Profil de kathiez·:*¨¨*:·.~♡~.·:*¨¨*:·.La...PhotosBlogListesPlus Outils Aide
Photo 1 sur 40
24 novembre

ฤดูที่แตกต่าง....

วันนี้อารมณ์อยากเขียนค่ะ หลังจากสะสางงานในช่วงเช้าจนเสร็จ ... เมื่อวันที่ 20-23 พฤศจิกายน ที่ผ่านมาได้ไปสัมมนาที่ เชียงใหม่ ... บินไปทั้งๆอากาศในกรุงเทพกำลังร้อนๆ
ไม่รู้ใจเราเองหรือเปล่าที่ร้อน 555+ พอไปถึงเชียงใหม่ ... เรย์รู้สึกเย็นค่ะ มันโล่งๆ สบายๆ ไปพร้อมกับคณะเดินทางร่วม 80 ชีวิตของบริษัทที่เราทำงานอยู่  ทั้งๆที่มาทำงานนะ
แต่กลับรู้สึกสนุก ... เรย์พักที่โรงแรม HolidayInn เชียงใหม่ ที่สำคัญนะค่ะ .. เราพักคนเดียว ห้องเดียว เตียงใหญ่มาก .. แบบว่า ใช้ชีวิตแบบราชินีเลย 3 วันนี้ ..ไม่อยากบอกว่า
ใช้ชีวิตแบบไหน *0* เขิล ...
 
อากาศที่เชียงใหม่ หมอกลงบนดอยที่ไปทั้ง 2 แห่งเลยทั้งดอยอินทนนท์และดอยสุเทพ .. ทริปนี้ไปวัดและไหว้พระซะส่วนใหญ่ ไม่แน่ใจว่า ครบ 9 วัดมั้ยนะ แต่อิ่มบุญมากๆค่ะ
องค์พระทุกวัด.. ย้ำว่า ทุกวัดนะค่ะ สวยงามมาก สวยมากๆ .. ศิลปะการสร้างองค์พระของแต่ล่ะวัดนั้น ดูอ่อนช้อยจริงๆ  และหลังจากนั้นก็ได้พาฝรั่งเดินที่ถนนคนเดินนะค่ะ
4 กิโล!!!!! เรย์งี้ขาลาก แต่ฝรั่งเดินกันตัวปลิว - - ทำได้ไง T^T ไม่สงสารเราเลย ....
 
มาถึงอาหารนะค่ะ กินเป็นบ้างไม่เป็นบ้าง และที่สำคัญทุกวัน/ทุกเมนู ต้องมีเห็ดค่ะ ... ไม่เข้าใจว่าทำไมมีเห็ดตลอดเลย แต่ที่ชอบที่สุดก็เห็นจะเป็น ปลาเรนโบว์เทร้าส์ที่ร้านอาหาร
โครงการหลวง อร่อยมากๆค่ะ บอกไม่ถูกว่ารสชาติแบบไหน แต่เนื้อแน่นๆ จะว่าซาบะก็ไม่ใช่ ปลาอินทรีย์ก็ไม่เชิง ... สรุปว่า Trip นี้ผ่านค่ะ ... สนุก + อร่อย...
 
เวลาที่ใจเราค้นพบอะไรบางอย่าง ... ก็คือ เวลาที่เราอยู่คนเดียว และอยู่กับตัวเอง .... ชั้นเองก็เหมือนกัน...
ชั้นพบบางอย่าง และต้องก้าวข้ามผ่านมันไปอย่างงดงาม ....
 
อนาคตที่ชั้นกำลังเลือกเดิน ... ชั้นตั้งใจจะทำไปจนสุดทาง ตามกำลัง ตามความสามารถของชั้นที่มีทั้งหมด ...
คนเราเมื่อมีความเชื่อมั่น... อะไรก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น .... ขอแค่คุณอย่าคิดอะไรที่มันเลวร้าย....
เพราะความคิดนั้น นอกจากจะทำร้ายตัวคุณเอง .... มันก็ทำร้ายคนรอบข้างด้วยเช่นกัน
 
วันที่ชั้นไปเชียงใหม่ ... ชั้นพบกับใครคนนึง ที่เค้าอยู่ในสภาวะแบบชั้นเลย... ช่างเป็นเหตุบังเอิญ หรือ พรหมลิขิตก็ไม่รู้..เค้าบอกเราประโยคหนึ่ง
 
“คนเราเมื่อล้มแล้วต้องหยิบอะไรขึ้นมาสักอย่าง”
เค้ากับชั้น เกิดในวันเดียวกัน เดือนเดียว และปีเดียว .... เค้าเองโดนคนที่รักมานาน อยู่ๆวันนึงก็ไปแต่งงานกับคนอื่น ... และจากนั้นไม่นานคนรักก็กลับมาหาเค้า.... แทนที่เค้าจะดีใจ
เปล่าเลย เค้ายอมที่จะเจ็บที่จะเดินจากออกมา .... เพราะไม่อยากทำผิด .... การผิดศีลข้อ 3 เป็นศีลของการครองเรือน และความรัก .... 
 
ใครไม่เจอกับตัว ก็คงไม่รู้..... เรย์ขอเล่าให้ฟังแบบย่อๆ แล้วกัน ... เป็นเรื่องที่ใกล้ตัวมาก
 
น้าสัญญาน้องแท้ๆของแม่เป็นผู้ชายที่หน้าตาดี ทำงานจัดได้ว่าอยู่ในแวดวงสายการบิน ทำให้มีผู้หญิงมากหน้าหลายตา ... ชั้นรับรู้ข่าวของน้าชายคนนี้ผ่านแม่มาตลอด และทุกๆปีที่เจอกัน
น้าสัญญาจะเปลี่ยนภรรยาไปเรื่อยๆ โดยไม่ได้แต่งงาน ถ้าให้นับจริงๆ เท่าที่จำได้ ... เกือบ 6 คนแล้วมั้งที่พามาให้แม่เจอนะ ... ดูชีวิตของน้าก้มีความสุขมาเรื่อยๆ จนตอนนี้ ...
 
วันที่หน้าป่วยที่สุด นอนอยู่ในโรงพยาบาล ... แต่กลับไม่มีผู้หญิงหรือแฟนคนไหน มาเฝ้าดูแล นอกจากแม่ของชั้น ซึ่งเป็นพี่สาว และน้าๆ ... น้าสัญญาเล่าให้ฟังว่า ถ้าย้อนเวลากลับไปได้
เค้าจะไม่ทำแบบนี้ เค้าจะไม่มีเมียมาก ไม่เจ้าชู้ ... ใช่ว่าที่ผ่านมาเค้ามีความสุขกับผู้หญิงเหล่านั้นแค่ชั่วประเดี๋ยวประด๋าว  ถ้าน้าไม่นอกใจเค้า เค้าก็นอกใจหน้า - - !! แล้วทุกคนที่เข้ามา ล้วนแต่มองที่หน้าตาและเงินทอง ... ทั้งนั้น .... หาความจริงใจซักคนก็ไม่มี
ชั้นเองอยากถามกลับไปว่า ..... แล้วน้าเอง จริงใจให้กับใครบ้างมั้ย???? ......
 
มันน่าแปลกมาก กับการมาเชียงใหม่ครั้งนี้ .... ทั้งที่ตั้งใจจะเอาความรู้สึกทั้งหมดมาทิ้งไว้ที่นี่แล้วแท้ๆ ชั้นกลับได้ข้อคิดจากเพื่อนที่เจอกันในงานสัมมนา .... ใช่แล้ว .... เมื่อชั้นล้มแล้วชั้นก็ต้องหยิบอะไรขึ้นมาซักอย่าง ^^
 
ปล.ขอขอบคุณเพื่อนๆที่ร่วมสัมมนาในการเอื้อเฟื้อภาพนะค่ะ ...
5 février

ที่ว่างของใจ....

       นานๆจะมาเขียนSpace แชร์ความรู้สึกรอบๆตัวกับเพื่อนๆเสียที เรค่อนข้างแน่ใจว่าบทความที่เรเขียนอาจเป็น"Key"ที่ทำให้ใครหลายๆคนคิดได้ และปลงกับสิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัวได้ และเรก็ดีใจมากค่ะที่เป็นอย่างนั้น และสำหรับเพื่อนๆที่Add MSN หรืออะไรก็ตามมาคุยกัน ก็ขอให้บอกได้เลยนะค่ะ ว่าAdd มาจากไหนไม่งั้นบางทีเรคงจะBlockเพราะมันเคยมีกรณีค่ะ  เพราะเรเองก็ไม่อยากรับรู้เรื่องในอดีตแล้วจึงไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องฟังคำพูดของคนแปลกหน้า ....
 
       เพื่อนๆเคยมั้ยค่ะ เคยฝันถึงคนบางคน ซ้ำแล้วซ้ำเล่าในเหตุการณ์ที่ต่างๆกัน จนในบางครั้งเราเบื่อที่นอน เราเครียดกับการนอน มีใครบางคนบอกเรว่า บางทีเราอาจจะติดค้างอะไรกับคนๆนั้นอยู่ และมันก็อาจจะจริง แต่เรคิดว่ามันไม่ยุติธรรมเช่นกันกับสิ่งที่เค้าเองก็ติดค้างชั้นกัน การรอคอยถึง 6 ปี? เวลาของผู้หญิงไม่เท่าผู้ชาย ระยะเวลาของดอกไม้ที่ผลิบานมันต่างกัน สิ่งที่สูญเสียไปเรก็ไม่เคยเรียกร้องอะไรคืนมา แล้วคุณจะมาเรียกร้องอะไรจากชั้นหรอ สิ่งที่ทำให้ตลอดเวลาที่ผ่านมา ความซื่อสัตย์ ความจงรักภักดี แต่สิ่งที่ตอบแทนกลับมาคือ "เลิกกัน" คุณยังคิดว่าชั้นยังติดค้างอะไรกับคุณอีก
 
      ชั้นเข้าใจว่ามนุษย์ทุกคนมักจะมองความจริงในมุมของตัวเองด้านเดียวซึ่ง นั้นอาจเป็นความจริงหรือไม่จริงก็ได้ แต่การทำตัวให้เป็น 360 องศานั้นช่างยากเย็น เพราะบางทีสิ่งที่รายล้อมรอบตัวเรามีทั้ง จริง และ ไม่จริง แต่สิ่งที่แน่นอนที่สุดคือ ใจตัวเอง ที่จำเป็นต้องอยู่ตรงความพอดี ไม่ให้รู้สึก ดีใจมาก หรือ เสียใจมาก ไม่ว่าอะไรมากระทบใจ ...  พูดง่ายแต่ทำยาก แต่หากทำได้แล้วสิ่งที่เข้ามาในชีวิต มันก็เบาไม่หนัก เรเองก็ยังคงพยายามทำให้ได้ เช่นกัน
 
 
  การให้อภัย เป็นการให้ที่ว่างกับใจตนเอง
เพื่อไม่ต้องแบกความรู้สึกไม่ดีไว้กับตนเอง
เหนื่อยไหมกับการต้องแบกอะไรไว้ในใจมากมาย
คนที่เคยทำให้คุณเจ็บช้ำ คนที่เคยทำผิดต่อคุณ

ถึงแม้ว่าเวลาอาจรักษาแผลใจได้
แต่ไม่อาจทำให้ความผิดของคนๆนั้นหายไปจากใจคุณได้

แต่การให้อภัยจะเป็นการลบความผิดนั้นออกจากใจ
ไม่ต้องให้คุณสร้างแผลใจให้กับตัวเอง
เพราะคนที่ทำผิดกับคุณ เขาอาจไม่รู้ร้อนรู้หนาวกับคุณหรอก....

...........................................

ให้อภัยเป็นการให้ที่วิเศษ เพราะเป็นการให้สองทาง
นอกจากจะเป็นการปลดปล่อยความผิดของใครบางคน
ก็ยังเป็นการให้ที่ว่างกับใจตนเอง
เพื่อไม่ต้องแบกความรู้สึกไม่ดีไว้กับตัวเอง

การให้อภัย ไม่ใช่การยอมรับความผิดของใครบางคน
แต่เป็นการให้อิสระแก่ใจตัวเอง...
เพื่อหลุดพ้นจากความพยาบาท

................................................

คนอื่นทำอะไรผิดๆ กับคุณมากมาย
ถ้าคุณให้อภัยเขาเหล่านั้นได้

บางทีคุณควรจะนึกย้อนถึงตัวคุณเองบ้าง
ยังมีสิ่งใดที่ยังค้างคาอยู่ในใจคุณบ้าง
สิ่งที่คุณรู้สึกผิด หรือคุณอาจจะแก้ไขไม่ได้

หลายๆครั้งที่ความผิดของเราเอง
เป็นตัวกีดกั้นเราจากความกล้าที่จะเดินไปข้างหน้า
สิบเท้ายังรู้พลาด...
เราเองก็คนธรรมดาคนหนึ่ง
อาจถึงเวลาที่คุณจะให้อภัยตัวเองได้แล้ว

"การให้อภัยตัวเอง
อาจเป็นการให้อภัยที่ยากที่สุด"
31 juillet

ช่องว่างในหัวใจ...Space in my heart

วันนี้หลับในห้องทำงานตัวเอง และรู้แหละว่ามีคนเห็นว่าเราหลับ แต่จะให้ทำไงก็มันเหนื่อย มันเหนื่อยจริงๆ คิดถึงพ่อ คิดถึงแม่ คิดถึงน้อง คิดถึงวิคกี้ ไม่อยากอ่อนแอ ไม่อยากร้องไห้ อยากลุกขึ้นสู้ได้อย่างที่
เคยเป็นมา ชั้นเคยเข้มแข็งไม่เคยยอมแพ้อะไรง่ายๆแต่วันนี้รู้แล้ว ว่าเวลาที่ใจที่เป็นนายมันเหนื่อยมันอยากหยุดเต้นเอาดื้อๆ และกายที่เป็นบ่าวมันก็หลับไปเลยจริงๆเพราะใจล้าไปแล้วไง ชั้นตื่นขึ้นมาพร้อมกับ
คำถามที่ถามตัวเองว่า เราเหนื่อยขนาดนี้แล้วนะ จะสู้ต่อหรือหยุดพักดีล่ะ? คำถามแบบนี้มีมาเป็นร้อยครั้งและทุกครั้งคำตอบมันคือ อดทนนะสู้ต่อ แต่วันนี้เรี่ยวแรงมันหายไป
คุณเคยมั้ย อยู่ๆก็หลับไปทั้งๆที่คุณไม่ง่วง แต่ที่หลับไปเพราะเหนื่อยสุดขีด??? และไอ้ที่เหนื่อยมันไม่ใช่ร่างกายนะ มันคือ "หัวใจ" จนตื่นขึ้นมาเห็นMSNเพื่อนๆ กระพริบๆเต็มเลยแต่มึนที่จะตอบ นั่งดูงานบนโต๊ะ
แต่หัวสมองกลับว่างเปล่า เพลงที่เล่นวนซ้ำไปซ้ำมายังเป็นเพลงเกาหลีเพลงเดิม แล้วชั้นก็มองออกไปนอกหน้าต่างพี่นุชคงเป็นห่วงและพาชั้นออกไปกินMC ชั้นเดินไปเหมือนศพเลยแหละและร้องไห้จนพี่นุชบอกว่า
อยู่นี่นะเดี๋ยวพี่ไปซื้อมาให้ และถามชั้นว่าชั้นร้องไห้เรื่องอะไร คำตอบ?? ชั้นเหนื่อยไง น้ำตาที่ไหลออกมามันเป็นเหงื่อของหัวใจนะ มันไม่ใช่น้ำตาธรรมดา
ชั้นคงต้องการเวลาซักพักคิดทบทวนว่า ชั้นกำลังเหนื่อยกับอะไร  ...
 
อย่าลืมเว้นช่องว่างในหัวใจ..ไว้เติมความสุข
มันจะเป็นที่พักชั้นดีเวลาที่เหน็ดเหนื่อย

ความทุกข์ที่เกิดจากใจ ก็ต้องใช้หัวใจแก้...แค่เธอรู้…ความสุขของเธออยู่ที่ไหน..ก็เอาหัวใจไปไว้ที่นั่นสักครู่

เคลียร์หัวใจให้มีที่ว่าง..มันจะทำให้ความทุกข์ในใจเราเบาบาง
และมีแรงคิดมีแรงดินต่อไป

เวลามีปัญหาในชีวิต
ความรู้สึกติดลบแบบกู่ไม่กลับ
กำลังใจจากใครก็ช่วยไม่ได้

หรือแม้กระทั่งคนที่รักเรา หวังดีกับเรา
ก็ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหา

เหมือนที่ฉันเคยได้ยินมา มีคนเคยฟูมฟายกับฉันว่า
ความทุกข์ของเขาเกิดที่หัวใจของเขาเอง
ไม่ว่าพ่อ แม่ ลูก
หรือความรักทั้งปวงในโลกที่มอบให้เขา
ก็ไม่สามารถทำให้เขาคลายทุกข์ได้
เพราะความทุกข์มันเกิดจากใจ ไม่ใช่สิ่งแวดล้อม

ฉั น ว่ า ต ร ง นี้ ต้ อ ง แ ก้ ที่ ใ จ
เราต้องหาตัวเองให้พบก่อนว่า
ค ว า ม สุ ข ท า ง ใ จ เ ร า อยู่ตรงไหน
แล้วเอาหัวใจไปไว้ตรงนั้นสักครู่
เอาความสุขตรงนั้นเข้ามา เ ติ ม เ ต็ ม

แล้วเบียดบังความทุกข์ออกไป
หรือให้มันน้อยลง
เหลือ ช่ อ ง ว่ า ง ใ น หั ว ใ จ มากขึ้น

เวลาที่หัวใจเป็นทุกข์ รู้สึกอ่อนแอ และติดลบมาก ๆ
ฉันจะอ่านหนังสือแบบไม่หลับไม่นอน
เพราะมันทำให้สมองไม่ว่าง

เบี่ยงเบนความคิด ไปคิดเกี่ยวกับเรื่องที่อ่านแทน
พอไม่ว่างก็ไม่คิดถึงเรื่องอื่น…
หนัก ๆ เข้า ก็จะรู้ว่าอารมณ์ไหนต้องอ่านหนังสืออะไร

เวลาที่หัวใจติดลบสุด ๆ ฉันมักจะอ่านนวนิยาย
คนรอบ ๆ ตัวก็จะงงว่า เอ…ฉันอ่านนิยายด้วยเหรอ
ปกติไม่อ่านนี่ เอ๊ะ! ยังไง
ก็แปลว่าตอนนี้ไม่ปกติไงเลยอ่าน

…สำหรับฉัน…
การอ่านนิยาย มันคือการปลีกตัวเอง
จากโลกแห่งความจริง จากทุก ๆ ความรู้สึก
เหมือนไปอยู่อีกโลกหนึ่งที่ไม่มีใครเลย
ไปเป็นใครสักคนในโลกใหม่
จะไม่มีเวลาคิดถึงเรื่องที่ทุกข์

ผิดกับเพื่อนอีกคน
เวลาที่อารมณ์ดี ๆ เขาจะนอนอ่านนิยาย
แล้วยิ้มน้อยยิ้มใหญ่
แต่ถ้ากลุ้มใจอะไรขึ้นมา
เขาจะอ่านบู๊ลิ้มแบบเอาเป็นเอาตาย

ในขณะที่เพื่อนฉันอีกคน
ไม่ว่าจะกลุ้มใจอะไร เขาจะนอนดูการ์ตูนข้ามวันข้ามคืน
แล้วหัวเราะเอิ๊กอ๊าก! อยู่คนเดียว ไม่สนใจใครทั้งสิ้น

มีบางคนข้าง ๆ ฉันเล่นเกมแบบเด็ก ๆ
เล่นอย่างเอาเป็นเอาตายทุกวัน
เล่นเป็นอาชีพ
เพราะนั่นคือความสุข คือหัวใจของเขา
ที่มีช่องว่างไว้หลบหนีความทุกข์อยู่เสมอ
อย่างน้อย แต่ละวันเขาก็ไม่มีเวลามานั่งทุกข์
หรือฟุ้งซ่านให้เสียสุขภาพจิต

เธออาจจะคิดว่า
พฤติกรรมเหล่านั้น มันเป็นการหนีปัญหาเฉย ๆ
จะช่วยอะไรๆ ได้สักเท่าไหร่
ตามเหตุผลน่ะใช่ แต่ตามอารมณ์น่ะไม่ใช่

ถ้าเราอ่อนแอ ความทุกข์ในใจจะมีอิทธิพลเหนือกว่า
ต่อให้สู้ยังไงก็แพ้ การเคลียร์พื้นที่ในหัวใจให้มีช่องว่าง
บางสิ่งบางอย่างก็ไม่ต้องใช้เหตุผลรองรับเสมอไป
ที่ว่างแห่งความสุขของคนเราแตกต่างกัน
เพียงแต่ต้องหามันให้เจอ

คนหลายคนพอเกิดความทุกข์ในใจ กลับมองข้ามตัวเอง
ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าที่ไหนคือ ค ว า ม สุ ข ที่ไหนคือ ค ว า ม ทุ ก ข์
อะไรต้องแก้ไข อะไรมีทางออก อะไรต้องทำใจยอมรับ
หรือสิ่งไหนที่อยู่เหนือการควบคุมของเรา

ความอดทนของคนมีขีดจำกัด
ถ้าหมกมุ่นอยู่กับความทุกข์นั้น
มันก็ ร้ อ น ร น ท ร ม า น
ไม่มีทางสงบพอที่จะค่อย ๆ คิด ค่อยๆ ทำ

ฉันกำลังจะบอกเธอว่า…
นี่เป็นการบริหารและจัดการภาวะทางใจ
ให้มันมีช่องว่างอยู่เสมอ

หัวใจคนเรามีพื้นที่เล็กนิดเดียวเอง
ถ้าเธอเล่นเอาอะไร ๆ ไปยัด ๆ ไว้มันก็เต็ม ก็แน่น

เราต้องรู้จักบริหาร
บางอารมณ์ บางความรู้สึก ให้เป็นสัดส่วน
หัวใจจะได้ทนทาน

"อย่าลืมว่าชีวิตของเธอยังอีกยาวไกล
เธอต้องใช้หัวใจอีกยาวนาน"
27 juin

What I am doing here?

วันนี้ตั้งชื่อ แปลกๆไม่รู้จะแปลมันว่าไงดี เพระคนเขียนก็ยังไม่รู้เหมือนกันว่าจะเอายังไง เคยตั้งคำถามในหัวตัวเองมาตั้งนานว่า "ฉันกำลังทำอะไร ?" "ฉันต้องทำและต้องอดทนอีกนานมั้ย?" เรเอาคำถาม
อันนี้ไปถามคุณแม่ ผู้หญิงคนเดียวที่มีประสบการณ์ในเรื่องของความรักดีๆ  คุณแม่รักพ่อของฉันจนวันสุดท้ายของพ่อ และตอนนี้ความรักที่ทั้งสองมีต่อกันยังเบ่งบานในหัวใจแม่  แม่เป็นคนมองโลกในแง่ดี
แม้ว่าจะมีความรักพัดผ่านเข้ามา  และก็ผ่านไปมันไม่ทำให้ความรักที่ดีๆของแม่บุบสลายไปได้เลย  แม่ยังยืนยันว่า ชั่วชีวิตนี้แม่รักพ่อของฉันเพียงคนเดียว
 
นิสัยนี้กระมังที่ทำให้ฉันกลายเป็นคนยึดติดความรัก  แต่ทุกครั้งความรักก็ทำร้ายฉัน และทุกครั้งอีกเหมือนกันที่ความรักก็สอนฉัน ว่าอย่าทำแบบนั้นอีก ฉันจึงเปลี่ยนไปๆ เรื่อยๆ จนคิดว่าเราเปลี่ยนแต่เค้าไม่เปลี่ยน!!
 
เคยมีคนบอกเราว่า
 
"คนเรารักหรือไม่รักนั้น ขึ้นอยุ่กับว่าทนข้อเสียของคนที่เรารักได้จริงหรือไม่เท่านั้นเอง

ทุกๆคู่รัก ต่างต้องรักษาสมดุลย์ของแต่ละฝ่ายตรงนี้ไว้ให้ดี เพราะถ้าไม่รู้จักเสียสละเลยก็จะกลายเป็นการเห็นแ่ก่ตัวไปในทันที แต่ถ้ายอมเปลี่ยนตัวเองซะจนเสียจุดยืนของตัวเองไป
สุดท้ายก็จะกลายเป็นแค่ระเบิดเวลาที่ใช้อุณหภูมิของความอดทนเป็น.....ตัวจุดชนวน

คุณรู้ไหม..
ไม่ว่าความรักจะดูสวยงาม และรสชาติหอมหวานเพียงไรในตอนที่เริ่มต้น

แต่สุดท้าย.

ความรัก ก็คือ การทนอยู่กับข้อเสียของคนที่เรารักให้ได้ เท่านั้นเอง"
 
จริงซินะ ชั้นเองก็ทนนะ แต่สิ่งนึงที่เริ่มรู้สึกว่าใจเรามันค่อยๆเสียไปทีล่ะเล็กล่ะน้อย สิ่งที่อยากให้เปลี่ยน มันเสียหายมากหรอ
1.อย่าทำร้ายตัวเอง -- เพราะเราเป็นห่วงว่าวันนึงคุณจะทำมากกว่าเตะต่อยกำแพง เราไม่อยากเห็นคุณเจ็บ คิดว่าเราไม่เจ็บหรอ
2.เวลาทะเลาะ ก็รับโทรศัพท์บ้างและบอกว่ายังไม่อยากคุยตอนนี้ -- ระหว่างที่ทะเลาะกัน เพระคุณชอบทำร้ายตัวเอง เราเลยเป็นห่วงกลัวว่าคุณจะคิดอะไรไม่ดีขึ้นมา มันไม่คุ้มกับชีวิตของคุณ
ที่จะมาเสียไปเพราะคนๆนึง
3.บางสิ่งบางอย่างความต้องการมันไม่เท่ากัน เคยคุยกันแล้วว่าคุณจะปรับลงมา และเราจะปรับขึ้นไปให้อยู่ตรงกลาง -- เราทำแล้วนะ เราปรับแล้ว และดูเหมือนแรกๆคุณจะปรับแต่เปล่าเลยนะ คุณปรับได้แค่
ไม่กี่สัปดาห์ มันกลับมาอีกแล้ว เราไม่อยากให้ต้องทะเลาะเรื่องเดิมๆซ้ำๆๆซากๆๆ โอเค!ทนได้เราก็ทน และมันถึงวันหนึ่งความอดทนของเรา มันกลายเป็นทำให้เราเบื่อ  พอเราเบื่อมันไม่อารมณ์ทำอะไร
ไม่มีอารมณ์ยิ้ม เล่นเหมือนเคย เราก็เฉยๆ แต่พอคุณคาดคั้น  เอาล่ะ !! พูดก็พูด และพอพูดแล้วแทนที่จะเข้าใจแต่เปล่าเลยกลายเป็น เราผิด ที่เอาเรื่องเล็กน้อยมาทำเป็นเรื่องใหญ่
 
เรื่องเล็กน้อยบางเรื่องของบางคน แต่กลับยิ่งใหญ่ในสายตาของอีกคน มันสามารถทำให้อีกฝ่ายท้อแท้และหมดกำลังใจ หลายอย่างที่ผ่านมามันกระทบใจ แต่เราก้ยังยืนอยู่เคียงค้างเธอ ทั้งๆที่ขาเราก็ยืนแทบไม่ไหว
เพราะความรัก  แต่ความรักไม่ช่วยให้ขาเราแข็งแรงขึ้นเลย เพราะขาเราต้องรับน้ำหนักของทุกสิ่งทุกอย่าง ต้องอดทน วันนี้ขาอ่อนล้า อยากนั่งลง นั่งลงตรงที่ใจของตัวเอง
 
สิ่งที่เราต้องการคือ ดูแลถนอมน้ำใจกันบ้าง  สิ่งที่อยากให้เปลี่ยนมันไม่ใช่เรื่องไม่ดีสำหรับตัวคุณเลย  สิ่งที่คุณอยากให้เราเปลี่ยนเราก็ทำ ทำแล้วทำอยู่ อดทนๆกับการเปลี่ยนพฤติกรรมเปลี่ยนความคิดตัวเอง
ยังต้องให้เรามาอดทนกับคุณอีกหรอ ???
 
อย่าคิดว่าการที่คุณเป็นผู้ชายที่มีแฟนแล้วและทำเรื่องอะไรที่เกี่ยวแล้วให้คุณไม่เสียหาย ไม่สึกหรอสิครับ
เพราะในแง่ของความรัก ถ้าคุณตัดเรืองเพศชายเพศหญิงออกไป จะเกิดความเสียหายทั้งนั้นครับ ถ้าใครก็ตามเริ่มหย่อนยานจากความรับผิดชอบ จากคนที่เขาเรียกว่า.. คนรัก

 

เป็นอันว่า คงจบล่ะนะ ถึงไม่ Happy ก็ตาม Ending ดีกว่า


 
 

11 avril

ความรักที่ปราศจากเงื่อนไข ~ R.I.P my lovely VICKY.

VICKY VICKY2
 
เธอเป็นความรักที่มีตัวตน
เป็นใครสักคนที่เดินเคียงข้างกันไป
และเธอคนนี้มีรักแท้ในใจ
ไม่มีใครที่จะดีเหมือนเธอ

อาจเป็นความฝันหรือโชคชะตา
บางสิ่งที่พาและทำให้ฉันมีเธอ
ไม่ว่าสิ่งไหนทำให้เรามาเจอ
ที่ฉันรู้ เธอคือลมหายใจ

เธอเป็นเหมือนส่วนหนึ่งของฉัน
เป็นความฝันส่วนหนึ่งของฉัน
มีกันและกันไม่ว่าจะนานเท่าไร
เป็นชีวิตส่วนหนึ่งของฉัน
ไม่มีวัน(ทาง)ที่ฉันทอดทิ้งเธอไป
ไม่มีวันไหนจะ(ที่)พรากจากกัน

ไม่ว่าพรุ่งนี้ต้องเจออะไร
จะดีหรือร้ายฉันนั้นก้อคงไม่หวั่น
ก้อเมื่อเรานั้นเป็นของกันและกัน
ต่อให้ฉันจะหมดลมหายใจ

เธอเป็นเหมือนส่วนหนึ่งของฉัน
เป็นความฝันส่วนหนึ่งของฉัน
มีกันและกันไม่ว่าจะนานเท่าไร
เป็นชีวิตส่วนหนึ่งของฉัน
ไม่มีวัน(ทาง)ที่ฉันทอดทิ้งเธอไป
ไม่มีวันไหนจะ(ที่)พรากจากกัน

เธอเป็นเหมือนส่วนหนึ่งของฉัน
เป็นความฝันส่วนหนึ่งของฉัน
มีกันและกันไม่ว่าจะนานเท่าไร
เป็นชีวิตส่วนหนึ่งของฉัน
ไม่มีวัน(ทาง)ที่ฉันทอดทิ้งเธอไป
ไม่มีวันไหนจะ(ที่)พรากจากกัน
 

kathiez Freda

Occupation
Centres d'intérêt 
เรย์เป็นคนที่ค่อยข้าง ง่ายๆ สบายๆ แต่บางครั้ง เรย์ก็ต้องการเหตุผลนะ ... ^^ เวลาที่ใช้อารมณ์บ้างก็มีเหมือนกันนะ ... ไม่มีใคร perfect เรย์เองก็ยังมีข้อบกพร่องเยอะเลย ... รับได้มั้ยล่ะค่ะ??!!!