個人檔案·:*¨¨*:·.~♡~.·:*¨¨*:·.La...相片部落格清單更多 ![]() | 說明 |
|
21 August ชีวิตคู่.... ไม่หมูเลยช่วงนี้ที่มาอัพ blog บ่อย ก็ไม่เชิงว่านู๋เรว่างหรอกนะค่ะ แต่เพราะว่าบังเอิญเพื่อนๆ Forward Mail ที่รู้สึกอ่านแล้วมีสาระ มีความรุ้ให้แง่มุมต่างๆ ในชีวิตที่ดีๆ ก็เลยอยากร่วมแบ่งปันกับเพื่อนๆ ในโลกออนไลน์ของนู๋บ้างเท่านั้นเอง เรน่ะ ได้อ่านอะไรมาเยอะ บางครั้งก็คิดได้และดูเหมือนจะเข้าใจ แต่บ้างครั้งก็อดที่จะคิดถึงความรู้สึกของตัวเองที่แย่ๆ ไม่ได้ทุกทีซิน่า 70%ที่นู๋เรอ่าน ก็มักจะเป็นเรื่องรักๆ เลิกๆ จริงๆไม่ได้ชอบอ่านเรื่องพรรค์นี้ซักเท่าไหร่ แต่ความรักสมหวังน่ะ กว่าจะรู้ว่า เป็นความรักที่สมหวังจริงๆ นี่ก็คงต้องรอนาน เพราะความรักมักเปลี่ยนไปได้เสมอ คนที่เราคิดว่า ใช่แล้ว แน่แล้ว วันนี้ก็อาจเป็นอีกคนนึงที่ยืนอยู่ข้างเราในวันแต่งงานก็ได้นะ เอาล่ะ ... หวังว่าบทความต่อไปนี้ จะช่วยให้เพื่อนๆ ที่กำลังมีความรัก หรือเรียนรู้ที่จะรัก ให้สมหวังในความรักทุกๆคนนะค่ะ
ชีวิตคู่จะอยู่รอดหรือเลิกรากันไปส่วนใหญ่แล้วก้อขึ้นอยู่กับคนเพียงสองคนนั่นแหละ ปัจจัยบางอย่างที่เป็นศัตรูตัวร้ายบ่อนทำลายให้ชีวิตคู่ของคนคู่หนึ่งจบลงได้ อาจจะเป็นเรื่องเล็กๆ สำหรับคู่อื่น ๆก้อได้ และถ้าคุณรู้ว่าปัจจัยอะไรที่เป็นตัวทำลายชีวิตคู่ คุณก้ออาจรับมือกับมัน และพยายามช่วยกันแก้ปัญหาและผ่าน มันไปด้วยกันและการเลิกราก้อจะไม่เกิดขึ้น...กับคู่ของคุณแน่นอน - การนอกใจ นี่เป็นหนึ่งในศัตรูร้ายที่บ่อนทำลายชีวิตคู่ คนจำนวนมากต่างต้องทนทรมานอย่างมากที่จะ ทำความเข้าใจหรือยอมรับมันให้ได้ และสำคัญที่สุด คือการดิ้นรนเพื่อที่จะเรียกความไว้วางใจในกันและกันคืนมา - การทำร้ายกัน ไม่มีใครที่สมควรถูกทำร้าย ไม่ว่าจะทางร่างกายหรือจิตใจ ถ้าอยู่ในสภาพแบบนี้ ขอแนะนำ ว่าให้หนีออกมาซะ ถึงแม้จะแค่ทำร้ายกันแค่บางครั้งบางคราวก้อตาม....เว้นแต่คุณจะยืนหยัดต่อสู้ - ขาดการสื่อสาร สัมพันธภาพจำนวนมากต้องจบลงเนื่องจากขาดความเข้าใจและการที่ไม่อาจสื่อสารกันได้บ่อย ครั้ง....ถ้าคู่ชีวิตเรียนรู้ที่จะรับฟังกันและกัน....ชีวิตคู่ของพวกเค้าก้ออาจปลอดภัย - ความไว้วางใจ ไม่ว่าความสัมพันธภาพแบบใดก้อตาม....ถ้าขาดความไว้ใจ....มันก้อยากที่จะรักษาความสัมพันธ์ ให้รอดปลอดภัยได้ เช่น การนอกใจ การพนัน การดื่มยาเสพติด การเงิน ทั้งหมดเป็นเหตุผลที่ผลักดันให้เกิดความ ไม่ไว้วางใจกัน และถ้าเหตุผลของการขาดความไว้วางใจกันเหล่านี้ถูกขจัดออกไป ชีวิตแต่งงานก้ออาจอยู่รอดได้ เพียงแต่ทั้งสองฝ่ายต้องพร้อมที่จะให้อภัยและลืมมันซะ ถ้าคุณไม่อาจปล่อยวางอดีต คุณก้อไม่อาจมองเห็นอนาคตได้ - ความหึง / ความอิจฉา อาจเกิดได้ทั้งสองฝ่าย หรือเมื่อมีลูกเวลาของคู่รักก้อหมดไป หรืออีกหลายๆสาเหตุที่ทำให้เกิด ความหึง/ความอิจฉา การแก้ปัญหาควรย้อนกลับมายังการสื่อสารกันและเปิดใจให้กัน ทำความเข้าใจในเหตุผลกับปัญหา เหล่านั้น และหาวิธีเอาชนะมันให้ได้ - ความหวังและความฝันของชีวิต บ่อยครั้งในความรักช่วงแรก มักบดบังความคิดให้พร่าเลือน จนทำให้ต่างฝ่ายอาจไม่ยอม บอกสิ่งที่ตัวเองต้องการในชีวิตออกมา ถ้าความฝันถึงชีวิตแต่งงานที่สมบรูณ์แบบของคุณไม่ได้อยู่บนพื้นฐานเดียวกัน ก้อมักจะนำไปสู่ ความหายนะ การแก้ปัญหาทุกคู่ควรแสดงความจริงใจทั้งก่อนและหลังแต่งงานเพื่อให้แน่ใจว่าทั้งสองฝ่ายมีความปราถนาตรงกันและ พร้อมที่จะเติมเต็มให้กันและกัน - การเงิน บ่อยครั้งที่คู่รักหย่าร้างกันเพราะขาดเงินในเวลาที่ต้องการ ในขณะที่สิ่งซึ่งพวกเขาต้องทำจริง ๆ คือการแก้ปัญหาให้ถูกวิธี ไม่ใช่การเลิกรากัน ( เว้นแต่คู่นั้นมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งที่มีคนอื่นที่ไม่ใช่คู่ของตัวเองให้กำลังใจกันอยู่ ก้ออาจทำให้เลิกลากันได้ เพราะเกิดการเปรียบเทียบกันขึ้นมานั่นเองโดยไม่คิดถึงอีกฝ่ายว่าจะรู้สึกเจ็บมากแค่ใหน ) - ความเหงา ทุกคู่ส่วนยังรู้สึกเหงา โดยเฉพาะอย่างยิ่งพอมีปัญหาเข้ามาในชีวิตต่างคนต่างหาทางที่จะผ่อนคลายในกิจกรรม ต่าง ๆที่ไม่เหมือนกันเลยทำให้ห่างกันขึ้นเรื่อยๆถึงแม้จะอยู่ใกล้กันก้อตาม.....การแก้ปัญหาก้อน่าจะเป็นการให้เวลากันและกัน และพูดคุยกันมากขึ้น.... - การขาดความใกล้ชิด เซ็กซ์อาจขาดหาย แต่สัมพันธภาพยังอยู่รอดได้ด้วยการใกล้ชิดสนิทเสน่หากันในรูปแบบ อื่น ๆ การจูบ การกอด หรือการเคล้าเคลีย แต่การขาดการใกล้ชิดแบบนี้จะทำให้คู่รักรู้สึกไร้ค่า ไม่เป็นที่ต้องการและไม่เป็นที่รักของเค้าอีกต่อไป - การปล่อยตัว นี่อาจเป็นปัจจัยทำลายชีวิตรัก โดยเฉพาะถ้าคุณเคยดูดีมากในสายตาเค้า ถ้ามีเพียงฝ่ายเดียวที่คิดว่าตัวเองไม่จำเป็น ที่ต้องดูดีอีกต่อไป ก้อจะส่งผลลบต่อชีวิตคู่ของตัวเอง ถ้าเข้าใจแล้วก้อแก้ปัญหาให้ถูกจุด ชีวิตคู่ของคุณจะได้ไม่ล้มเหลว 15 August พิชิตอารมณ์ "หึง"!!!วันนี้นู๋เร ตื่นมาทำงานสายอีกเหมือนเดิม เพราะเมื่อคืนนั่งหาข้อมูลแคลนเพิ่มเติมเพื่อเขียนลงงาน Weekly เมื่อคืนก็ต้องขอบคุณเพื่อนใน ICQ และ MSN ที่อยู่เป็นกำลังใจจนดึกดื่น = =" ถึงจะง่วง และเหนื่อยหน่อย แต่ก็ภูมิใจนะค่ะ ที่อย่างน้อยก็ได้เขียนงานที่เกี่ยวกับเกมที่ตัวเองรัก นึกไปนึกมานี่นู๋เร เล่นเกม Lineage2 มา 2 ปีกว่าๆ แล้วนะนี่ นับจากที่เล่นตั้งแต่ Server เกาหลี >>>Server NA >>> Server ไทย ^^" ยอมรับว่าได้อะไรจากเกมนี้เยอะมากค่ะ ทั้งเพื่อนๆ และแฟนคลับที่น่ารัก และต้องขอบคุณสำหรับกำลังใจดีจาก พี่ชายที่แสนดี EthanB ที่มีให้เสมอมา
มีเพื่อนๆ เมลมาถามสารทุกข์สุกๆ ดิบๆ ของนู๋เร ว่าทำไม blog เรถึงเศร้าแบบนี้... ก็นู๋เรน่ะ เป็นผู้หญิงที่ไม่ค่อยจะประสบความสำเร็จในความรักเอาเสียเลยนี่เจ้าค่ะ แต่ก่อนก็เคยคิดนะค่ะ ว่าไม่เอาแล้วๆ .... ไม่เอาแล้ว . แต่ก็แพ้ใจตัวเองอีกจนได้ ก็คงเป็นเพราะกลิ่นหอมหวานอันแสนเย้ายวนของความรักยังคงติดตราตรึงใจ อยู่นั้นเอง ... ความรักออกแบบไม่ได้ แต่เราเลือกที่จะปฎิบัติกับคนที่เรารักได้ มีเพื่อนผู้หญิงมากมายที่เมล เข้ามาขอคำแนะนำในเรื่องของหัวใจกับนู๋เร และปัญหาที่พบเจอมากที่สุดของผู้หญิงก็คือ ความไม่ไว้วางใจ อันนี้ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย บอกได้เลย 1000% ต้องเคยมีความรู้สึกแบบนี้กับคู่รักของตัวเอง
แต่ถ้าความรู้สึกแบบนี้มันอยู่ในขอบเขตแต่พอดี ก็คงไม่มีปัญหาแต่ถ้ามากเกินไป อันนี้อาจทำให้เกิดสิ่งเลวร้ายตามมาอย่างไม่คาดคิด
ถ้าจะเรียกตามภาษาชาวบ้านทั่วๆไป ก็ต้องเรียกอาการแบบนี้ว่า ขี้หึง หรือ ขี้ระแวง วันนี้นู๋เรได้รับสารน์ จากศิราณีรุ่นพี่ มาเพื่อที่จะพาสาวๆ ไปจัดการกับอารมณ์นี้กันค่ะ
ก่อนอื่น เพื่อนๆ ก็ถามตัวเองก่อนว่าทำไมต้อง "หึง"
ผู้ชายส่วนใหญ่บอกว่าผู้หญิงหึงเพราะไม่มีเหตุผล ในขณะที่ผู้หญิงส่วนมากเถียงว่า เหตุผลน่ะมี และเหตุผลที่ต้องหึงก็เป็นเพราะยังรู้สึกได้ว่ามีเงาของเจ้าหล่อนพาดผ่านในชีวิตรักตลอดเวลา แม้ว่าความรักจะเป็นเรื่องของปัจจุบัน ณ วันนี้ แต่ก็ไม่มีใครปฎิเสธได้ลงว่าบรรดามือที่ 3 , กิ๊กส์ทั้งหลาย หรือแฟนเก่า เอาเป็นว่า ในที่นี้ขอใช้คำรวมๆ เป็น "แฟนเก่า" นี่แหละที่เปรียบเสมือนอดีตชาติที่คอยตามหลอกหลอนอยู่ร่ำไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวันที่ภูมิคุ้มกันทางความรักบกพร่อง ภาพของหล่อนๆ ในภพชาติเก่าๆก็ดูเหมือนจะชัดเจนยิ่งขึ้นจนทำให้ต้องเกิดอาการ "หึง" กันแบบสุดฤทธิ์สุดเดชนั่นเอง และต่อไปนี้คือ 3 เหตุผลที่สาวๆลงความเห็นว่าเป็นต้นเหตุที่ก่อให้เกิดอาการหึงได้มากที่สุด 1. เขาพูดถึงแฟนเก่าไม่หยุด ไม่ว่าจะในแง่บวกหรือแง่ลบก็ตาม แต่มันย่อมแสดงให้เห็นว่าในมโนสำนึกและเซลล์ประสาททุกส่วนของเขายังตราตรีงภาพของเจ้าหล่อนอยู่อย่างไม่เสื่อมคลาย ไม่ว่าจะทำอะไร ไปที่ไหน ก็จะมีชื่อที่ไม่ได้รับเชิญหลุดออกมาจากปากของเขาอยู่ตลอดเวลา 2. พบหลักฐานทางประวัติศาสตร์ของแฟนเก่า การที่ทันทีที่ก้าวเท้าเข้าไปในบ้านเขาก็พบว่าที่ฝาผนังมีรูปถ่ายของเขากับแฟนเก่าเมื่อครั้งยังสวีตหวาน โชว์หราอยู่ หรือที่หัวเตียงของเขายังเต็มไปด้วยของที่แฟนเก่าซื้อให้ เรียกว่ายังมีเงาของหล่อนอยู่ทุกมุมของบ้าน เราจึงกลายเป็นคนอื่นโดยปริยาย แถมหลักฐานบางชิ้นยังส่งกลิ่นกรุ่นอยู่เลย แล้วแบบนี้ใครจะทำใจไหว 3. แฟนเก่าจอมจุ้นจ้าน ถ้าหากพบว่า แฟนเก่าที่เลิกรากันไปแล้วยังคงหวนกลับมาเสมอๆไม่ว่าจะในฐานเพื่อนสนิท ผู้หวังดี คนไร้ญาติขาดมิตร หรือคนคุ้นเคยก็ตาม แฟนเก่าบางคนชอบทำตัวเป็นเพื่อนสนิทแถมยังห่วงใยกันอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะแต่งงานไปแล้ว แถมมีลูกไปแล้วด้วย เธอก็ยังชอบโทรศัพท์มานัดกินข้าว ดูหนัง ชอปปิ้ง กับคนของเราบ่อยๆหรือแฟนเก่าประเภทที่ชอบทำตัวไร้ญาติขาดมิตร พวกหล่อนมักจะโทรศัพท์มาขอความช่วยเหลือ ขอคำปรึกษา และขอซบอกคนของเราเพราะไม่มีที่พึ่ง จนเราเกิดอาการลมออกหู แล้วจะรับมืออย่างไร อย่างไรก็ต้องเกิดจากการร่วมมือร่วมใจของคนสองคน ดังนั้นทางที่ดี นอกจากจะต้องตั้งสติรับมือด้วยตัวเองแล้ว ควรหันหน้าเปิดใจกับคนข้างกายของเราเป็นดีที่สุด เพื่อให้เขาได้รับรู้ถึงความรู้สึกที่เกิดขึ้นในใจของเรา และเพื่อป้องกันมิให้ความรักต้องล่มสลายเพียงเพราะ "ใครบางคน"ที่ไม่มีตัวตนอยู่จริงในความสัมพันธ์ วิธีจัดการกับเขา(และหล่อน) ๐ ถ้าเขาเพิ่งเลิกกันหมาดๆ ต้องพยามเคลียร์ให้ได้ก่อนว่าเขาเลิกกันแล้วจริงๆชนิดไม่มีลมพัดหวน ยิ่งถ้ามีอะไรระหว่างเขาและแฟนเก่าที่ยังคั่งค้างกันอยู่ ก็ควรรีบให้เขาจัดการเคลียร์ให้หมด ไม่อย่างนั้นรับรองได้ว่าเราจะต้องนั่งปวดหัวกับอาการไปๆมาๆของคนสองคนอย่างแน่นอน ๐ ถ้าเขายังติดต่อกันอยู่ บอกเขาไปเลยว่าเรารู้สึกไม่ดีอย่างไรบ้าง แม้ว่าเขาจะยืนยันความบริสุทธิ์ใจกลับมาก็ตาม เพราะไม่มีอะไรรับประกันได้เลยว่าอีกฝ่ายหนึ่งไม่ได้คิดอะไรด้วย ๐ ถ้าแฟนเก่าหรือกิ๊กส์ กลายมาเป็นเพื่อนสนิท แม้จะแน่ใจแล้วว่าเขาสองคนเป็นแค่เพื่อนกันจริงๆแต่การทำใจให้ยอมรับได้นั้นมันไม่ง่ายอย่างที่คิด เพราะในเมื่อผู้หญิงที่เป็นเพื่อนสนิทของเขาคือคนที่เขาเคยบอกรักก่อนเรา ทางแก้สำหรับปัญหานี้คือ เราต้องไม่ละทิ้งสถานะของตัวเอง ต้องทำให้เธอคนนั้นเห็นให้ได้ว่าเราและแฟนรักกันดีแค่ไหน ที่สำคัญต้องพยายามเข้าไปมีส่วนร่วมในวงสนทนาให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ (แต่ห้ามแสดงอาการหึงเด็ดขาด) ๐ ถ้าแฟนเก่าหรือกิ๊กส์ ชอบขอความช่วยเหลือ ส่วนมากผู้ชายมักใจอ่อนและทันทีที่เราแสดงอาการไม่พอใจ เขาก็จะหาว่าเราเป็นผู้หญิงใจไม้ใส้ระกำ ดังนั้นไม่ควรแสดงอาการหึงหวงหรือโวยวาย แต่ให้รีบยื่นมือเข้าช่วยเหลือก่อนที่เธอจะวิ่งมาซบอกแฟนเรา ยิ่งดีกับเธอเท่าไร พ่อหนุ่มของเราก็จะยิ่งหันมาชื่นชมเราและปล่อยให้จัดการเรื่องของแฟนเก่าได้ตามสะดวก เธอก็จะไม่สามารถเข้าถึงตัวเขาได้แน่นอน ๐ ถ้าเขาทำเป็นทองไม่รุ้ร้อน จงเปิดปากยื่นคำขาดกับเขาไปเลย และอย่ากลัวที่จะพูดถ้าหากบรรดาสาวๆ ของเขาทำให้เราไม่ไม่สบายใจ ควรบอกให้เขาแก้และจัดการกับปัญหานี้โดยด่วน อย่างน้อยก็จะได้รู้ว่า เขาเลือกที่จะเก็บอะไรไว้...ระหว่างอดีตกับเราในปัจจุบัน วิธีจัดการกับตัวเอง ๐ หนักแน่นเข้าไว้ การเคลียร์ความรู้สึกตัวเองให้ได้เป็นเรื่องสำคัญที่สุด ถามตัวเองให้แน่ใจว่าเชื่อในความรักทุกวันนี้มากแค่ไหน ไว้ใจเขาได้หรือเปล่า ถ้าคำตอบคือ ใช่ ก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องคอยนั่งหึงและระแวงมือที่สาม ๐ อย่าเปรียบเทียบตัวเองกับใคร ถึงแม้ว่าเธอคนนั้นจะสวยกว่า สาวกว่า รวยกว่า หรือความสามารถมากกว่าก็ตาม เพราะสิ่งที่แย่ที่สุดก็คือ การมองไม่เห็นคุณค่าของตัวเอง ทุกคนมีข้อดีข้อเสียต่างกันทั้งนั้น และอย่าลืมว่าเขาชอบเราเพราะเราไม่เหมือนใคร ๐ มองโลกในแง่ดี บางครั้งเราอาจนึกน้อยใจ ลองเปลี่ยนทัศนคติดูใหม่ แทนที่จะนั่งหึงและน้อยใจเขา ลองคิดในแง่ดีสิว่า แม้เขาจะเคยเจอใครมามากแค่ไหน แต่สุดท้ายเขาก็เลือกเรา ควรดีใจและภูมิใจกับสิ่งที่เป็นอยู่ในวันนี้จะดีกว่า ๐ เข้าใจธรรมชาติของมนุษย์ ลองถามตัวเองแบบไม่เข้าข้างดูซิว่า เราเองก็เคยคิดถึงแฟนเก่าของเราเหมือนกันใช่ไหม แม้ว่าจะลิกกันไปนานแล้ว และไม่หลงเหลือความรักใดๆ ถ้าผู้หญิงเราเข้าใจความจริงข้อนี้ได้ ความรู้สึกหึงก็จะไม่เกิดขึ้นพร่ำเพรื่อแน่นอน ๐ นึกถึงอนาคตให้มากๆ ไม่มีประโยชน์ที่จะมานั่งยึดติดกับเรื่องที่ผ่านมาแล้ว ควรเอาเวลาที่มัวแต่หึงหวงมาดูแลและเติมเต็มชีวิตรักให้เข้มแข็งเข้าไว้จะดีที่สุด อดีตน่ะเป็นเพียงประสบการณ์สอนใจเท่านั้น แต่ปัจจุบันและอนาคตต่างหากที่สำคัญที่สุด รู้มั้ยค่ะว่าทำไม นู๋เรถึงใช้สีตรง "วิธีจัดการกับตัวเอง" ไว้ให้แปลกกว่าบทความช่วงอื่น นั้นก็เพราะว่า สำหรับสาวๆบางคนที่มีชายหนุ่มที่ไม่น่าเข้าข่ายของคนที่เราควรจะระแวง แต่เนื่องจากในช่วงชีวิตเราๆ อาจเคยพบแต่เหตุการณ์แย่ๆ หรืออาจกลัวบาปกรรมตามทันตัวเองก็ตามที แล้วทำให้คิดไปต่างๆนาๆ ก็ขอให้จดบทความนี้หรือ print เป็นใบเล็กๆ เก็บติดกระเป๋า หรือจะ Print เท่าโปสเตอร์ซูปเปอร์แมน แป๊ะฝาบ้านก็ไม่ว่ากันจะช่วยให้เราสบายใจขึ้นนะค่ะ อันนี้เป็นการทำเพื่อตัวเราเองนะค่ะ นู๋เรขอยกคำพูดของคุณแม่มาฝากเพื่อนๆ บ้างแล้วกันนะค่ะ ว่า "ถ้าเค้าเป็นของเรา เค้าก็ต้องกลับมาหาเรา แต่ถ้าเค้าไม่ใช่ ต่อให้พญาช้างมาฉุดก็เอาไม่อยู่" รักตัวเองให้มากๆนะค่ะ ก่อนที่จะรักคนอื่น ขอให้โชคดีในความรักทุกคนค่ะ 3 August หยุดคิด(ถึง) ความรัก..สวัสดีค่ะ เพื่อนๆ ของนู๋เร ขอบคุณมากค่ะ สำหรับทุกกำลังใจที่ส่งผ่าน e-mail หรือ webboard เคยมีคนบอกว่า "รู้สึกนิ่ง ๆ ให้นาน ๆ แล้วค่อย ๆ เรียกความเชื่อมั่นกลับคืนมา ใคร่เล่าจะแพ้ได้ตลอด และไม่มีใครเลยที่ไม่เคยแพ้ แม้คนที่เก่งที่สุด แข็งแกร่งที่สุดก็ยังต้องมีเวลาสำหรับความอ่อนแอ" นู๋เรทั้งไม่เก่ง ไม่แข็งแกร่งเลย ต้องมีวันที่ล้มลุกคลุกคลานบ้างเป็นธรรมดา แต่อย่างน้อยชีวิตก็ยังได้ น้ำใจ และความรักจากเพื่อน ... อีกครั้งที่อยากจะขอขอบคุณเพื่อนๆ ทุกคนที่ไม่ทอดทิ้งกัน ขอบคุณจริงๆ ค่ะ
ความรัก บอกออกไป ยังไงๆก็เป็นความรักอยู่ดี ไม่ว่าจะเป็นงานที่เรารัก หรือคนที่เรารัก มักมีสองด้านเสมอ อยู่ที่ว่าเรารักมากพอที่จะยอมรับอีกด้านนึงหรือปล่าว คิดถึงเขาแล้วได้อะไร.....ได้คิดถึง โอเค งั้นคิดถึงไปเลย
ร้องไห้มากมายขนาดนี้แล้วได้อะไร.....ได้ปลดปล่อยเพราะเหนื่อยเหลือเกิน งั้นจงร้องให้สาใจ ทำอะไรดีๆให้คนอื่นแล้วได้อะไร.....ได้อย่างที่อยากเพราะอยากให้ งั้นเต็มที่เลยอยากให้อะไรก็ให้ แต่ถ้ามัวเสียใจ โทษตัวเอง ไม่มีแรงจะทำอะไรอีกต่อไปแล้วตอบไม่ได้ว่า"เป็นอย่างนี้แล้วได้อะไร" หยุดเถอะ........การทำร้ายตัวเองขนาดนี้ควรได้อะไรบ้าง เหงาแล้วได้อะไร......... เรื่องอะไรก็ตามถ้าสาเหตุมาจากตัวเรา อย่างน้อยมันก็แก้ง่ายกว่า เปลี่ยนที่ตัวเรายังไงก็เหนื่อยน้อยกว่าร้องให้คนอื่นเปลี่ยน "คิดถึง" เป็นความรู้สึกหนึ่ง ซึ่งสามารถทำไปพร้อมๆกับกิจกรรมอื่นๆได้ "คิดถึง" คือคำสั้นๆที่สามารถดูแลความสัมพันธ์ให้ยาวนานอย่างไม่น่าเชื่อ "คืดถึง" ถ้าไม่บอก มันก็เป็นแค่ "คิด" แต่ไม่ "ถึง"ซะที เพื่อนน้อยลงทุกทีเมื่อเราโตขึ้น ความจริงเพื่อนมีจำนวนมากขึ้น แต่เราให้เวลาเพื่อนน้อยลงต่างหาก ยิ่งนานยิ่งรักเกิดขึ้นได้พอๆกับยิ่งนานยิ่งไม่รัก นักวิทยาศาสตร์ค้นพบว่าสปีชี่ของมนุษย์ รักเดียวใจเดียวมาแต่ไหนแต่ไร ในขณะที่ส่วนใหญ่ปัญหาหัวใจในอันดับต้นๆ คือ เจอคนหลายใจ อย่าร้องขออะไร ถ้ายังไม่ได้เริ่มต้น "ให้" เลย เรื่องความรักเป็นเรื่องที่ไม่จำเป็นต้องหนี เรื่องความจริงเป็นเรื่องที่ต้องยอมรับและอยู่กับมันให้ได้ ความรักเป็นเรื่องตรงกลาง มากไปก็ไม่ดี น้อยไปก็ไม่ได้ ความรักเป็นเรื่องตรงกลาง ใช้เหตุผลมากไปก็ไม่ได้ ใช้ความรู้สึกมากไปก็ไม่ดี ความรักเป็นเรื่องตรงกลาง ให้เยอะเกินไปก็ไม่ดี รับมากเกินไปก็ไม่ได้ ความรักเป็นเรื่องเทาๆ อย่าหวังให้ขาวจั๊วะ และอย่าทำให้มันดำปิ๋ดปี๋ ความรักเป็นเรื่องของความเข้าใจ ถ้าใส่น้ำใจให้อภัยและยอมรับฟังเข้าไปด้วยก็ดี ความรักเป็นเรื่องง่าย คนต่างหากที่ทำให้มันยากเอง ทำไมคนเราถึงรู้สึกเจ็บ เพราะนั่นมันเป็นกลไกการป้องกันตัวอย่างหนึ่ง เมื่อไหร่ที่รู้สึกเจ็บเราจะได้เลิก เมื่อไหร่ที่เรารู้สึกเจ็บเราจะได้อยู่ห่างๆเอาไว้ และเมื่อไหร่ที่เรารู้สึกเจ็บเราจะได้ เข็ด จำ และไม่ทำอีก ความรักไม่ได้ทำให้คนตาบอดหรอก แต่ทำให้เราเลือกอยากจะมองในสิ่งที่อยากมองและเลือกไม่มองในสิ่งที่ไม่อยากเห็น มากกว่า ไม่ว่า ความรักทำให้ตาบอด หรือเราเลือกที่จะบอดเองก็ตาม อย่าปิดหูให้เรามีโอกาสที่จะได้ยินบ้าง อย่าว่าล่ะ "ในโลกของความรักบทสรุปก็มีอยู่ 2 แบบ คือ ความสมหวังกับผิดหวัง" ถ้าความสมหวัง และผิดหวังเป็นยา |
|
|