต่อ เพราะหลายเดือนที่ผ่านมันเป็นแค่ทางแยกของชีวิตให้เราได้พักงานที่ทำอยู่ แล้วไปเจอความสุขอีกแบบเท่านั้นเอง
    ชีวิตนี่ก็มีอะไรๆ ให้ลองแวะดูเยอะนะค่ะ ก็บอกตัวเองแล้วล่ะว่าต่อไปนี้จะไม่เถลไถล่อีกแล้วล่ะ ทำงานไปเรื่อยๆ รอให้คนที่อยู่ตามแยกต่างๆ เดินเข้ามาหาเราเองดีกว่า เพราะบางที
    เส้นทางที่เรากำลังเดินอยู่ อาจเป็นทางแยกของใครบางคนก็ได้ ^^V เอ๊ะ!!หรือว่าเค้าผ่านเข้ามาแล้ว เรายังไม่รู้ตัวนะ อิอิ
    วันก่อนเริ่มอ่าน E-mail ของบรรดาแฟนคลับที่ส่งมาทั้ง ไทยและฝรั่งเศส ช่วงนี้มีเกาหลีด้วย เออ!!นั่งอ่านกันตาแฉะไปเลย ยังไงก็ขอบคุณมากๆค่ะ และตอนนี้ทีมงานแปลของนู๋เร
    ก็รับนักแปลเรื่อยๆค่ะ วันก่อนนู๋เรอ่าน E-mail ของน้องคนหนึ่งเกี่ยวกับ ความรักของเค้าทั้งในเกมและนอกเกม และสุดท้ายก็ไม่เหลืออะไรเลย เรเสียใจด้วยจริงนะๆค่ะ แต่เรก็ทำได้แค่ปลอบใจ และขอให้น้องมองแต่วันข้างหน้า อะไรที่ผิดพลาดไปแล้วอย่าเอามาใส่ใจ ... พอพูดถึงความผิดพลาด จริงๆเราก็เคยผิดพลาดมาแล้วทั้งนั้น  แต่ณ วันนึงสิ่งที่ผิดพลาด บางครั้งดูยิ่งใหญ่ แต่ถ้าเราผ่านมันไปได้เมื่อไหร่เราจะรู้สึกว่าตัวเราเองต่างหากที่"ยิ่งใหญ่"
    ถ้าจะบอกว่านี่เป็นปัญหาที่ใหญ่ที่สุดในชีวิต ไม่มีจริง เพราะชีวิต หมายถึงทั้งชีวิต ไม่ใช่ช่วงชีวิตใด เรียนไม่จบเราอาจอยู่ในวัยเรียนแต่เราไม่รู้ว่า ปัญหาด้านอื่นๆ ในอนาคตที่ต้องเจอจะเป็นอย่างไรใช่มั้ย ปัญหาที่เป็นสาเหตุให้ ทุกข์ใจ มันเกิดขึ้นได้ มันสงบลงได้ แต่สภาพจะไม่ราบรื่นเหมือนเดิม เท่านั้นเอง นี่คือสิ่งที่ต้องทำใจรับมันให้ได้
    นู๋เรเอาใจช่วยสำหรับ คนที่กำลังท้อแท้ หรือเจอปัญหารุมเล้ามากมายตอนนี้ ลองมองปัญหาดีๆ อย่างมีสติ ว่าเกิดที่ไหน ที่ใจก็ดับที่ใจ แต่ถ้ามันไม่อยู่ตรงหน้าเรา นะตอนนั้น ขณะนั้นจะคิดทำไม ... ทำตัวให้อยู่กับปัจจุบันให้มากที่สุด พอแล้ว เพราะแน่ใจหรอค่ะว่าพรุ่งนี้เราจะได้หายใจอีก ทั้งๆที่เราก็ตายกันอยู่ในทุกๆคืน ^^V
    ---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
    วันที่ 30 ตุลาคม 2006 เวลา 12.02 ตอนเที่ยงที่คนเค้ากินข้าวกัน
    วันนี้งานเยอะมากหลังจาก ที่ดองเค็มมานาน ก็ค่อยๆทำไปเรื่อยๆ แล้วก็เลยมานั่งพักสมองนิดหน่อย โดยหามุมสงบที่ห้องสมุดของออฟฟิศ มาค่อยๆคิดหาคำตอบจากที่ Boss ถามเมื่อเช้าว่า "Double Think?" ก็ที่เรเคยขอย้าย branch นั้นล่ะ ตอนนี้เค้าถามเพื่อความแน่ใจ ว่าย้ายแน่หรอ? ตอนนั้นที่ใจอ่อนแอ มันไม่อยากอยู่ที่นี่แล้ว ก็อยากไปนะ แต่ตอนนี้เริ่มค้นพบอะไรหลายๆอย่างที่คิดว่า มันมีความสุขเหมือนกันที่อยู่ที่นี่ จนไม่อยากไปไหน เช่นกัน รู้สึกใกล้ชิดแม่มากขึ้น ได้รับรู้ความห่วงใยจากคนรอบข้างมากขึ้น ตอนนี้งานที่ทำกำลังไปได้สวย และได้เพื่อนที่ ทำWeb Designer อ๋องจังมืออาชีพ มาช่วยทำเว็ปนักแปลให้ และอาจารย์Jerome ที่เป็นที่ปรึกษาที่ดีให้เรามาตลอด ก็ช่วยคิดแผนในการทำธุรกิจเล็กๆให้นู๋เร ด้วย และที่น่าปลื้มไปกว่านั้นกลุ่มนักแปลของนู๋เร เริ่มทำงานเป็นทีมมากขึ้น ไม่ค่อยให้ห่วงอะไรมากแล้ว .... แต่ก็ต้องกำกับดูแล กันอยู่ดี แล้วแบบนี้จะทิ้งไปยังไง นะ
    และนี่คุณแม่นู๋เร จะออกเงินให้ถอยรถอีก - -" ไม่มั่นใจว่าตัวเองจะขับได้ มันหลอนนนนนนน ....
    อยากจะขอบคุณเพื่อนๆ ที่ทำให้นู๋เร กลับมาเข้มแข็งอีกครั้ง
     
    ตาบี>> พี่ชายที่แสนดีตลอดกาลลล ของนู๋เร
    โจ๊ก>> เพื่อนนักเขียนที่เรมีความภูมิใจในความสามารถของนักเขียนตัวกลมคนนี้มากๆค่ะ
    ข้าวเหนียว >> เพื่อนที่เฮฮาได้ตลอดแม้ว่าวันนั้น น้ำตาจะตกใน
    คุณปุ่น >> เพื่อนนักเขียนที่มีความสามารถในความคิด .. หลายด้าน
    นู๋เฟริน >> สาวน้อยน่ารักที่ห่วงไย พี่สาวคนนี้ได้ตลอดเธอไม่เคย เหนื่อยจริงๆ
    คุณป่าน >> เพื่อนสาวสวย ที่ให้คำแนะนำดีๆ หลายอย่าง นู๋เร ขอให้เธอมีความสุขมากๆ อย่าได้เจอแบบที่นู๋เรเจอเลย
    โอ๋,นายพารัม,นู๋นิ,กิ๊บ และนายโจ >> ทีมนักแปลที่มากไปด้วยความสามารถ ถ้าไม่มีพวกเรา นู๋เรคงไม่มีวันนี้
    ลุงโฮ๊ะ >> คุณลุงที่อารมณ์ดีตลอดการ พร้อมกับ มุขเด็ดที่ยิงโดนใจประจำ
    และนาย Empty >> ที่สอนให้เรารู้จักกับ คำว่า ปล่อยไปตามธรรมชาติ และติดดิน
    October 24

    จุดเริ่มต้น ... ของความรัก

     จุดเริ่มต้น
    ความรัก … เป็นความรู้สึกที่เริ่มต้นได้เสมอ ไม่ว่าเราจะอยู่ในสภาพอารมณ์เช่นไร
    บางครั้ง … ความรักเกิดขึ้น … ในขณะที่เรามีความเศร้า
    บางครั้ง … ความรักเกิดขึ้น …. ในขณะที่เรากำลังสูญเสีย ความรู้สึกดี ๆ ไป
    และบางครั้ง … ความรักเกิดขึ้น … ในขณะที่หัวใจของเรากำลังว่างเปล่าต่อความรู้สึกใด ใด เต็มที่
    ไม่ว่าจะเป็นสถานการณ์ใดก็ตาม … แต่ในที่สุดความรัก ก็ได้เกิดขึ้นในหัวใจของเรา เพราะใครบางคน
    ได้ผ่านเข้ามาในชีวิตหรือเราเพิ่งค้นพบความรู้สึกนี้กับเพื่อนคนหนึ่งที่คบกันมาอย่างยาวนาน
    …. ไม่ว่าจุดเริ่มต้นของความรักจะเกิดขึ้นกับเราช้าหรือเร็ว … แต่เมื่อได้เกิดขึ้นมาแล้ว สิ่งหนึ่งที่เหมือนกัน นั่นก็คือ การประคับประคองให้ความรักได้มีอายุยืนยาว … ยาวนานต่อไป
    เส้นใยของความรักนั้น … เป็นสิ่งที่เปราะบางในช่วงแรก สามารถฉีกขาดไปได้อย่างง่ายดาย ถ้าหากว่าไม่มีความเข้าใจกันดีพอ
    เส้นใยแห่งความรักนั้น … เป็นสิ่งที่เปราะบางได้เสมอ ไม่ว่าจะเป็นช่วงใดของชีวิตอีกเช่นกัน … ถ้าหากเราได้ละเว้นที่จะประคับประคองความรักให้คงอยู่ต่อไป
    เหมือนกับเป็นภาระที่หนักหนากับการที่จะต้องมีความรัก และอยู่ด้วยการประคับประคองให้คงอยู่ต่อไป แต่เปล่าเลย … ความจริงแล้วไม่ได้เป็นเช่นนั้น เพราะถึงแม้ว่าจะต้องมีการประคับประคองให้ความรักนั้นคงอยู่ แต่เป็นการประคับด้วยหัวใจที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข … เราจะไม่รู้สึกหนักหนากับการประคับประคองนั้นเลย
    แต่ … ตรงกันข้าม
    เรากับจะรู้สึกว่าชีวิตเราไม่ได้อยู่กับความขาดไร้บางสิ่งบางอย่างในชีวิตอีกต่อไป เราจะมีความสุขและชีวิตเราจะเต็มเปี่ยมไปด้วยความหมาย เราจะสามารถที่จะทำอะไรดี ๆ เพื่อให้ชีวิตของเราดำเนินไปในเส้นทางที่ดี ๆ
    สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้
    จะเกิดขึ้นในหัวใจของเราเสมอ เมื่อรามีจุดเริ่มต้น …
    จุดเริ่มต้นแห่งความรัก … ในชีวิตของเราเอง

     เลือก … คนที่ดีที่สุด
    การเลือกใครสักคนที่ดีที่สุดในความรัก … ไม่ใช่อยู่ ๆ เราก็ตัดสินใจที่จะเลือก
    การเลือก … จะเริ่มต้นขึ้นหลังจากที่เรามีจุดเริ่มต้นที่ดีแห่งความรักแล้วและตัดสินใจในภายหลัง หลังจากที่ดูใจ ดูการกระทำต่าง ๆ ในชีวิตของทั้งเราและเธอว่าจะเข้ากันได้ด้วยดีไหม
    คนที่ดีที่สุด … ในชีวิตของคนคนหนึ่ง ย่อมจะไม่ใช่คนที่ดีที่สุดในชีวิตของใครอีกคน
    มีผู้คนมากมายต้องสูญเสียคนของความรักไป เพราะมีการเปรียบเทียบใครต่อใครกับคนที่ตัวเองรัก … คนที่สูญเสียคนรักไปเพราะเหตุผลนี้ … เป็นการสูญเสียคนรักไปอย่างน่าเสียดายที่สุด
    ลองคิดดูเถอะว่า … หากว่าเราเลิกที่จะรักคนรักของเรา เพราะคนรักของเราเป็นคนไม่ตรงเวลาในขณะที่คนรักของเพื่อนเราเป็นคนที่ตรงเวลา
    หรือ … เราเลิกรักคนรักเรา เพราะคนรักไม่ตามใจเราเลย ในขณะที่คนรักของเพื่อนตามใจเพื่อนทุกอย่าง
    หรือ … เราเลิกรักคนรักของเรา เพราะมีความหล่อน้อยกว่าคนรักของเพื่อน
    ฯลฯ

    ต่าง ๆ ในปัญหาเหล่านี้ … ล้วนแต่เป็นสิ่งเล็ก ๆ เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของแต่ละคนซึ่งทุกคนมีความผิดพลาดได้ … แม้กระทั่งตัวของเราเอง
    เราคงจะไม่บอกใช่ไหมว่า …. เราดีหรือสมบูรณ์แบบไปเสียทุด้าน
    และเชื่อว่า … คนที่ปกติ มีชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างคนทั่ว ๆ ไป … คงจะไม่บอกกล่าวถึงตัวเองเช่นนั้น
    เช่นเดียวกัน … คนในความรักของเราก็เป็นปุถุชนธรรมดาที่ไม่ได้แตกต่างกว่าใคร คือมีทั้งดี มีทั้งเลวในตัวเอง
    ควรที่จะให้เวลาระหว่างเราและเธอ ซึ่งเป็นเวลาที่ยาวนานหรือสักระยะหนึ่งที่เรามองเห็นว่าสมควร เพื่อวัดใจในกันและกัน และตัดสินใจในกันและกันว่าจะยืนเคียงข้างกันไปในความรักได้หรือไม่
    การตัดสินใจต่าง ๆ เกี่ยวกับความรัก ควรจะเป็นการตัดสินใจจากตัวของเราเอง
    แต่อย่าตัดสินใจเพราะคนรักของคนอื่นเป็นเช่นที่เราต้องการ แต่คนรักของเรากลับไม่ใช่
    ในเมื่อเราเลือกที่จะรักแล้ว …
    ทำไมเราไม่ค้นหาสิ่งที่ดีจากคนรัก … จากตัวของเขา … ด้วยความรู้สึกของตัวของเราเอง … โดยที่ไม่มีเรื่องราวของคนอื่นมาเกี่ยวข้องล่ะ
    จริงอยู่ แบบอย่างของคนรักของคนอื่น ๆ … อาจจะเป็นสิ่งที่เราต้องการ แต่เราไม่สามารถค้นพบจากคนรักของเรา
    แต่ทำไม … เราไม่เลือกที่จะดูด้านอื่นล่ะ
    หลังจากค้นหา … สิ่งดี ๆ จากใครสักคนในความรักของเรา เราอาจจะพบว่า
    ในขณะที่คนรักของเราไม่ตามใจเราเลย แต่เขาก็มีเหตุผลในความไม่ตามใจนั้นให้เราได้รับรู้เสมอ ถ้าหากว่าเราถามและเมื่อเรามีการโต้แย้งเขาก็ยอมรับการโต้แย้งนั้นจากเรา
    ในขณะที่คนรักของเราเป็นคนไม่ตรงเวลาเลย … แต่เขาก็ไม่เคยผิดนัดหรือทำให้เราเสียใจสักครั้ง
    หรือ … ในขณะที่คนรักของเราไม่หล่อเลย … แต่เขากลับเป็นคนดีที่ยึดมั่นและจริงจังจริงใจกับคนรัก ที่มีต่อเรามากเหลือเกิน
    คนแต่ละคน … มีความแตกต่างกันเสมอ
    สิ่งที่สำคัญที่สุดอยู่ที่ตัวของเราเองนั่นแหละว่า … เราจะเลือกหรือมองคนไปในแง่มุมใด
    หากว่า …
    เรามองหรือเราเลือก เพราะมีมุมมองของความเป็นผู้อื่นเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย … นับว่าน่าเสียดายมาก … เพราะเราได้เสียคนรักคนหนึ่งไป … ทั้ง ๆ ที่เรายังไม่ได้รู้จักตัวตนแท้จริงของคนรักเลย
    และเมื่อเป็นเช่นนี้เรื่อย ๆ ไป
    เมื่อไหร่ล่ะ … เราจึงจะได้พบความรักที่แท้จริงเสียที

     มองข้ามไปบ้าง … บางที
    สิ่งหนึ่งที่ผู้คนมีให้กันเสมอ นั่นคือการ “คาดหวัง”
    เราถูก “คาดหวัง” จากผู้ปกครองของเรามาตั้งแต่ที่เรายังเป็นเด็ก … ผู้ใหญ่มักจะคาดหวังกันว่า เมื่อเราเติบโตขึ้น … เราจะเป็นอะไร จะเรียนหนังสือเก่งขนาดไหน จะเป็นที่เชิดหน้าชูตาให้กับครอบครัวหรือเปล่า … ต่าง ๆ เหล่านี้ ล้วนแล้วแต่เป็นการคาดหวังทั้งสิ้น
    หากแต่ …
    เมื่อเราเติบโตขึ้นมา … เราจะเป็นไปได้แค่ไหน หรือเรามีชีวิตที่เบี่ยงเบนไปจากเส้นทางที่ถูกคาดหวังเอาไว้ อย่างไร … แต่ละสิ่งเป็นสิ่งทีเกิดขึ้นในอนาคตด้วยกันทั้งสิ้น

    และเมื่อถึงเวลานั้น … ความสุขในหัวใจของผู้ปกครองของเราจะมีความสุขได้ก็ขึ้นอยู่กับว่า ได้เปิดหัวใจให้กว้างกับการเบี่ยงเบนไปในเส้นทางชีวิตของเราหรือเปล่า หรือว่ายังคงไว้ด้วยความรู้สึกคาดหวังที่เคยมีอยู่เช่นไร ก็เป็นความรู้สึกที่คงเดิมอยู่เช่นนั้น ตลอดไป
    แล้วเมื่อเราไม่ได้เป็นไปอย่างที่ใจคาดหวัง … ก็เสียใจ และมีชีวิตที่จมอยู่กับความทุกข์จากการคาดหวังของตัวเองเช่นนั้นตลอดไป
    แต่ถ้าหากว่า … ยอมรับกับความเปลี่ยนไปที่คาดหวังเอาไว้ในตัวเราได้ … ผู้ปกครองของเราก็จะมีความสุขไปกับการดำเนินชีวิตที่ก้าวหน้าของเรา ไม่ว่าจะเป็นไปในรูปแบบใดก็ตาม
    ในความรักระหว่างหนุ่มสาวก็เช่นเดียวกัน
    ไม่ว่าเราหรือใคร ก็มักจะคาดหวังกับคนรักของเรา … คาดหวังว่าคนรักของเราจะเป็นอย่างนั้น … คาดหวังว่าจะเป็นอย่างนี้
    และจะผิดหวังอย่างรุนแรง … ถ้าหากว่าไม่ได้เป็นไปตามที่หัวใจของเราต้องการ
    เราสามารถตั้งข้อแม้ให้กับความรักของตัวเองได้ว่า … เราอยากมีคนรักที่เป็นอย่างไร มีนิสัยใจคออย่างไร หรือมีหน้าตาที่หล่อเหลาขนาดไหน
    แต่ในความเป็นจริงแล้ว … คนรักของเราอาจจะไม่เป็นเช่นนั้นเสียทั้งหมด
    จริงอยู่ … หลายสิ่งหลายอย่างในความเป็นคนรักของเรา เป็นไปอย่างที่เราได้คาดหวังเอาไว้ เราจึงได้เลือกเขาคนนั้นเป็นคนในความรักของเรา
    ถ้าหากบางส่วน … ไม่เป็นอย่างนั้น เราจะทำอย่างไรต่อไป
    เปลี่ยนคนรักในทันที
    บอกกล่าวคนรักของเราให้ปรับปรุงในส่วนนี้
    แต่ …
    เหนือสิ่งอื่นใดทั้งหมด … อยากบอกว่า …
    “มองข้ามไปบ้าง … บางที”
    การมองข้ามสิ่งที่ไม่ดีในตัวคนรักของเราไปเสียบ้าง จะทำให้เรามีความสุข และมีความสบายใจในชีวิต
    แม้กระทั่งตัวของเราเอง
    ในการที่ใครสักคนจะรักเรา … เชื่อว่าเขาก็คงจะรู้จุดบกพร่องของเราเช่นเดียวกัน แต่สิ่งหนึ่งที่เขายังคงรักเราอยู่ นั่นก็คือ … เขาได้มองข้ามบางสิ่งบางอย่างที่ไม่ค่อยดีของเราไป
    เมื่อความรักมีการอะลุ่มอล่วยกันได้
    ความรักของเราก็จะก้าวไปได้ตามเส้นทางที่งดงามอย่างแน่นอน … เชื่อเช่นนั้นไหม?
    October 11

    Reason

    Reason - 정일영
    1.내게 뒤돌아서지 말아요
    나의 눈을 보아요
    온세상 하얗던
    그때에 약속 잊었나요
    อย่าเพิ่งจากฉันไป ..ได้โปรดมองที่ดวงตาของฉัน
    ยังจำ.. คำมั่นสัญญาที่ให้ฉันได้มั้ย ว่าจะนำพาแสงสว่างมาให้กับฉัน ลืมแล้วหรือ?

    왜 날 포기 하려고 하죠
    그댄 그게 쉽나요
    내게만 이렇게
    어려운 일인 건가요
    ทำไมคุณถึงจากฉันไป ได้ง่ายเสียเหลือเกิน
    หรือว่าจะมีเพียงแต่ฉันที่ไม่สามารถตัดใจจากคุณได้

    처음 부터 우리는
    시작되어선 안되는 사랑이라고
    눈물섞인 애원이
    더욱 그대를 놓을수가 없네요
    ตอนนั้น คุณบอกฉันเองว่า เราไม่ได้เกิดมาเพื่อกันและกัน
    แต่ฉันเฝ้าวิงวอนคุณด้วยน้ำตา ว่านั้นฉันไม่อาจตัดใจจากคุณได้เลย

    *내게서 그대는 사라져선 안되는
    빛이었음을 아나요

    그대가 떠나면 나에 모든세상도
    사라진다는걸 잊지는 말아요

    숨을쉬고 싶어요
    그대 사랑안에서...
    * รู้มั้ย .. คุณคือแสงสว่างแห่งความหวังที่ไม่มีวันดับลง
    ถ้าคุณจากฉันไป ชีวิตของฉันคงหมดความหมาย
    อย่าลืมว่า ชีวิตของฉัน นั้นหล่อเลี้ยงด้วยความรักของคุณเพียงเท่านั้น
    เพียงแค่คิดถึงคุณ...มันทำให้ฉันหัวเราะได้ และทำให้ฉันเข้มแข็ง
    ขณะเดียวกัน...เพียงแค่คิดถึงคุณฉันก็ร้องไห้ได้ และทำให้ฉันหวาดกลัวต่อทุกสิ่งทุกอย่าง

    2.그대 생각만으로 웃음이 나요
    나에겐 힘이 되어요

    그대 생각만으로 눈물이 나요
    모든것이 두려워
    * รู้มั้ย .. คุณคือแสงสว่างแห่งความหวังที่ไม่มีวันดับลง
    ถ้าคุณจากฉันไป ชีวิตของฉันคงหมดความหมาย
    อย่าลืมว่า ชีวิตของฉัน นั้นหล่อเลี้ยงด้วยความรักของคุณเพียงเท่านั้น

    (*)

    <http://stream.popcornfor2.com/s_autumn1.wma>

    August 21

    ชีวิตคู่.... ไม่หมูเลย

    ช่วงนี้ที่มาอัพ blog บ่อย ก็ไม่เชิงว่านู๋เรว่างหรอกนะค่ะ แต่เพราะว่าบังเอิญเพื่อนๆ Forward Mail ที่รู้สึกอ่านแล้วมีสาระ มีความรุ้ให้แง่มุมต่างๆ ในชีวิตที่ดีๆ ก็เลยอยากร่วมแบ่งปันกับเพื่อนๆ ในโลกออนไลน์ของนู๋บ้างเท่านั้นเอง เรน่ะ ได้อ่านอะไรมาเยอะ บางครั้งก็คิดได้และดูเหมือนจะเข้าใจ แต่บ้างครั้งก็อดที่จะคิดถึงความรู้สึกของตัวเองที่แย่ๆ ไม่ได้ทุกทีซิน่า  70%ที่นู๋เรอ่าน ก็มักจะเป็นเรื่องรักๆ เลิกๆ จริงๆไม่ได้ชอบอ่านเรื่องพรรค์นี้ซักเท่าไหร่ แต่ความรักสมหวังน่ะ กว่าจะรู้ว่า เป็นความรักที่สมหวังจริงๆ นี่ก็คงต้องรอนาน เพราะความรักมักเปลี่ยนไปได้เสมอ คนที่เราคิดว่า ใช่แล้ว แน่แล้ว วันนี้ก็อาจเป็นอีกคนนึงที่ยืนอยู่ข้างเราในวันแต่งงานก็ได้นะ เอาล่ะ ... หวังว่าบทความต่อไปนี้ จะช่วยให้เพื่อนๆ ที่กำลังมีความรัก หรือเรียนรู้ที่จะรัก ให้สมหวังในความรักทุกๆคนนะค่ะ
     
    ชีวิตคู่จะอยู่รอดหรือเลิกรากันไปส่วนใหญ่แล้วก้อขึ้นอยู่กับคนเพียงสองคนนั่นแหละ ปัจจัยบางอย่างที่เป็นศัตรูตัวร้ายบ่อนทำลายให้ชีวิตคู่ของคนคู่หนึ่งจบลงได้

    อาจจะเป็นเรื่องเล็กๆ สำหรับคู่อื่น ๆก้อได้ และถ้าคุณรู้ว่าปัจจัยอะไรที่เป็นตัวทำลายชีวิตคู่ คุณก้ออาจรับมือกับมัน และพยายามช่วยกันแก้ปัญหาและผ่าน

    มันไปด้วยกันและการเลิกราก้อจะไม่เกิดขึ้น...กับคู่ของคุณแน่นอน

    - การนอกใจ นี่เป็นหนึ่งในศัตรูร้ายที่บ่อนทำลายชีวิตคู่ คนจำนวนมากต่างต้องทนทรมานอย่างมากที่จะ

    ทำความเข้าใจหรือยอมรับมันให้ได้ และสำคัญที่สุด คือการดิ้นรนเพื่อที่จะเรียกความไว้วางใจในกันและกันคืนมา

    - การทำร้ายกัน ไม่มีใครที่สมควรถูกทำร้าย ไม่ว่าจะทางร่างกายหรือจิตใจ ถ้าอยู่ในสภาพแบบนี้ ขอแนะนำ

    ว่าให้หนีออกมาซะ ถึงแม้จะแค่ทำร้ายกันแค่บางครั้งบางคราวก้อตาม....เว้นแต่คุณจะยืนหยัดต่อสู้

    - ขาดการสื่อสาร สัมพันธภาพจำนวนมากต้องจบลงเนื่องจากขาดความเข้าใจและการที่ไม่อาจสื่อสารกันได้บ่อย

    ครั้ง....ถ้าคู่ชีวิตเรียนรู้ที่จะรับฟังกันและกัน....ชีวิตคู่ของพวกเค้าก้ออาจปลอดภัย

    - ความไว้วางใจ ไม่ว่าความสัมพันธภาพแบบใดก้อตาม....ถ้าขาดความไว้ใจ....มันก้อยากที่จะรักษาความสัมพันธ์

    ให้รอดปลอดภัยได้ เช่น การนอกใจ การพนัน การดื่มยาเสพติด การเงิน ทั้งหมดเป็นเหตุผลที่ผลักดันให้เกิดความ

    ไม่ไว้วางใจกัน และถ้าเหตุผลของการขาดความไว้วางใจกันเหล่านี้ถูกขจัดออกไป ชีวิตแต่งงานก้ออาจอยู่รอดได้

    เพียงแต่ทั้งสองฝ่ายต้องพร้อมที่จะให้อภัยและลืมมันซะ ถ้าคุณไม่อาจปล่อยวางอดีต คุณก้อไม่อาจมองเห็นอนาคตได้

    - ความหึง / ความอิจฉา อาจเกิดได้ทั้งสองฝ่าย หรือเมื่อมีลูกเวลาของคู่รักก้อหมดไป หรืออีกหลายๆสาเหตุที่ทำให้เกิด

    ความหึง/ความอิจฉา การแก้ปัญหาควรย้อนกลับมายังการสื่อสารกันและเปิดใจให้กัน ทำความเข้าใจในเหตุผลกับปัญหา

    เหล่านั้น และหาวิธีเอาชนะมันให้ได้

    - ความหวังและความฝันของชีวิต บ่อยครั้งในความรักช่วงแรก มักบดบังความคิดให้พร่าเลือน จนทำให้ต่างฝ่ายอาจไม่ยอม

    บอกสิ่งที่ตัวเองต้องการในชีวิตออกมา ถ้าความฝันถึงชีวิตแต่งงานที่สมบรูณ์แบบของคุณไม่ได้อยู่บนพื้นฐานเดียวกัน ก้อมักจะนำไปสู่

    ความหายนะ การแก้ปัญหาทุกคู่ควรแสดงความจริงใจทั้งก่อนและหลังแต่งงานเพื่อให้แน่ใจว่าทั้งสองฝ่ายมีความปราถนาตรงกันและ

    พร้อมที่จะเติมเต็มให้กันและกัน

    - การเงิน บ่อยครั้งที่คู่รักหย่าร้างกันเพราะขาดเงินในเวลาที่ต้องการ ในขณะที่สิ่งซึ่งพวกเขาต้องทำจริง ๆ

    คือการแก้ปัญหาให้ถูกวิธี ไม่ใช่การเลิกรากัน ( เว้นแต่คู่นั้นมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งที่มีคนอื่นที่ไม่ใช่คู่ของตัวเองให้กำลังใจกันอยู่

    ก้ออาจทำให้เลิกลากันได้ เพราะเกิดการเปรียบเทียบกันขึ้นมานั่นเองโดยไม่คิดถึงอีกฝ่ายว่าจะรู้สึกเจ็บมากแค่ใหน )

    - ความเหงา ทุกคู่ส่วนยังรู้สึกเหงา โดยเฉพาะอย่างยิ่งพอมีปัญหาเข้ามาในชีวิตต่างคนต่างหาทางที่จะผ่อนคลายในกิจกรรม

    ต่าง ๆที่ไม่เหมือนกันเลยทำให้ห่างกันขึ้นเรื่อยๆถึงแม้จะอยู่ใกล้กันก้อตาม.....การแก้ปัญหาก้อน่าจะเป็นการให้เวลากันและกัน

    และพูดคุยกันมากขึ้น....

    - การขาดความใกล้ชิด เซ็กซ์อาจขาดหาย แต่สัมพันธภาพยังอยู่รอดได้ด้วยการใกล้ชิดสนิทเสน่หากันในรูปแบบ อื่น ๆ การจูบ

    การกอด หรือการเคล้าเคลีย แต่การขาดการใกล้ชิดแบบนี้จะทำให้คู่รักรู้สึกไร้ค่า ไม่เป็นที่ต้องการและไม่เป็นที่รักของเค้าอีกต่อไป

    - การปล่อยตัว นี่อาจเป็นปัจจัยทำลายชีวิตรัก โดยเฉพาะถ้าคุณเคยดูดีมากในสายตาเค้า ถ้ามีเพียงฝ่ายเดียวที่คิดว่าตัวเองไม่จำเป็น

    ที่ต้องดูดีอีกต่อไป ก้อจะส่งผลลบต่อชีวิตคู่ของตัวเอง



    ถ้าเข้าใจแล้วก้อแก้ปัญหาให้ถูกจุด ชีวิตคู่ของคุณจะได้ไม่ล้มเหลว