個人檔案·:*¨¨*:·.~♡~.·:*¨¨*:·.La...相片部落格清單更多 工具 說明
26 December

สวัสดีกันตอนปลายปีจริงๆ !!!!!

สวัสดีค่ะ หลังจากหายไปนาน นานมั้ย นานโน๊ะ คิดว่านานอ่ะ เออ!นานก็นาน 555 ช่วงที่หายไปก็ทำงานๆไม่ได้เล่นเกมเลย ไม่ใช่ว่าเลิกเล่นนะ แต่ไม่มีเวลาเล่น เมลเพื่อนๆก็ตอบบ้าง....ไม่ได้ตอบบ้างก็ขออภัยนะค่ะ เรเคยนั่งคิดเล่นๆอยู่ครั้งนึงว่า ประสบการณ์สอนอะไรกับเราบ้าง นึกย้อนดีๆมันเหมือนธรรมชาติเล่นตลกกับเรานะ คือชอบส่งโจทย์เดิมๆ ยากแบบเดิมๆ กลับมาแต่ปรุงแต่งด้วยสถาณการณ์ที่ต่างกัน อย่างCaseของเรเลย นะว่าเมื่อก่อนที่ผ่านๆมาเนี๊ย จุดอ่อนจะ อยู่ตรง "เชื่อมั่นในSenseของตัวเอง และติดอยู่กับความไม่มั่นใจในตัวคนอื่น" มันก็เป็นจริงๆ เราเป็นอย่างนั้นจริงๆ
เรว่านะมีผู้หญิงไม่น้อย ที่ออกอาการเดียวกับเรา ประมาณว่าเมื่อก่อนเคยเจออะไรมา และพอมาเจออีกสมองจะเริ่มสั่งการให้ปกป้องตัวเองจากความเจ็บปวด คือประมาณสถาณการณ์ให้มันเลวร้ายไว้ก่อน - - เหมือนคนมองโลกในแง่ร้ายว่ามั้ยค่ะ แต่เป็นเฉพาะเรื่องนะโดยเฉพาะความรัก  มันน่าแปลกนิดนึงตรงเวลาเราทำงานเราจะประเมิณสถาณการณ์ได้ค่อนข้างตรงนะ แต่กับความรักหรือคนรอบข้าง ไม่ค่อยจะตรง - - ตกลงว่านี่เรทำงานดีหรือแย่นะ????
 
แต่สำหรับบางคน ทุกอย่างไม่ว่าจะดีหรือร้ายก็สามารถผ่านพ้นไปและไม่เก็บมาใส่ใจได้อีก และนี่ล่ะมั้งที่เรียกว่า "การให้อภัยตัวเอง" เรเขียนถูกแล้วนะค่ะว่ามันคือการให้อภัยตัวเอง เพราะเวลาที่เราเสียใจกับเรื่องอะไรก็แล้วแต่ไม่ใช่ว่ามันผิดพลาดจนเกิดนเยียวยา แต่เราที่เสียใจคือเราไม่น่าจะทำแบบนั้น เราไม่ควรจะคิดอย่างนั้น อย่างนี้ มันไม่น่าเกิดแบบนี้ขึ้นเลย เราเสียเวลา เสียน้ำตา เสียโอกาสของเรา นี่แหละคือสิ่งที่เราเสียใจจริงๆ และไม่ยอมให้ความผิดพลาดเหล่านี้ไหลผ่านจากใจเราไป โดยการให้อภัยตัวเอง และเตือนตัวเองอยู่เสมอว่า เราคงไม่โชคร้ายแบบเดิมหรือว่าหากประวัติศาตร์มันจะซ้ำรอยอีกก็จงเปิดโอกาสที่จะเรียนรู้ใหม่อีกครั้ง กับคนใหม่ๆ คนเราไม่มีใครเหมือนกันหรอกนะค่ะ  แต่ถ้าวันหนึ่งได้กลับไปเส้นทางเดิมๆ ก็ลองถามตัวเองดูว่ายอมรับกับสิ่งที่ผิดพลาดครั้งที่แล้วได้มากแค่ไหน ดูใจตัวเองนะค่ะ ไม่มีใครบอกได้ว่ามันจะเกิดขึ้นอีกหรือไม่ แต่สำหรับเร เส้นทางเก่าที่ผ่านมาเรก็ขอให้เป็นเพียงอดีตที่ดีงามและน่าจดจำสิ่งดีๆก็พอ 
 
ไม่ใช่ว่าอายุมากขึ้นโอกาสจะน้อยลงตามนี่ค่ะ ความรักเกิดขึ้นได้กับทุกคนทุกช่วงเวลาของชีวิต ซึ่งความรักที่ดีต้องเกิดจาก 3 อย่างด้วยกันตามความคิดเรนะ
1.ความเหมาะแก่เวลา - เวลาในที่นี้คือ เราจะต้องไม่ทำหน้าที่ซ้ำซ้อนกับใครอีกคน ไม่ใช่กิ๊กส์กัน หรือคู่ขา ธรรมชาติจะมอบให้เราอย่างลงตัวคื 1:1 ไม่ใช่ต้องไปช่วงชิง หรือแย่งของๆๆใครมา หรือแลกด้วยน้ำตาของคนอื่น จังหวะนี้เราอาจสังเกตุไม่ได้ถนัดนัก เพราะงั้นก็ต้องอาศัยระยะเวลาในช่วงคบหาดูใจ ว่าเราและเค้าพบกันในรูปแบบที่เหมาะสมแล้วซึ่งโอกาสหรือเปล่าน่ะค่ะ 
แต่ถ้าจะบอกเรว่ารักไปแล้วและมารู้ว่าเค้ามีคู่แล้วทีหลัง ต้องทำยังไง?? ง่ายๆเลยค่ะ ตัดใจซะจะดีกว่า เพราะส่วนใหญ่มือที่3ที่ประสบความสำเร็จในชีวิตคู่นั้นมีไม่มากเลย และยิ่งไปกว่านั้นคุณจะมีความสุขหรือค่ะ ในเมื่อเค้าทำกับคนรักเก่าของเค้าแบบนั้นได้ วันนึงเค้าก็ทำกับคุณได้เหมือนกัน อันนี้ไม่เกี่ยวกับการมองโลกในแง่ร้ายนะค่ะ แต่มันเป็นเรื่องของ "กฎแห่งกรรม" อันนี้ไม่ใช่ยกตัวอย่างแต่เฉพาะหญิงนะค่ะ ฝ่ายชายเองก็เช่นกันวันนึงคุณเลิกกับแฟนเก่ามา ไม่คิดบ้างหรือค่ะว่า "กฎย้อนรอย" แฟนใหม่อาจทิ้งคุณไปมีคนใหม่ได้เหมือนกัน
ความเหมาะสมแก่โอกาสนั้น เรเชื่อว่าคงสังเกตุไม่ยากนะค่ะ ^^
 
2.ความเหมาะแก่สภาวะ - สภาวะหรือสภาพในที่นี้ เรหมายถึงหัวใจเราพร้อม และได้เรียนรู้ประสบการณ์หลายๆๆอย่างจนเต็มเปี่ยมและเพียงพอต่อการแก้ปัญหาที่จะขึ้นในชีวิตรักได้เป็นอย่างดี พูดได้ว่ามีสภาวะที่พร้อมที่จะรักอย่างเต็มที่ ไม่ใช่ว่าจิตใจอ่อนแอหรือบอบช้ำแล้วต้องการความรักครั้งใหม่มาเยียวยาเพื่อให้พ้นๆผ่านๆจากช่วงเวลาที่เลวร้ายนั้นไป เพราะหลังจากที่หัวใจฟื้นขึ้นมามันจะเหมือนคนเพิ่งรู้สึกตัว และตอนนั้นคุณจะรู้สึกว่าความรักที่เกิดขึ้นไม่ใช่จากหัวใจ แต่มันมาจากแผลของหัวใจ ซึ่งความรักแบบนี้มันทำให้แผลของคุณหาย แต่กลับกลายเป็นการเพิ่มบาดแผลให้คนอื่นแทน
ช่วงเวลาที่พร้อมนั้นดูไม่ยากเลย แค่เริ่มจากรักตัวเองก่อนเป็นอันดับแรก และค่อยๆแผ่ขยายออกไปสู่คนรอบข้าง เวลาคนที่มีจิตใจดี อารมณ์ดี ใครๆก็อยากเข้าใกล้มันเหมือนเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของเรานะค่ะ^^ และความรักที่เกิดขึ้นในเวลาแบบนี้คือความรักที่เปี่ยมล้นออกมาจากหัวใจจริงๆ ถึงแม้ว่าในบางครั้งอาจไม่ประสบความสำเร็จแต่เชื่อเถอะว่า ความรักแบบนี้ไม่ทำให้เราเจ็บปวดเพราะหัวใจที่ได้เรียนรู้อย่างเต็มที่จะพร้อมเผชิญในสิ่งที่เกิดขึ้นในทุกรูปแบบ
 
3.ความเหมาะแก่ใจ - พอพูดถึงตรงนี้ไม่ต้องไปอื่นไกล คือหัวใจเรารักกันหรือเปล่า?? เพียง 2 ใจคล้องกันตรงกัน ในเมื่อทั้ง 2 ข้อผ่านมาได้หมดนี่ก็คือข้อตัดสินในการมีความรักที่เหมาะสม ถ้าหากเรารักกันก็ระลึกไว้เพียง 2 คำสั้นๆ - "จงรัก" และ "ภักดี" (จำได้ว่าอ่านหนังสือของทมยันตรีแล้วชอบมาก 2 คำนี้มันรวมหมดทุกอย่าง)
จงรัก - คือความรักที่ไม่ได้ถูกบังคับ แต่ใจจะสั่งเองไม่ว่าจะนานแค่ไหน รูปร่าง เนื้อหนัง จะเปลี่ยนไปแค่ไหนก็ไม่อาจที่เปลี่ยนใจของทั้ง 2 ดวงได้
ภักดี - คนรักกันไม่ใช่จะยอมกัน แต่ความรู้สึกนั้นคือ ความซื่อสัตย์ ความมั่นคง ซึ่งกันและกัน ไม่มีวันที่จะทรยศ หักหลังแม้จะมีตัวแปรใดๆก็ตาม
รวมๆแล้วก็คือ รักกันทั้ง 2 ฝ่ายนั้นเอง
 
บางครั้งความรักไม่มีใครรู้ว่ารักนี้เหมาะสมแล้วนะ เข้าได้ทุกข้อแต่ทำไมยังเลิกกัน ^^ เพราะเวลาไงค่ะ เวลาเป็นสสารละลายใจได้ถ้าคนที่ยึดถือ 3 ข้อไม่เหนียวแน่นจริงๆ ที่เรพูดมาทั้งหมดเป็นแค่Guide Lineเท่านั้นเองว่าเมื่อคุณเริ่มต้นที่จะมีความรัก ลองมองดีๆว่าความรักของคุณตั้งอยู่บน ฐานทั้ง 3 ข้อนี้มั้ย ถ้าใช่ก็ใส่เกียร์เดินหน้าไปเลยค่ะ ประกอบกับจิตใจที่มั่นคงเรเชื่อว่า ไม่ว่าจะกาลเวลาหรือกฎแห่งความพลาดพรากของธรรมชาติ(เกิดขึ้น-ตั้งอยู่-ดับไป)ก็ทำอะไรคู่ของคุณไม่ได้หรอกค่ะ
 
 
สุดท้ายนี้เรมีบทความที่Fwdมาจากเพื่อนๆให้ได้อ่านการนิดนึง ว่าถ้าหากแล้วความรักของคุณไม่สัมพันธ์กับจิตใจหรือเหตุผลบางอย่างแม้จะเหนี่ยวรั้งไป สุดท้ายก็ไม่เกิดประโยชน์ เรอยากให้กลับมารักตัวเราเองมากๆค่ะ และสำหรับคนที่เป็นมือที่ 3 หรืออะไรก็ตามแต่ ลองคิดซักนิดถึง ศีลธรรมของผู้หญิงหรือผู้ชายด้วยกัน มันถูกต้องแล้วหรือค่ะ กับการที่จะมีความสุขบนคราบน้ำตาของคนอื่น และถ้าคนต่อไปอาจเป็นคุณล่ะค่ะ คนรักกันจำเป็นมากค่ะที่ต้องมีศีลเสมอกัน เรขอแนะนำให้คู่รักทุกคู่มีศีลธรรมเพียง 5 ข้อในการประคองรักกัน เรเชื่อว่าได้ถือไม้เท้ายอดทอง-กระบองยอดเพชรแน่ค่ะ
 
ขอให้ทุกคนโชคดี พบเจอแต่ความสุขที่พอดีๆ และทุกข์ขอให้น้อยลงพร้อมทั้งเข้มแข็งพอที่จะข้ามผ่านมันไป

มันมีเหตุผลหลายอย่าง
ที่เราจำเป็นต้องหักห้ามใจไม่ให้รักใครสักคน
เหตุผลของคนเราย่อมไม่เหมือนกัน
บางคนอาจต้องห้ามใจเพราะรู้ตัวว่ามันคงเป็นไปไม่ได้

บางคนอาจต้องห้ามใจ
เพราะกลัวใจตัวเองจะถลำลึกและเจ็บปวดมากไปกว่านี้
บางคนอาจต้องห้ามใจเพราะมีคนที่รักคนที่เรารักมาก่อน
และคนคนนั้นก็คือคนที่เรารู้จัก
และเราก็ไม่อยากทำร้ายความรู้สึกของคนคนนั้น
บางคนอาจต้องห้ามใจเพราะเขาอาจไม่ได้คิดและรู้สึกเหม ือนกับเรา

ทุกข์ทรมานแค่ไหนที่เรารักเขา
แต่ต้องพยายามฝืนใจถอยห่างออกมา
เราต้องเงียบ ต้องเฉยชา ต้องเลี่ยง ต้องหลบหน้า
ต้องทำหน้าตาบึ้งตึงใส่
เพื่อจะย้ำเตือนให้ตัวเองไม่ต้องรู้สึกอะไรใดๆ กับเขา
มันเจ็บแทบบ้าที่ต้องทำร้ายตัวเองด้วยวิธีการนี้
แม้จะดูเป็นวิธีการโง่ๆ
แต่หากจำเป็นต้องทำเพื่อปกป้องตัวเอง
เพื่อไม่ให้ใจของตัวเองต้องบาดเจ็บ

การถอยห่างจะช่วยสอนให้เราได้เรียนรู้ว่า
ยิ่งเรายึดติด อยากได้ อยากครอบครอง
ยิ่งทำให้เราอ่อนแอและแพ้ภัยตัวเอง
หากไม่ได้เขามาเป็นคนรักของเรา
ขอเพียงแค่เขาได้เข้าใจในเหตุผลข้อนี้
อย่าได้เข้าใจว่าเราโกรธหรือเกลียดเขาถึงต้องแสดงท่า ทีเฉยชาใส่

คนเจ็บปวดคนนี้ก็จะได้มีแรงพยุงตัวเองให้ลุกขึ้นมาเข ้มแข็งได้อีกครั้ง
พร้อมที่จะใช้ชีวิตที่เดินบนทางที่เหมาะที่ควร
แม้ว่าการเดินทางจะมีอุปสรรคมากบ้างน้อยบ้างก็ตามที

หลังจากที่เราเข้มแข็งได้แล้ว
ห้ามใจไม่ได้รักเขาได้แล้ว
ทุกอย่างจะกลับมาเป็นเหมือนเดิม
คิดและรู้สึกกับเขาได้อย่างคนธรรมดาสามัญที่รู้สึกดี ต่อกัน
ไม่ต้องรู้สึกแบบพิเศษที่แอบแฝงด้วยความเจ็บปวดอยู่ต ลอดเวลา
และสามารถอยู่บนโลกใบเดียวกับเขาได้อย่างจริงใจที่สุ ด
เป็นธรรมชาติมากที่สุดโดยไม่ต้องกดดันอะไร

หวังว่าเขาคงเข้าใจในเหตุผลที่เรากระทำลงไป
เจ็บนะไม่ใช่ไม่เจ็บ
แต่สักพักก็คงจะหายดี
แล้วทุกอย่างจะกลับมาเป็นเหมือนเดิม