kathiez's profile·:*¨¨*:·.~♡~.·:*¨¨*:·.La...PhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
November 24 เวลา..ความทรงจำที่ย้อนกลับมา...!!Weekend มาถึงอีกแล้ว นู๋เรเพิ่งเคลียร์งานสัปดาห์ที่แล้วเพิ่งเสร็จ อาทิตย์น่าก็คงมาเคลียร์งานของ week นี้ ช่วงนี้อะไรค้างๆคามักกลับเข้ามาหาเราเรื่อยๆ .. ไม่ว่าจะงาน หรือนัดสำคัญๆที่เลื่อนไปๆ จนเพื่อนต้องมาหาถึงที่ ก็เลยเจอกัน ^^V และ..เมื่อความรักเก่ากลับมา มีคนเคยบอกว่า หากวันนึงหากเราได้กลับมาสู่เส้นทางเดิมๆ จงถามหัวใจว่ากว้างพอที่จะเสี่ยงกับมันมั้ย ? นู๋เรน่ะหรอ .. เสี่ยงหรอ? ทุกวันนี้ก็เสี่ยง.. ไม่มีสิ่งไหนได้มาโดยไม่สูญเสียอะไร แต่เราก็ต้องมาดูว่าสิ่งที่เสียไปกับที่ได้มานั้นมันคุ้มค่าแค่ไหน พอจะแลกเปลี่ยนกันมั้ย ... แต่ขอให้เลือกที่จะเสี่ยงให้น้อยที่สุด
นู๋เร วันนี้แม้ภายนอกดูเหมือนเดิมดีทุกอย่าง ต่างกับหัวใจที่ดูเข้มแข็งขึ้น อยากจะบอกว่า เส้นทางเดิมสำหรับเร มันไม่มีอีกแล้ว ... อย่าเสียเวลากับสิ่งที่ไม่มีอยู่จริง ... นู๋เรอยากจะฝากบอกถึงเพื่อนๆคู่รักทุกคู่ คำว่า "รัก" พูดได้ถ้าคุณรู้สึกแบบนั้น แต่ คำว่า "เลิก" ถ้าไม่มั่นใจ อย่าแม้แต่จะคิดเลย เพราะคำเหล่านี้หลุดออกไปแล้ว มันไม่มีอะไรกลับคืน นอกจาก ความเสียใจของคนที่ไม่พร้อมจะได้ยิน ... เวลาช่วยปลอบโยน ปลอบใจ... แต่ถ้าเมื่อไหร่ ความรักเดิมๆกลับมา จงอย่าถามหาหัวใจ ... เพราะมันได้สลายไปพร้อมกับกาลเวลา และที่เข้มแข็งขึ้นมานั้นคือ จิตใจที่ไร้หัวใจ .... เวลาเป็นอะไรที่ไม่มีใครบอกได้ว่า วันนี้ พรุ่งนี้จะยังมีสำหรับเรามั้ย .... คุณค่าของเวลานั้น จงรักษามันเอาไว้ทุกๆเสี้ยวของนาที ที่มีความสุข เพราะเมื่อไหร่ความทุกข์มาเยื่อน จงเอากำลังใจจากความสุขครั้งก่อนมาเยียวยา ....
......................................บทความของกาลเวลา ...........................................................
คนเราอายุเฉลี่ย 60 ปี
1 ปี เท่ากับ 365 วัน แสดงว่าแต่ละคนมีเวลาบนพื้นโลก 21,900 วัน คิดปลีกย่อยไปกว่านั้นก็ 525,600 นาที ลองนับเป็นสัปดาห์ อืม...ไม่เลว 3,120 สัปดาห์ อุแม่เจ้า...แสดงว่า เรามีโอกาสเที่ยวในคืนวันเสาร์สามพันกว่าครั้งเท่านั้นเอง คิดแบบนี้แล้วไม่กล้าดูนาฬิกา แทบเบือนหน้าจากปฏิทิน เพราะมันไม่ต่างอะไรกับการนับแถวหลังเพื่อรอวันลาโลก เปล่าเลย ชั้นไม่ได้กลัวตาย ตรงกันข้าม ชั้นคิดว่าตลอดเวลาที่ใช้ชีวิตอยู่บนโลกนี้มันน้อยมากหากคำนวณในเชิงตัวเลข ยังมีหนังสืออีกหลายเล่มที่ยังไม่ได้อ่าน เพลงอีกหลายเพลงที่ยังไม่ได้ฟัง หนังอีกหลายเรื่องที่ยังไม่เคยดู ความรู้สึกในใจมากมายที่ยังไม่เคยบอก พื้นที่อีกหลายล้านตารางกิโลเมตรที่ยังไม่เคยไป โอ๊ย...กลุ้ม สองหมื่นกว่าวันที่เราได้รับมามันน้อยเกินไปจริงๆ และที่น่ากลุ้มไปกว่านั้น คือ
ใช่ว่าทุกคนจะอยู่ถึง 60 ปี แน่นอน 1 ปี ยังเท่ากับ 365 วัน นั่นแสดงว่า บางคนไม่ได้มีเวลาอยู่บนพื้นโลกถึง 21,900 วันหรอกนะ อาจไม่ถึง 3,120 สัปดาห์ซะด้วยซ้ำ อุแม่เจ้า... 2 คืนวันเสาร์ที่จะได้ไปเที่ยวเหลือไม่ถึงสามพันแล้วเหรอเนี่ย คิดแบบนี้แล้วต้องรีบยกนาฬิกาขึ้นมาดู กางปฏิทินออกกว้างๆ เพราะนี่คือวันเสาร์ที่เราเหลือ...บนพื้นโลก นี่เรากำลังอ่านอะไรบ้าบอ อยู่เนี่ยคิดมากไร้สาระ ฟุ้งซ่าน(รู้นะว่าพวกเธอคิดอยู่) ....ไม่เลย นี่ไม่ใช่ปรัชญางี่เง่าอะไรทั้งนั้น หากเป็นความจริงที่เราไม่ค่อยได้มองมัน เอาล่ะ นี่คือ เรื่องจริงเรื่องหนึ่งที่คนส่วนใหญ่มองข้ามมันไป งั้นสมมติว่าทุกคนอายุ 18 ปี แปลว่าใช้ชีวิตมาแล้ว 6,235 วัน และผ่านคืนวันเสาร์มา ร้อยกว่าครั้ง ส่วนหน่วยนาทีนั้น...คำนวณเองบ้างซิว้อย!!! เอาเวลาที่ใช้ไปนั้น หักลบกับเวลาที่(คาดว่าน่าจะ)เหลืออยู่ผลลัพธ์ที่ได้ เราจะยังไงกับมันดี แต่น่าแปลก หลายคนยังยอมทำงานน่าเบื่อ นั่งเอาหัวตากแอร์ไปวันๆ ยอมให้คนที่ไม่ใช่พ่อใช่แม่จิกหัวใช้ เพื่ออะไรบางอย่างที่เราเรียกว่า เงินเดือน บางคนทนเรียนอะไรก็ไม่รู้อยู่ 4 ปี ทั้งๆ ที่ก็ไม่รู้ว่าชอบหรือเปล่า รู้แต่ว่าแม่ชอบ ไม่ก็เห็นเพียงว่าเพื่อนเรียน เพียงแค่ตอบตัวเองไม่ได้ว่ากูจะเป็นอะไรดี บางคนแอบรักเขา ซุ่มเลิฟอยู่อย่างนั้น ปล่อยให้ความรู้สึกที่ดีลอยไปหาคนอื่น แต่กลับปล่อยให้หัวใจตัวเองเหลือแต่ความรู้สึกต่ำต้อยได้ทุกวัน ทุกวัน ทุกวัน บางคนกินทิฐิเป็นอาหาร เก๊กใส่กันไปวันๆ ต่างฝ่ายต่างรอให้อีกฝ่ายง้อ มึงแน่ กูแน่ งอนการกุศล ประชดทำลายสถิติ เชิดหยิ่งชิงชนะเลิศ...ไอ้บ้า!!! และอีกหลายคนนิยมกิจกรรม 'ฆ่าเวลา' ... ชีวิตมันว่างจัด ขนาดต้องนั่งฆ่าเวลากันเลย บอกตรงๆ เห็นแล้วอยากตบกบาล เอ็งกำลังทำลายทรัพย์สินที่มีค่าที่สุดที่มนุษย์ทุกคนพึงจะมี อีกหน่อยเราก็ตายจากกัน...แล้วนะ ลองคิดแบบนี้บ้าง...ใช่แล้ว...เราจะเกิดความเสียดายเพราะเหลืออีกหมื่นแสนล้านอย่างที่เราไม่ได้ทำ ตายได้ยังไงหากฝันไม่สำเร็จ...ไม่ได้หมายความว่าเราจะไม่ยอมตาย แต่ให้รีบทำทุกอย่างก่อน ที่จะตาย...ซึ่งจะเป็นวันไหนก็ไม่รู้ เคยสงสัยมั้ย... ทำไมเราถูกกำหนดไม่ให้รู้วันตายของตัวเองเพราะมันจะทำให้เราไม่แยแสทุกสิ่งทุกอย่าง และตอบสนองความต้องการของตัวเอง ทั้งในทางดีและทางชั่ว และในเมื่อเราไม่รู้ว่าเมื่อไหร่...มาเตรียมการรอรับวาระสุดท้ายของเราดีกว่า เอาแบบว่าถ้าตายวันพรุ่งนี้ก็จะได้นอนตาหลับ เกิดโชคดีไม่ตายขึ้นมาเราก็จะได้กำไรในการอยู่ต่อเพื่อทำสิ่งดีที่ยังค้างคา ใช้ชีวิตโดยคิดซะว่า...พรุ่งนี้ชั้นจะตายแล้ว ทำในสิ่งที่เรารัก เสมือนว่าเราจะไม่ได้ทำมันอีก ตามฝันของเราไปสุดโต่ง...ต้องรีบแล้ว...เดี๋ยวตายยนะ...เตือนแล้วไง รักให้หมดใจ บอกเขาไปทั้งหมดที่ความรู้สึกมี ส่วนจะรักหรือไม่รักกู ไม่สนว้อย...เพราะพรุ่งนี้ชั้น(อาจจะ)ตายแล้ว ใช้เวลา(ที่อาจจะ)สุดท้ายที่มีต่อกันไว้ กอดกันเหมือนว่านี่เป็นกอดสุดท้ายของเรา นุ่มนวลที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะอย่างน้อยๆ เราจะได้มีสีหน้าที่ยิ้มแย้มตอยให้สัมภาษณ์ยมบาล คนข้างบ้านเดินหน้าแป้นแล้นมาบอกกข่าวดี ลูกสาววัย 23 กำลังจะแต่งงาน ในมือมีซองสีชมพูพร้อมการ์ด ลูกสาวอยู่ต่างจังหวัดกับคู่หมั้น แม่เลยต้องมาแจกการ์ดเอง แต่เมื่อกี๊นี้ว่าที่เจ้าสาวเพิ่งโทร.มาปรึกษาแม่เรื่องชุดแต่งงาน หลังจากนั้น 3 ชั่วโมง เธอตาย... แต่กว่าที่คนเป็นแม่จะได้รู้ข่าวร้าย ก็ปาไป 5 วัน ซองในมือผมกลายเป็นเงินช่วยงานศพ ช่อดอกไม้กลายเป็นพวงหรีดและทั้งหมดกลายเป็นแรงบันดาลใจที่อยากจะบอกว่าอีกหน่อยเราก็ตายจากกัน...แล้วนะ อ้าว!!! รู้งี้ยังจะมาอ้อยสร้อยอะไรกันอีก รีบแยกย้ายไปใช้เวลาที่เราเหลืออยู่ทำทุกอย่างที่เรายังไม่ได้ทำ เดี๋ยวตายซะก่อน...เสียดายแย่!!! ขอบคุณสำหรับ บทความของกาลเวลา ที่พี่เอ็ดดี้ส่งมาให้นะค่ะ ขออนุญาติใส่ไว้ให้เพื่อนๆๆ อ่าน Comments (3)
TrackbacksThe trackback URL for this entry is: http://ladyrenee.spaces.live.com/blog/cns!A0E10B1F79CF7A35!686.trak Weblogs that reference this entry
|
|
|