kathiez 的个人资料·:*¨¨*:·.~♡~.·:*¨¨*:·.La...照片日志列表更多 ![]() | 帮助 |
|
3月28日 รักกันให้เป็นนะจ๊ะ^^" ...ดีค้า ... ช่วงนี้มีเมลมาที่ E-mail เยอะจัง เรก็พยายามอ่านทุกฉบับนะค่ะ แต่ถ้าเป็นพวก Forward นี่อาจอ่านแบบข้ามไปบ้าง อย่าว่ากันนะค่ะ แล้วก็จะพยายามตอบให้ได้ทุกฉบับ แต่ขอบอกก่อนว่า เกมConsole น่ะเรไม่ค่อยได้เล่นเลยค่ะ ส่วนใหญ่จะเล่นเกม Online แต่ไม่ทุกเกมนะค่ะ ^^" วันนี้ก็มีเมลที่อ่านแล้วรู้สึกว่า ผู้เขียนเนี๊ยมีอารมณ์หรือหลายๆอย่างคล้ายๆกับเรเลย ก็เลยอยากจะมา Share ความรู้สึกแบบนี้กับเพื่อนๆที่ผ่านไปผ่านมา น้า
เธอเป็นหญิงสวยร่างสูงโปร่ง แม้ประสบความสำเร็จในการงาน แต่ไม่สู้มีความสุขเท่าใดนัก ชีวิตที่ไร้คู่ทำให้เธอรู้สึกเหงาและอ้างว้าง เธอจึงไปงานเลี้ยงมากที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อหาความรัก ทันทีที่เข้าไปในงานเลี้ยงเธอจะกวาดตามองหาชายสักคนที่เธอคิดว่า "ใช่" คนที่จะมอบความรักให้เธออย่างสุดหัวใจ แต่ถ้าไม่พบ เธอก็จะมุ่งหน้าไปงานอื่นต่อ บางคืนเธอวิ่งเข้าวิ่งออกหลายงานจนเหนื่อย แต่ก็ไม่สมหวัง ต้องกลับบ้านเพื่อพบกับความโดดเดี่ยวอ้างว้างเช่นเคย
แล้ววันหนึ่งชีวิตของเธอก็เปลี่ยนไป เธอคลำพบก้อนเนื้อที่ทรวงอก เมื่อไปโรงพยาบาล หมอได้ตัดเอาชิ้นเนื้อไปตรวจพร้อมกับบอกเธอว่าอีกสามวันจึงจะรู้ผล ตลอดสามวันที่รอฟังผลนั้นเธอทุกข์ทรมานเป็นอย่างยิ่ง เพราะเชื่อว่าตนเป็นมะเร็งแน่ แต่ผิดคาด ผลการวินิจฉัยระบุว่าก้อนเนื้อนั้นมิใช่มะเร็ง ความทุกข์ที่กดทับจิตใจตลอดสามวันหายวับไปทันที แม้จะดีใจสุดบรรยาย แต่เธอก็ได้คิดว่าจะไม่ยอมให้สามวันอันทุกข์ทรมานผ่านไปราวสายลม เธอทุกข์มาพอแล้ว จะไม่ขอกลับไปสู่ความทุกข์และความโดดเดี่ยวอ้างว้างที่เกาะกินเธอมาหลายปีอีกต่อไป เธอจึงตัดสินใจจะไม่ใช้ชีวิตแบบเดิมอีก นับแต่วันนั้นเธอก็เลิกค้นหาความรัก เลิกสอดส่ายหาคนที่จะหยิบยื่นความรักให้เธอ เธอยังไปงานเลี้ยงอยู่ แต่ให้ความสำคัญกับคนทุกคนที่พบ เธอจะเข้าไปคุยกับเขาอย่างยิ้มแย้มแจ่มใส เธอมอบความรู้สึกดี ๆ ให้กับทุกคนที่เธอสนทนาด้วย โดยไม่คำนึงว่าจะเป็นคนที่ "ใช่"หรือไม่ เธอตระหนักว่า ไม่ว่าคน ๆ นั้นจะอยู่ที่นั่นหรือไม่ก็ตาม ยังมีคนอื่น ๆ ที่น่ารักอยู่อีกมากมาย แล้วเธอก็พบว่าเธอไม่รู้สึกโดดเดี่ยวหรือสิ้นหวังอีกต่อไป เพราะเธอได้พบปะพูดคุยกับผู้คนอย่างแท้จริง รอยยิ้มและเสียงหัวเราะของเธอก็เป็นของจริง เธอรู้สึกว่าเธอได้รับความรักจากคนอื่นมากขึ้น ที่แปลกก็คือเธอยังพบว่าเธอรักตัวเองมากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า เธอได้พบกับความสุขอย่างไม่เคยมีมาก่อน กลายเป็นคนที่ ร่าเริง และเป็นมิตรสนิทสนมกับทุกคน ไม่เว้นแม้กระทั่งบริกรหรือคนงาน ใช่หรือไม่ว่ายิ่งอยากได้ความรัก ก็ยิ่งไม่ได้ เพราะใจที่เรียกร้องจากผู้อื่นย่อมนำไปสู่พฤติกรรมที่ไม่น่ารัก ซึ่งเท่ากับผลักไสคนอื่นให้ถอยห่างออกไป ตรงกันข้าม ยิ่งให้ความรักแก่ผู้อื่น ก็ยิ่งได้รับความรัก เพราะจิตที่ปรารถนาดีมีน้ำใจ ย่อมดึงดูดให้ผู้คนเข้าหา ความรักย่อมเชื้อเชิญความรักในอีกคนหนึ่งให้เชื่อมโยงถึงกัน ยิ่งมีความปรารถนาดีต่อผู้อื่น ก็ยิ่งได้รับความปรารถนาดีตอบกลับมา ทุกวันนี้ใคร ๆ ก็อยากได้ความรักจากผู้อื่น แต่ไม่ค่อยได้ย้อนกลับมาถามตนเองว่า แล้วเราได้ให้ความรักแก่เขาบ้างไหม ? หลายคนเป็นทุกข์ เฝ้ารำพันว่า เขาไม่เข้าใจฉัน แต่น้อยคนจะถามตัวเองว่า แล้วเราเข้าใจเขาบ้างหรีอเปล่า ? ความรัก ความเข้าใจ และความรู้สึกดี ๆ อีกมากมาย ไม่ใช่สิ่งที่เราจะได้จากคนอื่นง่าย ๆ ตราบใดที่เรายังไม่คิดจะให้สิ่งดี ๆ เหล่านั้นแก่เขา เช่นเดียวกับความสุข ถ้าอยากได้ความสุขจากใคร ก็ต้องรู้จักให้ความสุขแก่เขา เมื่อนั้นความสุขจึงจะกลับคืนมาสู่เรา พุทธภาษิตที่ว่า "ผู้ให้ความสุข ย่อมได้รับความสุข" เป็นความจริงที่ประจักษ์ได้ทุกยุคทุกสมัย ถึงที่สุดแล้วเราคงต้องถามตนเองด้วยว่า ขณะที่เราอยากให้คนอื่นรักเรานั้น เรารักตัวเองมากน้อยเพียงใด คนจำนวนไม่น้อยไม่มีแม้กระทั่งความรักให้แก่ตนเอง ดังนั้นจึงเรียกร้องความรักจากผู้อื่น แต่ถ้าเรายังรักตัวเองไม่ได้ คนอื่นจะรักเราได้อย่างไร? รักตัวเอง เห็นคุณค่าของตนเองอย่างแท้จริง ด้วยการเชื่อมั่นในคุณงามความดีของตน โดยไม่หวังพึ่งพิงวัตถุหรือบุคคลภายนอก แล้วความสุขจะบังเกิดขึ้นในจิตใจ ยิ่งมอบความสุขนั้นให้แก่ผู้อื่น ความสุขก็จะย้อนกลับมาสู่เรา ความสุขของเราจึงแยกไม่ออกจากความสุขของผู้อื่น ผู้ที่ตระหนักถึงความจริงข้อนี้เท่านั้นจึงจะมีความสุขอย่างแท้จริง ความรักนั้นเป็นความรุ้สึกที่สวยงาม ไม่เคยทำร้ายใคร แต่ที่เรารู้สึกเจ็บปวดนั้น ไม่ได้มาจากความรู้สึกที่รักหรอกนะค่ะ แต่อาจมาจากความคาดหวัด ที่ผิดหวังในรักนั้น .... สู้ๆจ๊ะ Lover 3月22日 ถึงเวลา...เยียวยาหัวใจวันนี้ได้รับเมล์ฉบับนึงจากเพื่อน และ prof.Sabel รู้สึกตื้นตันมากๆ และแปลกใจมากๆในคราวเดียวกัน เพราะเมล 2 คนนี้ช่างดูคล้ายกันเสียจริงๆ เรเลยอยากเอาเมลของเพื่อนมาลงให้อ่านกันดีกว่านะค่ะ เพราะเพื่อนๆ ของเรตอนนี้เป็นคนไทยซะเยอะเลย ^^
Dear นู๋เรเพื่อนรัก,
จำได้มั้ย? ตอนเป็นเด็กเราได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคต่างๆ การฉีดวัคซีนก็การฉีดเชื้อโรคนั้นๆเข้าไนร่างกายเพื่อให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันเชื้อโรคนั้นขึ้นมา เมื่อเราโตขึ้นและได้พบเรื่องราวในชีวิตไม่ว่าจะเป็นความสูญเสียหรือความเจ็บปวดจากความรัก
บางครั้งที่เราเฝ้าคร่ำครวญกับความรักที่พ่ายแพ้อยู่นั้น เราอาจไม่รู้ตัวหลอกว่า...ขณะนั้นชีวิตได้ฉีดวัคซีนให้กับหัวใจของเรา
ทุกบาดแผลที่เป็นริ้วรอยอยู่ในใจ ทุกหยาดหยดน้ำตาที่นองบนใบหน้านั้น ได้ซึบซับเอาประสบการณ์ให้กลายเป็นบทเรียนที่มีค่า เราจึงไม่จำเป็นต้องหวาดกลัวกับความรัก จนต้องขังตัวเองไวในโลกอันมืดมิดและหมองมัว จงกล้าที่จะลุกมาเผชิญหน้ากับวันใหม่ เชื่อเถอะว่า..ตัวเรานั้นเข้มแข็งพอที่จะสัมผัสกับความรักได้อีกครั้ง และครั้งนี้หัวใจเราก้ได้รับและสร้างภูมิคุ้มกันมากพอแม้จะเจอความรักที่ผิดหวังอีก ก็จะทำไม่ทำให้หัวใจของเราป่วยไข้หรือเจ็บจนเกินเยียวยา จุดอ่อนที่สุดของความเชื่อมั่นก็คือการไม่กล้าที่จะตัดสินใจอะไร ไม่กล้าที่จะเลิกรัก ไม่กล้าที่จะเดินจากเขามา แต่กล้าที่จะทน เพื่อความเจ็บปวด หากวันนี้นู๋เรกำลังทนทุกข์อยู่กับความรัก โมอยากจะให้ นู๋เรลองกล้าที่จะหักอกตัวเอง บอกลาความรักที่เต็มไปด้วยปัญหา เลือกที่จะมีความสุขกับการที่จะอยู่คนเดียว หรือหันหลังมาออกแบบความรักครั้งใหม่ ให้ดีกว่าเดิมดีกว่า ตั้งแต่รู้จักกันมา นู๋เรเข้มแข็งมากๆ โมไม่อยากรื้อฟื้นเรื่องเดิมๆนะ แต่อยากให้นู๋เรคิดถึงตอนที่ Guillaume เสียชีวิต พวกเราทุกคนเสียใจไม่น้อยไปกว่าเร แต่วันนั้นเรตั้งสติได้ดีมาก และเข้มแข็งมากแค่ไหน โมอยากเห็นนู๋เรแบบตอนนั้น นะ สู้ๆจ๊ะเพื่อนรัก
Miss You,
โมจังโกะ
ขอบคุณมากนะค่ะ สำหรับทุกๆกำลังใจ ตอนนี้อยากจะบอกเพื่อนๆว่า เรจะพยายามเป็นในสิ่งที่ดีกว่าให้ได้ค่ะ สู้ตายจ้า^^"
3月10日 เปลี่ยนหนึ่งตัวแปรแล้วสมการเปลี่ยนไป ^^"สวัสดีค่ะ หลังจากห่างหายไปนาน ช่วงก่อนนี้ค่อนข้างจะมีงานเยอะมากๆ บินไปบินมา ยังกับแอร์โฮสเตสเลย ล่ะ เหนื่อย!!! แต่เหนื่อยกายน่ะ ไม่เท่ากับเหนื่อยใจหรอกนะค่ะ เรน่ะ รับเมลจากเพื่อนๆมากมายเขียนมาให้กำลังใจ และบางคนก็ให้คำแนะนำที่ดี ก็ขอขอบคุณจากใจจริงนะค่ะ
วันนี้นู๋เร เลยอยากจะขอปลอบใจเพื่อนๆบ้างนะ สำหรับเพื่อนๆที่กำลังรู้สึกอับจนปัญญาที่จะจัดการกับชีวิตและปรารถนาที่จะยอมแพ้พ่ายด้วยรู้สึกเหน็ดเหนื่อยจากการต่อสู้และการแข่งขัน ประหนึ่งว่าเมื่อสางปัญหาหนึ่งเสร็จสิ้นอีกปัญหาหนึ่งก็ก้าวเข้ามาโดยไม่ได้รับเชิญ
แล้วเพื่อนๆลองเอามือสัมผัสแครอท ก็จะรู้สึกว่ามันนิ่ม จากนั้นลองไปตอกไข่ เมื่อแกะเปลือกไข่ออก ก็พบว่าไข่นั้นได้ต้มจนสุก สุดท้ายเรอยากให้เพื่อนๆลองจิบกาแฟดูเธอ....^^" เป็นไงค่ะ ได้รสชาติ และลิ้มรสอันหอมกรุ่นนั้นบ้างมั้ย สังสัยใช่มั้ย? การกระทำต่อสามสิ่งนี้ภายใต้เงื่อนไขเดียวกัน นั่นคือ น้ำเดือด แต่ผลลัพธ์มันกลับแตกต่างกัน จากเดิมแครอทดูแข็งๆ และไม่โอนอ่อนผ่อนตาม พอผ่านการต้มมันกลับนิ่มและดูอ่อนปวกเปียก ส่วนไข่ซึ่งดูบอบบาง มีเพียงเปลือกบางๆคอยห่อหุ้มของเหลวภายใน แต่น้ำเดือดทำให้ของเหลวนั้นกลับแข็งขึ้น ขณะที่กาแฟกลับมีลักษณะเฉพาะตัวตลอดกาล เมื่อมาเจอน้ำเดือดน้ำต่างหากที่แปรเปลี่ยนไป |
|
|