個人檔案·:*¨¨*:·.~♡~.·:*¨¨*:·.La...相片部落格清單更多 工具 說明
9 January

สู้มั้ย ..... ความอ่อนแอในใจ ~

เป็นอีกวันที่ทำงานไปได้เรื่อยๆเหมือนเดิม และก็เปิดเมลอ่านบ้าง ดูกระทู้บ้าง อ่านข่าวบ้าง เรพยายามให้ชีวิตมันดีขึ้นกว่าทุกวัน แต่มันเหมือนจะจมลงๆ ไม่รู้เป็นอะไรนะยังหาคำตอบไม่ได้ว่า ความเครียดที่เพิ่มขึ้นมา มาจากทางไหนบ้าง เลยนั่งพิจารณาความคิดตัวเองและพยายาม"ปล่อยวาง" ซึ่งทำยากนะยากจริงๆ เรอยากรู้ว่าหลังจากทำได้แล้วมันจะเบามันจะสบายกว่านี้มั้ย อยากสัมผัสความรู้สึกนั้น 
เรหมือนคนที่พยายามทำอะไรให้คนรอบข้างมีความสุข แต่ความรู้สึกตัวเองมักถูกมองข้ามเสมอเพราะตัวเรนี่เองแหละที่มองข้ามความรู้สึกตัวเองและชอบบอกว่า "ไม่เป็นไร ชั้นไหว" แต่จริงๆชั้นไม่ไหว มันเลยทำให้ความเข้มแรงที่มีอยู่น้อยลงไปๆ จนจวนจะหมดแรง และเพียรถามหากำลังใจ ..... อยู่ไหนหนอ...?
 
เรเองก็รู้ว่านิสัยดั้งเดิมของเรคือ การไว้ใจคนยาก และคิดเยอะมาก เรพยายามจะแก้ไขมัน ค้นหาสารพัดวิธีที่มันจะเป็นไปได้ และสำฤทธิ์ผลกับคนอื่นนะ แต่กับตัวเองยังคงทำไม่ได้ต่อไป เพราะเราเป็นคนคิด เราเลยรู้เงื่อนไขการทำงานของวิธีนั้นๆ ......  เราคงเปลี่ยนแปลงมันไม่ได้ ก็คงได้แต่ยอมรับมันและเรียนรู้ที่จะอยู่กับมัน .... ว่าแต่ทำยังไง ????
 
บนเส้นทางชีวิต....
มีถนนนับร้อยพันให้เราเลือกเดินทาง
แต่ถนนสายเดียวที่จะพาเราไปถึงเป้าหมายได้
คือถนนที่ชื่อว่า “ กำลังใจ ”

มีบ้างมั้ย...ที่คุณเคยรู้สึกว่า ชีวิตมันไม่ค่อยแฟร์เท่าไหร่

บางคนอาจเคยรู้สึกเบื่อหน่าย หรือไม่เข้าใจ...
นึกสงสัยว่าทำไมชีวิตเรา ถึงได้มีปัญหามากมายนักให้ตามแก้
มาก...เสียจนบางครั้งก็เอาไม่อยู่เหมือนกัน...

บางช่วงในชีวิต...ก็เคยมีบ้างกับภาวะแบบนี้
เลยเข้าใจได้ดีเลยว่า ในเวลาแบบนั้น
ไม่มีอะไรที่จะสำคัญมากไปกว่าการหันมาเติมกำลังใจให้ตัวเอง
แต่เราจะทำมันได้ดีได้อย่างไร ถ้าเรายังมองตัวเองไม่ทะลุ
และมีความเข้าใจบางอย่างไม่ลึกซึ้งเพียงพอ ...?

โดยปกติแล้ว...ฉันจะเป็นคนที่ไม่ชอบเล่าหรือระบาย
เรื่องราวส่วนตัวกับใครในยามที่ชีวิตมีปัญหา...
แต่ก็เป็นเรื่องแปลกเหมือนกัน ที่ ณ เวลาดังกล่าว
ฉันมักจะได้รับแง่คิดดีๆ เกี่ยวกับเรื่องนั้นๆ
จากการสนทนาพูดคุยอย่างไม่ตั้งใจอยู่เสมอ
และคำพูดที่ดีที่สุดอันหนึ่งที่ฉันจำได้ดีจากเพื่อนรุ่นพี่คนหนึ่งก็คือ
เรื่องเกี่ยวกับปัญหาต่างๆในชีวิต เขาพูดในทำนองว่า
...ชีวิตคนเรานั้นมีปัญหากันทุกคน...
แต่คำว่าปัญหานั้น ถ้าแยกแยะมันจริงๆ จะมีอยู่ 2 อย่าง
คือ ปัญหา ที่ใช้ในภาษาอังกฤษว่า ‘problem’ ...
กับอีกคำหนึ่ง....ที่ใช้คำว่า ‘conflict’ ...

สำหรับปัญหาที่เป็น ‘problem’ นั้นหมายถึง ปัญหาภายนอก
ซึ่งมีมากมาย และเกิดขึ้นอยู่เสมอในชีวิตประจำวัน
ปัญหาชนิดนี้...ถ้าเราได้เผชิญหน้ากับมันมากเท่าไหร่
ก็ยิ่งจะทำให้เราฉลาดขึ้น เพราะมันช่วยให้เกิดการเรียนรู้ ...
เหมือนกับกบที่มาเหลาสติปัญญาของเรา ให้แหลมคมขึ้นเรื่อยๆ

แต่ปัญหา อีกคำหนึ่ง ที่หมายถึง ‘conflict’ นั้น คือปัญหาภายใน
ซึ่งหมายถึงความขัดแย้งในจิตใจ ปัญหาตัวนี้...นี่เอง
ที่เหมือนเศษผงที่ติดอยู่ในตาของเรา และถ้าเราเขี่ยมันออกไปได้เมื่อไหร่
เราจะเลิกกลัวกับปัญหาภายนอกได้ทันที...

ในทางกลับกัน- -ถ้า ‘conflict’ นี้ยังติดค้างอยู่ในใจไปเรื่อยๆ
สิ่งต่างๆ ก็จะยุ่งยากลำบากขึ้น ใจจะอ่อนแอระส่ำระสาย..
ความสุขหายไป พร้อมๆ กับกำลังใจของเราก็พลอยค่อยๆ หายไปด้วยเช่นกัน...
แต่มันไม่ได้ลงท้ายแค่นี้เท่านั้น- -เพราะยังมีปัญหาใหญ่
อีกอันหนึ่งซ้อนขึ้นมาอีก ซึ่งก็คือ เราดันแยกแยะไม่ออก...
ไม่รู้ว่าอะไรคือปัญหาแท้จริง ที่กำลังเกิดขึ้นกับเรากันแน่

...เมื่อได้ฟังมาถึงตรงนี้- -รู้สึกตัวเองเหมือนมีใครมาเคาะหัวเบาๆ เลยล่ะ
เพราะมันทำให้ฉันได้รับคำเฉลยที่สงสัยมานานแล้วว่า มิน่าล่ะ
บางปัญหาที่เคยเกิดขึ้นกับตัวเอง “ เวลาถึงช่วยอะไรไม่ได้ซักที ”
เพราะที่แท้...มันคือปัญหาข้างใน และเราก็ค้นหามันไม่พบ
ไม่ได้แก้ปมข้างในให้จบเสียก่อน...มันก็เลยยืดเยื้อ
เป็นที่มาของความรู้สึกท้อแท้ กำลังใจถดถอย ติดอยู่ในใจเรื่อยมา

...อาจมีคุณบางคนที่กำลังพบกับภาวะแบบนี้เหมือนกัน..
แต่ฉันอยากจะบอกกับคุณด้วยการ อ้างอิงประสบการณ์ตรงของตัวเองว่า
ถ้าคุณเข้าใจทุกสิ่งทุกอย่างมากขึ้น รู้ชัดแน่แล้วว่าปัญหาของคุณคืออะไร
จากนั้น...ก็แก้ไขเฉพาะในส่วนที่แก้ได้...
( ซึ่งส่วนใหญ่มักเป็นความขัดแย้งที่เกิดขึ้นภายในใจเราเอง )
แล้วปล่อยวางหรือยอมรับในส่วนที่นอกเหนือกำลังความสามารถของเรา

วันนี้...แม้จะเป็นเรื่องเดิมๆ ปัญหาเดิมๆ ...
แต่ถ้ามันเกิดขึ้นในช่วงที่จิตใจของคุณได้เปลี่ยนแปลงพัฒนาไปแล้วล่ะก็
คุณจะมองสิ่งนั้นในมุมที่แตกต่างออกไปทันที ....
และนี่แหละ...ที่ถือเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของการใช้ชีวิต
ซึ่งคุณจะได้พบกับมันโดยไม่รู้ตัว....

ทุกอย่างในโลกนี้มี 2 ด้านเสมอ ...
ท่ามกลางเหตุการณ์ร้ายๆที่เกิดขึ้นกับชีวิต
มันมักจะแฝงมากับโอกาสที่บังคับให้เราได้รู้จักใช้สติปัญญาตัวเอง
เพื่อเอาชนะอุปสรรคหรือผ่านปัญหาตรงนั้นไปให้ได้
สิ่งที่น่ากลัวที่สุดจะเกิดขึ้น...ก็ต่อเมื่อคุณละเลยที่จะใช้โอกาสนั้น
และปล่อยให้ความอ่อนแอในใจเติบโตขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงจุดอันตราย
ที่มันอาจบงการ หรือชี้นำคุณให้ทำในสิ่งที่นึกไม่ถึง
และอาจเตลิดไปไกลเกินกว่าจะควบคุมได้อีกต่อไป


ขึ้นชื่อว่า “ชีวิต” ...
ไม่มีใครหรอกที่จะสามารถเตรียมตัวล่วงหน้าไว้รับมือกับมันได้ทุกเรื่อง
เมื่อเราไม่อาจรู้ว่าพรุ่งนี้จะเป็นอย่างไร จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง
การมีชีวิตอยู่...จึงต้องอาศัยความกล้า...
ที่จะออกไปเผชิญหน้า กับทุกสิ่งทุกอย่างเหล่านั้น...

กล่าวคือ คุณต้องกล้า...ที่จะเผชิญหน้ากับความไม่แน่นอน
กล้า...ที่จะต้องทำบางสิ่งทั้งๆที่มีความกลัว
กล้า...ที่จะไปในที่ๆไม่เคยรู้จัก
กล้า...ที่จะต้องสูญเสีย กล้า...ที่จะเริ่มต้นใหม่ ฯลฯ
ซึ่งทั้งหมดนี้ จะมีความเป็นไปได้แค่ไหน ?...
อยู่ที่ใจของคุณเท่านั้นล่ะ..ที่เข้มแข็งพอรึเปล่า .....

"บนเรือนร่างของทุกคน ต่างก็มีเชือกเส้นที่มองไม่เห็นอยู่เส้นหนึ่ง

ในชั่วชีวิตส่วนใหญ่ของผู้คนต้องถูกพันธนาการด้วยเชือกที่มองไม่เห็นเส้นนี้ ..."

โกวเล้ง

 
8 January

แด่ความรักครั้งแรก....กับผู้ชายที่ชั้นรักที่สุดในโลก

วันนี้ก็เหมือนกับทุกๆปีที่ผ่านมา เกือบ 7 ปีแล้วที่คุณจากชั้นไป .. ทุกครั้งของวันนี้ชั้นพูดอะไรไม่ออกเลย ทุกความรู้สึกมันตื้นตันอยู่ในจิตใจ มันคือความโหยหา อาลัยรัก ความคิดถึงที่ถูกส่งไปในทุกๆคืนก่อนที่ชั้นจะเข้านอน คุณจะรู้มั้ย? ว่าผู้หญิงที่อยู่ตรงนี้ปราถนาจะพบคุณอีกครั้ง อยากจะบอกว่าชั้นรักคุณมากแค่ไหน สิ่งที่ชั้นไม่เคยพูดทั้งๆที่มีโอกาส แต่ชั้นมักจะคิดว่าคุณไม่คิดจากชั้นไปไหน คุณจะอยู่ข้างชั้นตลอดไป ความฝันสูงสุดของชั้นคือการได้พาคุณกับผู้หญิงที่คุณรักอีกคนนึงบินไปเยอรมันด้วยกัน ชั้นไม่เคยลืม ... คุณคือแรงบันดาลใจให้ชั้นรักในการเรียนภาษาศาสตร์ คุณมักจะโชวพาวให้เห็นเสมอว่าคุณพูดภาษาเยอรมัน ซึ่งต่างกับชั้นที่พูดภาษาฝรั่งเศสที่คุณพูดไม่ได้ ... 
 
วันนี้มันก็เหมือน 6 ปีที่ผ่านมาที่ชั้นส่งเมลให้คุณ ทั้งๆที่คุณไม่เคยตอบกลับมาซักฉบับเดียว... ผู้หญิงอย่างชั้นก็ยังอยากเขียน เขียนถึงผู้ชายที่ชั้นรักที่สุดในโลก .... และถามคำถามเดิมๆ ว่าที่ๆคุณอยู่นั้นสบายดีมั้ย? คุณผอมลงมั้ย? ทานอะไรบ้างหรือเปล่า? และคุณคิดถึงพวกเรามั้ย?
แม่เคยบอกว่าเวลา คิดถึงคุณ... ก็จะไปทำบุญ แต่ชั้นคิดว่าถ้าทำแบบนั้นชั้นคงจนตายแน่ๆ เพราะชั้นคิดถึงคุณตลอดเวลา ...
 
ชั้นมีเรื่องราวหลายอย่างๆจะบอกคุณ ว่าปีนี้ทุกวันที่ผ่านมามันเหนื่อยเหมือนปกติ กำลังใจที่มีก็ได้มาจากคนรอบข้างและผู้หญิงของคุณ ชั้นรอเวลาๆที่จะได้เจอคุณ เมื่อก่อนชั้นกลัวการตาย มันอาจเป็นธรรมชาติของมนุษย์ที่จะกลัวการพรากจากสิ่งที่ตัวเองรัก  แต่คุณก็กลับสอนชั้นใหม่ว่าการตายไม่ได้น่ากลัว แต่มันอาจทำให้ชั้นใกล้ชิดคุณมากขึ้น ชั้นฝันถึงคุณน้อยมาก แต่ชั้นก็ยินดีที่จะฝันในทุกคืน ชั้นมีความสุขที่ได้คุยกับคุณแม้คุณจะไม่เคยพูดอะไรกับชั้นเลย  ชั้นดีใจที่ได้กอดคุณ ได้บอกคุณว่า "นู๋รักพ่อค่ะ คิดถึงเหลือเกิน"
 
เวลาของเราน้อยจริงๆ ว่ามั้ยค่ะ? วันที่ชั้นดื้อกับคุณนั้นมีมาก แต่เวลาที่ชั้นคิดได้และอยากจะแก้ไขกลับช้าไปเสมอ ........