個人檔案·:*¨¨*:·.~♡~.·:*¨¨*:·.La...相片部落格清單更多 工具 說明
24 November

เวลา..ความทรงจำที่ย้อนกลับมา...!!

Weekend มาถึงอีกแล้ว นู๋เรเพิ่งเคลียร์งานสัปดาห์ที่แล้วเพิ่งเสร็จ อาทิตย์น่าก็คงมาเคลียร์งานของ week นี้ ช่วงนี้อะไรค้างๆคามักกลับเข้ามาหาเราเรื่อยๆ .. ไม่ว่าจะงาน หรือนัดสำคัญๆที่เลื่อนไปๆ จนเพื่อนต้องมาหาถึงที่ ก็เลยเจอกัน ^^V และ..เมื่อความรักเก่ากลับมา มีคนเคยบอกว่า หากวันนึงหากเราได้กลับมาสู่เส้นทางเดิมๆ จงถามหัวใจว่ากว้างพอที่จะเสี่ยงกับมันมั้ย ? นู๋เรน่ะหรอ .. เสี่ยงหรอ? ทุกวันนี้ก็เสี่ยง.. ไม่มีสิ่งไหนได้มาโดยไม่สูญเสียอะไร แต่เราก็ต้องมาดูว่าสิ่งที่เสียไปกับที่ได้มานั้นมันคุ้มค่าแค่ไหน พอจะแลกเปลี่ยนกันมั้ย ... แต่ขอให้เลือกที่จะเสี่ยงให้น้อยที่สุด
นู๋เร วันนี้แม้ภายนอกดูเหมือนเดิมดีทุกอย่าง  ต่างกับหัวใจที่ดูเข้มแข็งขึ้น อยากจะบอกว่า เส้นทางเดิมสำหรับเร มันไม่มีอีกแล้ว ... อย่าเสียเวลากับสิ่งที่ไม่มีอยู่จริง ... นู๋เรอยากจะฝากบอกถึงเพื่อนๆคู่รักทุกคู่ คำว่า "รัก" พูดได้ถ้าคุณรู้สึกแบบนั้น แต่ คำว่า "เลิก" ถ้าไม่มั่นใจ อย่าแม้แต่จะคิดเลย เพราะคำเหล่านี้หลุดออกไปแล้ว มันไม่มีอะไรกลับคืน นอกจาก ความเสียใจของคนที่ไม่พร้อมจะได้ยิน ...
เวลาช่วยปลอบโยน ปลอบใจ... แต่ถ้าเมื่อไหร่ ความรักเดิมๆกลับมา จงอย่าถามหาหัวใจ ... เพราะมันได้สลายไปพร้อมกับกาลเวลา และที่เข้มแข็งขึ้นมานั้นคือ จิตใจที่ไร้หัวใจ ....
เวลาเป็นอะไรที่ไม่มีใครบอกได้ว่า วันนี้ พรุ่งนี้จะยังมีสำหรับเรามั้ย .... คุณค่าของเวลานั้น จงรักษามันเอาไว้ทุกๆเสี้ยวของนาที ที่มีความสุข เพราะเมื่อไหร่ความทุกข์มาเยื่อน จงเอากำลังใจจากความสุขครั้งก่อนมาเยียวยา ....
 
......................................บทความของกาลเวลา ...........................................................
คนเราอายุเฉลี่ย 60 ปี
1 ปี เท่ากับ 365 วัน
แสดงว่าแต่ละคนมีเวลาบนพื้นโลก 21,900 วัน
คิดปลีกย่อยไปกว่านั้นก็ 525,600 นาที
ลองนับเป็นสัปดาห์ อืม...ไม่เลว 3,120 สัปดาห์

อุแม่เจ้า...แสดงว่า เรามีโอกาสเที่ยวในคืนวันเสาร์สามพันกว่าครั้งเท่านั้นเอง คิดแบบนี้แล้วไม่กล้าดูนาฬิกา แทบเบือนหน้าจากปฏิทิน เพราะมันไม่ต่างอะไรกับการนับแถวหลังเพื่อรอวันลาโลก

เปล่าเลย ชั้นไม่ได้กลัวตาย ตรงกันข้าม ชั้นคิดว่าตลอดเวลาที่ใช้ชีวิตอยู่บนโลกนี้มันน้อยมากหากคำนวณในเชิงตัวเลข ยังมีหนังสืออีกหลายเล่มที่ยังไม่ได้อ่าน เพลงอีกหลายเพลงที่ยังไม่ได้ฟัง หนังอีกหลายเรื่องที่ยังไม่เคยดู ความรู้สึกในใจมากมายที่ยังไม่เคยบอก พื้นที่อีกหลายล้านตารางกิโลเมตรที่ยังไม่เคยไป
โอ๊ย...กลุ้ม สองหมื่นกว่าวันที่เราได้รับมามันน้อยเกินไปจริงๆ และที่น่ากลุ้มไปกว่านั้น คือ
ใช่ว่าทุกคนจะอยู่ถึง 60 ปี
แน่นอน 1 ปี ยังเท่ากับ 365 วัน
นั่นแสดงว่า บางคนไม่ได้มีเวลาอยู่บนพื้นโลกถึง 21,900 วันหรอกนะ
อาจไม่ถึง 3,120 สัปดาห์ซะด้วยซ้ำ
อุแม่เจ้า... 2 คืนวันเสาร์ที่จะได้ไปเที่ยวเหลือไม่ถึงสามพันแล้วเหรอเนี่ย

คิดแบบนี้แล้วต้องรีบยกนาฬิกาขึ้นมาดู กางปฏิทินออกกว้างๆ
เพราะนี่คือวันเสาร์ที่เราเหลือ...บนพื้นโลก
นี่เรากำลังอ่านอะไรบ้าบอ อยู่เนี่ยคิดมากไร้สาระ ฟุ้งซ่าน(รู้นะว่าพวกเธอคิดอยู่) ....ไม่เลย นี่ไม่ใช่ปรัชญางี่เง่าอะไรทั้งนั้น หากเป็นความจริงที่เราไม่ค่อยได้มองมัน เอาล่ะ นี่คือ เรื่องจริงเรื่องหนึ่งที่คนส่วนใหญ่มองข้ามมันไป งั้นสมมติว่าทุกคนอายุ 18 ปี แปลว่าใช้ชีวิตมาแล้ว 6,235 วัน และผ่านคืนวันเสาร์มา ร้อยกว่าครั้ง ส่วนหน่วยนาทีนั้น...คำนวณเองบ้างซิว้อย!!!

เอาเวลาที่ใช้ไปนั้น หักลบกับเวลาที่(คาดว่าน่าจะ)เหลืออยู่ผลลัพธ์ที่ได้ เราจะยังไงกับมันดี
แต่น่าแปลก หลายคนยังยอมทำงานน่าเบื่อ นั่งเอาหัวตากแอร์ไปวันๆ ยอมให้คนที่ไม่ใช่พ่อใช่แม่จิกหัวใช้ เพื่ออะไรบางอย่างที่เราเรียกว่า เงินเดือน
บางคนทนเรียนอะไรก็ไม่รู้อยู่ 4 ปี ทั้งๆ ที่ก็ไม่รู้ว่าชอบหรือเปล่า รู้แต่ว่าแม่ชอบ ไม่ก็เห็นเพียงว่าเพื่อนเรียน เพียงแค่ตอบตัวเองไม่ได้ว่ากูจะเป็นอะไรดี

บางคนแอบรักเขา ซุ่มเลิฟอยู่อย่างนั้น ปล่อยให้ความรู้สึกที่ดีลอยไปหาคนอื่น แต่กลับปล่อยให้หัวใจตัวเองเหลือแต่ความรู้สึกต่ำต้อยได้ทุกวัน ทุกวัน ทุกวัน
บางคนกินทิฐิเป็นอาหาร เก๊กใส่กันไปวันๆ ต่างฝ่ายต่างรอให้อีกฝ่ายง้อ มึงแน่ กูแน่ งอนการกุศล ประชดทำลายสถิติ เชิดหยิ่งชิงชนะเลิศ...ไอ้บ้า!!!
และอีกหลายคนนิยมกิจกรรม 'ฆ่าเวลา' ... ชีวิตมันว่างจัด ขนาดต้องนั่งฆ่าเวลากันเลย บอกตรงๆ เห็นแล้วอยากตบกบาล เอ็งกำลังทำลายทรัพย์สินที่มีค่าที่สุดที่มนุษย์ทุกคนพึงจะมี

อีกหน่อยเราก็ตายจากกัน...แล้วนะ
ลองคิดแบบนี้บ้าง...ใช่แล้ว...เราจะเกิดความเสียดายเพราะเหลืออีกหมื่นแสนล้านอย่างที่เราไม่ได้ทำ
ตายได้ยังไงหากฝันไม่สำเร็จ...ไม่ได้หมายความว่าเราจะไม่ยอมตาย
แต่ให้รีบทำทุกอย่างก่อน ที่จะตาย...ซึ่งจะเป็นวันไหนก็ไม่รู้
เคยสงสัยมั้ย... ทำไมเราถูกกำหนดไม่ให้รู้วันตายของตัวเองเพราะมันจะทำให้เราไม่แยแสทุกสิ่งทุกอย่าง และตอบสนองความต้องการของตัวเอง ทั้งในทางดีและทางชั่ว
และในเมื่อเราไม่รู้ว่าเมื่อไหร่...มาเตรียมการรอรับวาระสุดท้ายของเราดีกว่า เอาแบบว่าถ้าตายวันพรุ่งนี้ก็จะได้นอนตาหลับ เกิดโชคดีไม่ตายขึ้นมาเราก็จะได้กำไรในการอยู่ต่อเพื่อทำสิ่งดีที่ยังค้างคา
ใช้ชีวิตโดยคิดซะว่า...พรุ่งนี้ชั้นจะตายแล้ว
ทำในสิ่งที่เรารัก เสมือนว่าเราจะไม่ได้ทำมันอีก
ตามฝันของเราไปสุดโต่ง...ต้องรีบแล้ว...เดี๋ยวตายยนะ...เตือนแล้วไง

รักให้หมดใจ บอกเขาไปทั้งหมดที่ความรู้สึกมี ส่วนจะรักหรือไม่รักกู ไม่สนว้อย...เพราะพรุ่งนี้ชั้น(อาจจะ)ตายแล้ว
ใช้เวลา(ที่อาจจะ)สุดท้ายที่มีต่อกันไว้ กอดกันเหมือนว่านี่เป็นกอดสุดท้ายของเรา นุ่มนวลที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะอย่างน้อยๆ เราจะได้มีสีหน้าที่ยิ้มแย้มตอยให้สัมภาษณ์ยมบาล
คนข้างบ้านเดินหน้าแป้นแล้นมาบอกกข่าวดี ลูกสาววัย 23 กำลังจะแต่งงาน ในมือมีซองสีชมพูพร้อมการ์ด ลูกสาวอยู่ต่างจังหวัดกับคู่หมั้น แม่เลยต้องมาแจกการ์ดเอง แต่เมื่อกี๊นี้ว่าที่เจ้าสาวเพิ่งโทร.มาปรึกษาแม่เรื่องชุดแต่งงาน หลังจากนั้น 3 ชั่วโมง เธอตาย... แต่กว่าที่คนเป็นแม่จะได้รู้ข่าวร้าย ก็ปาไป 5 วัน ซองในมือผมกลายเป็นเงินช่วยงานศพ ช่อดอกไม้กลายเป็นพวงหรีดและทั้งหมดกลายเป็นแรงบันดาลใจที่อยากจะบอกว่าอีกหน่อยเราก็ตายจากกัน...แล้วนะ

อ้าว!!! รู้งี้ยังจะมาอ้อยสร้อยอะไรกันอีก รีบแยกย้ายไปใช้เวลาที่เราเหลืออยู่ทำทุกอย่างที่เรายังไม่ได้ทำ
เดี๋ยวตายซะก่อน...เสียดายแย่!!!

ขอบคุณสำหรับ บทความของกาลเวลา ที่พี่เอ็ดดี้ส่งมาให้นะค่ะ ขออนุญาติใส่ไว้ให้เพื่อนๆๆ อ่าน
20 November

แค่เข้าใจ?... หรือ เข้าถึงหัวใจ?

กลับมานั่งตรงนี้อีกครั้ง ... งานก็เยอะแต่ใจล้า.. ก็ทำแบบไม่มีหัวใจไม่เอาดีกว่า delay อารมณ์ตัวเองซักพักนึงไปกับการอ่าน E-mail ที่เพื่อนๆส่งมา ส่วนใหญ่จะขอคำแนะนำเกี่ยวกับการสมัครเกมต่างประเทศ ต้องขอบอกก่อนเลยว่า ตอนนี้ไม่ว่าจะเกาหลีหรือญี่ปุ่น ก็เข้มงวดพอกัน เพราะงั้นเล่นเกมในบ้านเราเถอะค่ะ แม้ว่าหลายๆคนจะบ่นว่าสังคมในเกมไม่ดีแบบนั้น ไม่ดีแบบนี้ แต่เรอยากจะบอกว่า สังคมก็เกิดจากคนในสังคมนั้นล่ะที่มีบทบาทและทำให้สังคมเปลี่ยนไป เพราะฉนั้นลองเริ่มต้นที่ตัวเราเองดู นะค่ะ
วันนี้ได้อ่าน e-mail ของน้องคนนึง อ่านไป ก็นั่งน้ำตาซึม  ที่น้องถามพี่เรว่า "เจ็บเหลือเกินพี่เร นู๋ต้องเจ็บปวดแบบนี้ไปนานแค่ไหน?" นานๆ พอๆกับที่นู๋อยากอยู่กับมันค่ะ ตอนนี้นู๋เจ็บ .. ไหนชี้ให้พี่เรดูหน่อยว่าเจ็บตรงไหน และต้องเจ็บจริงๆนะ เดี๋ยวพี่เรจะทายาให้ รับรองว่าหาย ... ไม่มีอะไรเจ็บปวดไปกว่า ใจของนู๋หรอกค่ะ สิ่งที่น้องเจ็บมันคือความคิด มันไม่มีตัวตน มันไม่จริง จำไว้นะค่ะ "ไม่มีอะไรทุกข์ที่สุด และสุขที่สุด" ปรับองศาใจให้อยู่ตรงกลาง ไม่ว่าวันนี้น้องจะเจออะไร มันจะเจอแบบพอดีๆ "ไม่มีที่สุด"
ตอนนี้น้องกำลังได้รับ วัคซีนของหัวใจนะ และพอครั้งต่อๆ ถ้าเราเข้าใจความเจ็บปวด มันก็จะไม่รุนแรงเท่าครั้งนี้ วันนี้พี่เร จะขอพูดกันอีกทีกับเรื่องของความรัก ถึงแม้ว่า เร เองบ่อยครั้งที่เจอความเจ็บปวดอยู่บ้าง แต่นั้นก็ทำให้เรเรียนรู้ในอีกขั้นนึง
 
เคยสงสัยมั้ยว่าคนเราจะสามารถรักกันไปอีกนานเท่าไหร่ ความรักของเรากับใครก็ตาม มันจะยืดไปอีกนานเท่าไหร่ เหมือนที่หนังเรื่อง The Mexican ได้ให้เราคิดว่า คนที่เรารักน่ะ เราอยู่กับเค้า ใช้ขีวิตกับเค้า แต่เราก็ทะเลาะกับเค้าอยู่ตลอดเวลา เราจะรู้ได้ยังไงว่าเมื่อไหร่คือ จุดสิ้นสุด หรือ enough is enough

สำหรับเราเราชอบฉากนี้ในเรื่องมาก เพราะคำตอบมันตรงกับใจเรา ที่คิดอยู่ คำตอบก็คือ never หรือ ไม่มีคำว่าพอ หรือสิ้นสุดหรอก เพราะอะไรรู้มั้ย เราคิดว่า คนเราเมื่อรักใครแล้ว เค้าจะพยายามที่จะเรียนรู้ชีวิต ความคิด ความเป็นอยู่ของคนที่รักให้มากที่สุด มันไม่ใข่การก้าวก่ายหรือเป็นพฤติกรรมที่น่ารำคาญหรอก แต่เป็นการกระทำเพราะความรักต่างหาก เมื่อเรารักใครแล้ว เราอยากเรียนรู้เรื่องต่างๆ ของเค้า เพื่ออะไร เพื่อที่เราจะได้รับรู้ว่า อะไรที่จะทำให้เค้ามีความสุข เพราะความรักคือการทำให้คนที่เรารักมีความสุขไม่ใช่หรอ

หลายๆ คนมักจะมีนิยามความรักที่แตกต่างกันออกไป ส่วนตัวเราเอง มันไม่ใช่นิยามหรอก แต่มันเป็นอะไรที่เราค้นพบเองต่างหาก เราได้ค้นพบว่า ความรักคือการเรียนรู้ คือการอดทนที่พยายามที่จะเรียนรู้ คือการไม่ก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของกันและกันจนมากเกินไป แต่ไม่ได้หมายความว่า การถามไถ่ว่า วันนี้เป็นไงบ้างคะ เป็นการละเมืดเรื่องส่วนตัวนะ แต่เรื่องนี้มันขึ้นอยู่กับคนด้วยล่ะ ก็อยากที่เราบอกน่ะแหล่ะ คนแต่ละคนมันไม่เหมือนกันหรอก

ความรักคือการเสียสละ เสียสละได้แม้กระทั่งความสุขของตัวเอง แต่ถ้าคนฉลาดพอ ควรจะรู้ว่าอะไรที่มันพอดีกับตัวเอง อย่าทำร้ายตัวเอง เพื่อคนที่เรารัก เพราะอย่างงั้นเค้าจะเรียกว่า โง่ บ้า สิ่งสำคัญที่เราค้นพบ และทำให้เรายังรักคนคนนึงอยู่ถึงแม้ว่ามันจะผ่านมานานมากแล้ว ก็คือ การที่เรายอมรับตัวตนที่เค้าเป็น สิ่งนี้เป็นสิ่งที่สำคัญมาก คนเรามักจะมีสิ่งที่ดีและไม่ดีปนกันไปในชีวิต ความรักจะอยู่ตลอดกาลถ้าเรายอมรับตัวตนที่แท้จรืงของเค้าให้ได้ ในที่นี้ไม่ได้หมายความว่าเราควรจะหน้ามือตามัว เค้าเลวยังไงก็ต้องรับให้ได้ ไม่ใช่ สิ่งที่เราพยายามจะบอกก็คือ บางทีที่หลายคนมองว่าเค้าไม่ดี เค้าเลว สำหรับเรามันอาจจะเป็นข้อดีของเค้าก็ได้ คงไม่ต้องยกตัวอย่างหรอก ลองไปคิดกันเอาเองแล้วกันว่า ที่เราทะเลาะกับคนที่เรารักบ่อยๆ หรืองอนกันบ่อยๆ หรือมักจะพูดกันว่า เราคงเข้ากันไม่ได้หรอก เราต่างกันเกินไปน่ะ มันจริงหรือ หลายคู่มักจะมีการทะเลาะเบาะแว้งกันอยู่เป็นประจำ แล้วมักจะสรุปว่า เราสองคน ไม่สามารถเข้ากันได้..............ลองไปคิดดูดีๆ พยายามทบทวนสิ่งต่างๆ ที่เราได้ทำลงไป มันจริงหรอ มันทนไม่ได้ขนาดนั้นเลยหรอ มันแย่มากหรือ

ทั้งหมดเราแค่คิดไปเองฝ่ายเดียว ทั้งหมดที่พูดมานี้ ใช้ได้กับความรักทุกแบบ ไม่จำเป็นจะต้องเป็นความรักแบบคู่รักเสมอไป กับเพื่อนก็เช่นกัน พยายามเรียนรู้ถึงตัวของเพื่อนเรา ต่างคนต่างเรียนรู้ซึ่งกันและกัน แล้วเราก็จะยอมรับกันในที่สุด เราว่าคนเรามันไม่ได้ต่างกันเท่าไหร่หรอก ถ้าคนเราพยายามเปิดใจให้กว้างมากขึ้น หัดยอมรับอะไรให้ง่ายขึ้นนะ สิ่งดีๆ มันก็จะเกิดขึ้นเองล่ะ ไม่ต้องไปพยายามหรอก หรือคุณว่าไง
15 November

อยากได้ยินว่า ... รักกัน

สวัสดีค่ะ ช่วงนี้เริ่มเข้าสู้ฤดูหนาวเต็มๆแล้วใช่มั้ยเนี๊ย รู้มั้ย? ตอนนี้นู๋เรอยู่ที่ไหน ถ้าพูดแบบนี้ไม่ใช่เมืองไทยแน่^^ อิอิ ถูกต้อง ที่นี่อากาศเย๊นเจี๊ยบเพราะลมทะเลที่มีทุกวัน อากาศเหมือนฝนจะตกอยู่ตลอดเวลา เค้าว่ากันว่าอากาศแบบนี้ห้ามอยู่คนเดียวเดี๋ยวมันจะเหงา แต่ทำไงได้อิอิ คนไกลบ้านก็งี้ล่ะค่ะ คิดถึง แม่ น้อง และเพื่อนๆมากๆเลย ...  วันก่อนเจอคู่รักคู่หนึ่ง ฝ่ายหญิงมาคุยกับนู๋เร ว่าทำไมนะๆ แฟนของเค้าถึงไม่ยอมบอกรักเค้าซักที แต่เรื่องที่จะทำให้ทะเลาะกันอ่ะ พูดจังเลย - -" เฮ้อออ ... นู๋เร ก็เข้าใจนะสำหรับผู้หญิง ใครๆก็อยากได้ยินคำว่า รัก จากปากของคนที่รัก ทั้งนั้น ... แต่เคยมีคนบอกเร ว่า ถ้าพูดแล้ว การกระทำไม่ใช่เลยล่ะ จะรับได้รึเปล่า .. อันนี้ก็น่าคิด แต่อย่างน้อย เรอยากให้คนรักกันทุกคู่ ลองเอาใจเค้ามาใส่ใจเรา .. ในการใช้คำพูดของทุกฝ่าย

......คุณเคยใช้คำพูดที่พูดออกไปด้วยอารมณ์ ความคะนอง
แต่แล้วคำพูดที่พูดออกไป ทำร้ายความรู้สึกดีๆของอีกฝ่าย
ผู้ฟังฟังแล้วเสียความรู้สึกดีๆไป....

.......จะเป็นด้วยความตั้งใจที่จะพูดออกไปหรือไม่ก็ตามแต่
สุดท้ายคนที่รับฟังประโยคเหล่านั้นรู้สึกผิดหวังที่ได้ยินอย่างนั้น

........คุณอาจจะรู้สึกดีที่ได้พูดอย่างนั้นออกไป ได้ระบายความรู้สึก
แต่ภายหลัง...คุณกลับมานั่งขบคิดในสิ่งที่คุณทำลงไป
คุณกำลังทำลายความรู้สึกดีๆระหว่างกันลงไป
คุณเริ่มรู้สึกเสียใจต่อสิ่งที่ทำลงไป

........คำพูดที่หลุดออกจากปากไปแล้ว
มันคืออดีตที่แก้ไขอะไรไม่ได้เลย
มีแต่สติเท่านั้นที่ควบคุมคำพูดที่จะออกจากปากไม่ให้พลั้งเผลอพูดในสิ่งไม่สมควร
เพียงแต่เราขาดสติควบคุม
คำพูดที่หลุดออกไปก็จะกลายเป็นสิ่งที่ทำร้ายความรู้สึกของอีกฝ่ายหนึ่งทันที

........บางครั้งคุณอยากจะเป็นฝ่ายกล่าวขอโทษในสิ่งที่คุณกล่าวซึ่งทำร้าย
ความรู้สึก ดีๆของอีกฝ่าย
เพียงแต่คุณไม่กล้า คุณมีทิฐิ
คุณเป็นฝ่ายลังเลที่จะกล่าว อยากให้อีกฝ่ายยกโทษให้คุณ แต่ในใจคุณ
ความมีทิฐิ กลัวเสียหน้า
ข่มความกล้าที่จะทำให้คุณเป็นฝ่ายเริ่มต้นกล่าวก่อน
คุณกลับรอเวลาให้ผ่านไปด้วยหวังว่าเวลาที่ผ่านไป...ทุกอย่างก็จะดีเอง

.......คุณเคยคิดบ้างไหมว่า
เวลาที่ผ่านไปยิ่งทำให้ทุกอย่างไม่ดีขึ้นเลย อีกฝ่ายที่รับฟังคำพูดของคุณ
ถึงแม้ว่าคำพูดที่ผ่านไปมันกลายเป็นอดีต
แต่ความรู้สึกมันยังคงค้างอยู่ในใจ

.......ถ้าทิฐิมันทำลายความรู้สึกที่ดีระหว่างกัน
มีประโยชน์อะไรที่คุณจะถือทิฐิเอาไว้กับตัว คุณควรจะปล่อยทิฐิตรงนั้นไป
การกล่าวขอโทษ ดูเหมือนจะเป็นเรื่องยิ่งใหญ่และยาก
ในยามที่ความรู้สึกดีๆระหว่างกันเกิดรอยร้าวขึ้น
ความรู้สึกดีๆจะกลับมาก็เพียงแต่คุณกล้าที่จะเริ่มต้นกล่าวคำขอโทษออกไป

.......ถามใจตัวคุณเองว่า
คุณยังให้ความสำคัญกับคนๆนั้นอยู่ไหม
ไม่ต้องกลัวเสียหน้าถ้าคุณจะเป็นฝ่ายเริ่มต้นกล่าวก่อน หลังจากกล่าวออกไป
คุณจะรู้สึกว่าจิตใจคุณบางเบา
อีกฝ่ายคงรู้สึกดีที่ได้ยินอย่างนั้นและยินดีจะให้อภัยคุณ

......เมื่อก่อนฉันเคยมีทิฐิและไม่ยอมที่จะลดละความมีทิฐิ
สุดท้ายฉันพบว่ามันไม่มีประโยชน์อะไรจากการทำแบบนั้น
แล้วกลับมานั่งเสียใจกับสิ่งที่ทำลงไปแทน

......ถ้าความรักหมายถึง การไม่โกรธ และให้อภัย
คนที่คุณรักเขาคงยินดีและไม่โกรธเมื่อได้ยินคำขอโทษจากคุณ
และเขาก็ยินดีที่จะให้อภัยคุณตราบเท่าที่เขายังรักคุณอยู่